Get Adobe Flash player

ความไว้วางใจก็สำคัญ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธฺิ์

Font Size:

อ่านจากข่าวที่ ครม.อนุมัติซื้อเรือดำน้ำ กับท่าทีในการใช้อำนาจของ พล.อ.ประวิตร ทำให้รู้สึก ถึงความน่าเป็นห่วง

ห่วงที่รัฐบาล ละเลยความรู้สึกของประชาชน จากหลายกรณี ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นแบบนี้ ก็จะกลายเป็นความรู้สึกที่สะสม จนเกิดความไม่น่าไว้วางใจ หรือสิ่งที่เรียกว่า วิกฤตศรัทธา

สังเกตได้จากข่าวสารจาก สื่อเหล่านี้ ที่ส่วนใหญ่ก็เป็นกระบอกเสียงให้รัฐบาลมาโดยตลอด เขามีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องเรือดำน้ำอย่างไร

ข่าวจากไทยโพสต์ โปรยว่า “รัฐบาลคืนความสุข” อนุมัติเงียบ มีมติ ครม.หลังสงกรานต์ 18 เม.ย.ให้ทัพเรือซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีน 13,500 ล้านบาทแล้ว “บิ๊กป้อม” หิ้วเอกสารเข้าประชุมด้วยตัวเอง “ไก่อู” แจงไม่มีลับลมคมใน แต่ที่อุบเงียบเพราะถูกปั๊มลับที่สุดโหมดความมั่นคง!

เนื้อข่าว (บางส่วน) ระบุว่า เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวความคืบหน้าโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากสาธารณรัฐประชาชนจีน มูลค่า 13,500 ล้านบาทของกองทัพเรือ (ทร.) ซึ่งเดิมระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาของกระทรวงกลาโหม (กห.) ก่อนนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา แต่ในการประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานได้มีมติ ครม.เห็นชอบตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหมนำโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ด้วยตัวเอง

สำหรับเอกสารสรุปผลประชุม ครม.เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ซึ่งมีความยาว 19 หน้านั้น มีทั้งสิ้น 18 เรื่อง โดยไม่มีเรื่องการอนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำแต่อย่างใด

..............................

 ข่าวจากสยามรัฐออนไลน์  "ประวิตร" ยันซื้อเรือดำน้ำผ่านครม. นานแล้ว ระบุมีความจำเป็นต้องรักษาทรัพยากรทางทะเลในระยะ 200 ไมล์ทะเล "ลั่น" เป็นเอกสารลับจึงไม่เปิดเผยไม่ใช่เรื่องแปลก ทุกรัฐบาลมีความลับทั้งสิ้น

เมื่อวันที่ 25 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้สัมภาษณ์ ถึงความชัดเจนกรณีที่ครม. อนุมัติเงียบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า

การใช้งบประมาณการจัดซื้อเรือดำน้ำครั้งนี้ ทั้งหมด 36,000 ล้านบาท ในจำนวน 3 ลำ ส่วนรายละเอียดจะแบ่งจ่ายอย่างไรสื่อไม่จำเป็นต้องรู้ เอาเป็นว่าใช้เวลาทั้งหมด 11 ปี เป็นการทยอยจ่าย

เมื่อถามว่า เรื่องดังกล่าวเมื่อผ่านการเห็นชอบครม. แล้วไม่มีการแถลงอย่างเป็นทางการ รักษาการนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "เพราะว่าเอกสารนี้เป็นเอกสารลับ เขาไม่เปิดเผยกัน ทุกเรื่องที่เป็นเอกสารลับ เพราะเป็นเอกสารทางด้านยุทธศาสตร์

เมื่อถามว่า สรุปครม. อนุมัติเมื่อวันที่ 18 เม.ย. หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า "ผมจำไม่ได้ ผ่านไปนานแล้ว เอาเป็นว่าผมอยู่ในที่ประชุมแล้วกัน พวกสื่อจะรู้ไปทำไม หรือจะต้องถามด้วยว่าจะหายใจอย่างไร จะต้องถามกันอย่างไร จะเกิดประโยชน์อะไรกับประเทศบ้าง ในเมื่ออนุมัติแล้ว แล้วเป็นอย่างไร ก็ให้รู้ว่าอนุมัติแล้วก็จบ

ไม่ต้องไปลงว่าอนุมัติวันที่เท่าไร ในเมื่อเป็นเอกสารลับก็ต้องลับอย่างนี้ ดีก็แล้วกันไม่เห็นเป็นอะไรเลย และยืนยันว่าไม่ใช่เป็นการอนุมัติเงียบ ครม.ทั้งคณะรู้ทั้งหมด ที่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไมไม่ชี้แจงให้ประชาชนทราบนั้น เดี๋ยวมันก็ทราบกันเอง ถึงเวลามันก็ทราบ

..............................

คมชัดลึก วันที่ 24 เม.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ  กล่าวถึงกรณีที่ประชุม ครม. ได้พิจารณาผ่านความเห็นชอบโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ในส่วนของกองทัพเรือยังไม่ทราบเรื่องว่าที่ประชุมครม.ได้มีความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่อย่างไร ซึ่งกองทัพเรือยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้ กองทัพเรือจะไม่ก้าวล่วงมติของครม. เพราะกองทัพเรือถือเป็นหน่วยปฏิบัติ

..............................

บ้านเมือง ออนไลน์

อดีตเลขาฯสมช.ชี้สังคมแคลงใจคุ้มค่าหรือไม่ ซื้อเรือดำน้ำยุคข้าวยากหมากแพง ไม่ขัดถ้าประเทศมีตังค์ ถามภัยความมั่นคงที่เผชิญถึงขั้นต้องมียุทโธปกรณ์ใหญ่ขนาดนี้หรือไม่

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กล่าวถึงกรณี ครม.อนุมัติจัดซื้อเรือดำน้ำ จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนว่า

เวลานี้ที่เกิดความคลางแคลงใจของสังคมขึ้น ซึ่งการจัดซื้อยุทโธปกรณ์ เราปฏิเสธไม่ได้ แต่ยุทโธปกรณ์ในลักษณะแบบนี้ จะใช้ไปในการยุทธการขนาดใหญ่ ในลักษณะใช้ในสถานการณ์การเผชิญหน้าของเกาหลีเหนือ ขณะที่พื้นที่ภูมิศาสตร์ที่ไทยไม่ได้เกี่ยวข้อง ทำให้มีขีดจำกัดต้องมาพิจารณาว่า สอดคล้องภาวะเศรษฐกิจหรือไม่ ถ้าประเทศมีตังค์สามารถเสริมคุณลักษณะนั้นได้เต็มได้ ถ้าประเทศยังไม่มีตังค์ควรเอามาดูว่า เรื่องเร่งด่วนว่าควรเอาอะไรก่อน

..............................

สยามรัฐ

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี เดียวกันว่า พรรคเพื่อไทย เห็นว่าการพัฒนาอาวุธยุทธโธปกรณ์ให้ทันสมัย เป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่จังหวะเวลา ความเหมาะสมในการจัดลำดับความสำคัญของงบประมาณเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังคือ สภาพเศรษฐกิจที่วิกฤติในขณะนี้

..............................

ไทยโพสต์ โดย “ผักกาดหอม” กล่าวถึงประเด็นนี้ ในมุมมองของ “ความไว้ใจ” ว่า

บางทีรัฐบาล คสช.ต้องเข้าใจว่า โลกเปลี่ยนไปเยอะแล้ว จะมาทำอะไรแบบหลบๆ ซ่อนๆ โดยเฉพาะกับงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีประชาชน มันไม่ได้แล้ว

คณะรัฐมนตรีมีมติ จัดซื้อเรือดำน้ำ Yuan Class S26T จากจีน ผ่านความเห็นชอบไปตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา แต่ไม่มีใครรู้เรื่อง เพราะไม่มีการแถลงข่าว

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นคนชง โดยกองทัพเรือเป็นเจ้าของเรื่อง คำถามคือปิดทำไม

ก็ไม่รู้จะมาทำมึนกันเพื่ออะไร พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ หัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการประจำผู้บังคับบัญชา ในฐานะโฆษกกองทัพเรือ ให้สัมภาษณ์วานนี้ว่า

"ครม.ได้มีความเห็นชอบเรื่องดังกล่าวแล้วหรือไม่อย่างไร ซึ่งกองทัพเรือยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องนี้"

ถ้ากองทัพเรือบอกไม่รู้เรื่อง มันก็สุดประหลาดครับ เพราะเป็นเจ้าของเรื่องแท้ๆหรืองานนี้ "บิ๊กป้อม" ชงเองไฟเขียวเอง! เลยไม่อยากบอกใคร? นั่นมันมติ ครม.นะครับ ลับมากถึงขนาดต้องเก็บไว้ดูเองอย่างนั้นหรือ

ไปฟัง ทั่นโฆษกไก่อู พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด บอกว่า อนุมัติไปแล้วจริง ตามที่กองทัพเรือเสนอ ยืนยันไม่มีอะไรลับลมคมใน แล้วทำไมไม่แถลงเสียตั้งแต่วันที่ 18 เมษายน หรือมองเป็นแค่เรื่องเล็กๆ

ประเด็นเรือดำน้ำมันมีเรื่องให้วิจารณ์ทั้งกรณีซื้อและไม่ซื้อครับ ในแง่ความมั่นคงของชาติมันจำเป็นก็ต้องว่ากันไป ก็เหมือนซื้อประกัน เรื่องพวกนี้มันอธิบายได้ แต่ซื้อแล้วไม่บอกใคร แทนที่จะไปวิจารณ์ที่ตัวเรือดำน้ำ คนที่ผลักดันนั่นแหละจะถูกวิจารณ์เอง

ถ้าเป็นการเมืองยุคเก่า คงต้องปล่อยเรื่องนี้ไปแบบจำยอม

แต่นี่ยุครัฐบาล คสช. ที่จะนำประเทศไปสู่การปฏิรูป ยังเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

รัฐบาล คสช.อยู่ได้เพราะประชาชนไว้วางใจเมื่อไว้วางใจกันแล้ว มันต้องให้ใจกัน ไม่ใช่แอบทำอะไรลับหลัง อย่าคิดว่าการอนุมัติซื้อเรือดำน้ำแบบไม่บอกใครมันไม่สำคัญนะครับ

โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ยังไม่มีใครบอกว่ามีคอร์รัปชัน แต่โครงการที่ถูกจับตามองอย่างหนักแบบนี้ ผ่านมติ ครม.ไปโดยไม่มีใครรู้ มันก็เกิดคำถามซิครับ ปิดเงียบเพื่ออะไร?

..............................

สิ่งที่เราไม่อยากเห็นคือ “การใช้อำนาจ” โดยไม่บอกกล่าว เหมือนกับบอกว่า ฉันเป็นฝ่ายปกครอง ส่วนคุณเป็นฝ่ายถูกปกครอง ทั้งๆ ที่กำลังใช้เงินภาษีของประชาชน

ซึ่งโดยปกติ ประชาชนส่วนมาก ก็ยอมจำนนต่ออำนาจอยู่แล้ว แต่ถ้าใช้อำนาจหลายๆ ครั้งอย่างเคลือบแคลง โดยเฉพาะ “การไม่พูดความจริง” หรือการปัดเรื่องพอให้พ้นตัว เหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา

โยงตั้งแต่ ข่าวการ “ไม่มีทุจริต” กรณีอุทยานราชภักดิ์ ที่มีนายทหารคนหนึ่งหนีไปต่างประเทศ

การไม่พบทุจริตของน้องชายนายกรัฐมนตรี

การที่ทหารอ้างว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับผลประโยชน์ด้านพลังงาน

รวมทั้งเรื่องล่าสุดที่หมุดคณะราษฎรหายแล้วมีหมุดอื่นมาแทนที่ รัฐบาลทำเหมือนไม่รู้ ถามใครก็ไม่มีใครตอบ คนในรัฐบาล มีพฤติกรรมที่ยิ่งกว่านักการเมือง เล่นสำนวนโยนไปโยนมา ไม่รับรู้ ไม่รู้เรื่อง ไม่ใช่โบราณวัตถุ ไม่ใช่เจ้าทุกข์แจ้งความไม่ได้ ขนาดกรมศิลป์ ยังบอกว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยว

ฝ่ายประชาชนส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะไม่ใช่เรื่องปากท้อง... แต่ โปรดอย่าคิดว่าประชาชนโง่เขลา

เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การลักทรัพย์ธรรมดา แค่ดูจากฝีมือการทำหมุดใหม่ถือว่าชั้นครู ระดับเดียวกับช่างสิบหมู่ของกรมศิลป์เลยที่เดียว

มันเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการต่อสู้ทางการเมือง ที่กระทำกันทุกทาง ไม่ว่าเรื่องเกี่ยวกับไสยศาสตร์ หรือโชคลาง ทั้งด้านส่ว่างและด้านมืด

ส่วนเราประชาชน จะไปรู้ทุกเรื่อง วิจารณ์ไปทุกเรื่อง มันก็ดูจะเยอะเกินไป อะไรที่เว้นได้ก็เว้นไปบ้าง ปล่อยให้ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเขาดูแลกันไป พล.อ.ธนศักดิ์ ปฎิมาปกรณ์ รองนายกฝ่ายกับกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรม น่าจะตอบเรื่องนี้ได้

รัฐบาล คสช.สัญญาว่าจะปฏิรูปประเทศ จะคืนความสุขให้ประชาชน แต่ท้ายที่สุด ก็ยังเป็นรัฐบาลทหารแบบ “ลับ ลวง พราง” อยู่นั่นเอง.