Get Adobe Flash player

ความเป็นธรรมในสังคม โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

เมื่อวันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม 2560 ได้อ่านบทความเรื่อง "ทำไมคนไทยต้องปีนเสาไฟ เรียกร้องทวงถามความยุติธรรม!" เขียนโดยตำรวจ พ...วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร

แค่อ่านหัวข้อ ก็กระทบความรู้สึกแล้ว และเห็นคล้อยตามว่า ระบบบริหารบ้านเมืองของเรา มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร

พ.ต.อ.วิรุตม์ ได้แยกเป็นประเด็นต่างๆ และตั้งข้อสังเกตในแบบของตำรวจให้เห็นสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล ที่เราท่านอาจไม่เข้าใจไว้ชัดเจน ว่าอะไรคือถูก อะไรคือผิด สะท้อนถึงความไม่เป็นธรรมของผู้ที่ถือกฎหมายที่เลือกปฎิบัติต่อประชาชนอย่างชัดเจน

จึงขออนุญาต นำเนื้อหาในบทความดังกล่าว มาเผยแพร่เท่าที่ “เนื้อที่” จะอำนวย รวมทั้งขอขอบคุณ ที่ท่านผู้เขียน ได้นำปัญหาเหล่านี้ มาเพื่อสะท้อนสังคมของเรา

พ.ต.อ.วิรุตม์ เล่าเหตุการณ์ข่าว เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเวลาเช้า ได้เกิดเหตุระทึกใจ นางนิรชนก มัยโล ได้ปีนขึ้นไปบนเสาวิทยุของตำรวจภูธรภาค 3 ซึ่งสูงกว่า 70 เมตร โปรยใบปลิวลงมา มีปัญหาสรุปว่า ได้ไปแจ้งความที่สถานีตำรวจอำเภอเมืองเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2559 เรื่องหลานสาวอายุ 14 ปี ถูกตำรวจ สภ.ต.โพธิ์กลางคนหนึ่งกระทำชำเรา

ได้ติดตามถามไถ่ผลคดีมาเกือบหนึ่งปี แต่ไม่มีความคืบหน้าได้รับความยุติธรรม ร้องเรียนไปยังหน่วยงานใดก็ไร้ผล ต้องใช้วิธีปีนเสาวิทยุโยนใบปลิวใส่กองบัญชาการตำรวจภาคให้สื่อถ่ายรูปส่งไลน์ช่วยเรียกร้องความเป็นธรรมให้

เมื่อรองผู้ว่าฯ ไปเจรจาก็จนยอมปีนลงมานั่งร้องไห้ด้วยความแค้นใจ ถูกรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลไป มีตำรวจมาเฝ้าหน้าห้องไม่ให้สื่อมวลชนเข้าเยี่ยมถามไถ่ว่ามีปัญหาการดำเนินคดีอย่างไร จึงคับแค้นใจจนต้องปีนเสาวิทยุเช่นนี้

และไม่มีนายพลตำรวจคนใดอธิบายกับประชาชนว่า คดีอาญาแผ่นดิน ที่ยอมความไม่ได้ แต่มีการดึงดองเรื่องไว้เกือบหนึ่งปี และในใบปลิวที่บอกว่าผู้ต้องหาพยายามติดต่อขอชดใช้เงินเพื่อให้เรื่องจบไปนั้น เป็นความจริงหรือไม่?

และการสอบสวนผู้รับผิดชอบได้รวบรวมพยานหลักฐานกันอย่างไร เมื่อสรุปเสนอไปแล้วอัยการจึงสั่งไม่ฟ้อง ทำให้ผู้เป็นแม่ต้องปีนเสาวิทยุร้องว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม!

ท่านพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.และนายกรัฐมนตรี ควรเร่งพิจารณาว่า ปัญหาตำรวจโดยเฉพาะการสอบสวนที่เลวร้ายในปัจจุบัน จะสั่งการหรือปฏิรูปกันอย่างไร เพื่อที่ประชาชนจะไม่ต้องคับแค้นใจใช้วิธีปืนเสาไฟทวงถามความยุติธรรมกันเช่นทุกวันนี้

นั่นก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ได้หยิบยกมารวมทั้งเรื่องของ ประเทศไทยในเวลานี้ พ.ต.อ.วิรุตม์ มองว่า นอกจากจะมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจข้าวของแพงผู้คนทำมากินยากลำบาก อาชญากรรมชุกชุม ผู้คนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินสวนทางกับสถิติอาชญากรรมของตำรวจแห่งชาติแล้ว

ยังมี ปัญหาวิกฤติกระบวนการยุติธรรมทางอาญาไม่ว่าจะเป็นในขั้นตอนใด ประชาชนไม่แน่ใจว่าคนมีเงินกับคนจนจะได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันตามกฎหมาย

คนรวยแจ้งความร้องทุกข์ง่าย แต่ติดคุกยาก ส่วนคนจนแจ้งความยาก แต่ติดคุกง่าย!

เช่น คดีสองตายายที่ถูกกล่าวหาว่าตัดไม้ในป่าสงวนล้มลงกว่า 700 ต้น กินพื้นที่ 72 ไร่ ให้การรับสารภาพตั้งแต่สอบสวนยันชั้นศาล

ตายายเข้าใจรายละเอียดที่กล่าวหาและคำฟ้องอย่างถ่องแท้หรือไม่ ไม่มีใครแน่ใจ?

แต่เนื่องจากเป็นคดีที่มีโทษขั้นต่ำจำคุกไม่เกินห้าปี จึงไม่ต้องมีการสืบพยานในชั้นศาล เมื่อรับสารภาพก็พิจารณาเรื่องอัตราโทษเท่านั้น ชั้นต้นจำคุก 30 ปี รับสารภาพลดเหลือ 15 ปี อุทธรณ์ยืน ที่บอกว่าไปเก็บเห็ดเป็นการพูดภายหลังรับฟังไม่ได้ ชั้นฎีกาพิจารณาเฉพาะโทษลดเหลือ 5 ปี

สองผัวเมียมีประวัติว่าเป็นนักโทษคดีตัดไม้ในป่าสงวนติดตัวไปจนตาย

คดีนี้การสืบสอบของตำรวจกลับไม่พบว่ามีใครเป็นนายทุนว่าจ้างหรือแม้กระทั่งตัวการตัดไม้ 700 ต้น เลื่อยทิ้งไว้ 1,200 ท่อนแต่อย่างใด?

ปัญหากระบวนการยุติธรรมทางอาญาประเทศไทย นอกจากเรื่องแพะแกะที่ส่งเสียงร้องกันระงมในปัจจุบันแล้ว ที่เลวร้ายยิ่งกว่าหรือไม่แพ้กันก็คือ กระบวนการยุติธรรมชั้นสอบสวน ที่ประชาชนไปแจ้งความแล้วตำรวจไม่ยอมออกเลขคดี เพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีการสอบสวนตามกฎหมาย!

ประชาชนไม่สามารถร้องเรียนให้หน่วยงานใดแก้ไขได้ โดยเฉพาะหน่วยบังคับบัญชาของตำรวจเองหรือ แม้กระทั่ง ป.ป.ช. ซึ่งมีปัญหาทั้งความล่าช้าและไม่น่าเชื่อถือในประสิทธิภาพ

หลายคดีที่ตำรวจรับแจ้งความตามกฎหมาย ก็สอบสวนกันคล้ายเต่าป่วย

อย่างคดี ทายาทกระทิงแดง ขับรถชนตำรวจตายในปี 2555 เวลาผ่านมาเกือบห้าปี จนกระทั่งป่านนี้ คดีก็ยังไม่ถึงศาลแต่อย่างใด?

ตำรวจไทยใช้เวลาสอบสวนคดีนี้อยู่ค่อนปีจึงสรุปสำนวนส่งให้อัยการ

ซ้ำเมื่อตรวจสำนวนแล้วกลับกลายเป็นว่ายังสั่งฟ้องไม่ได้ เพราะไม่รู้จะบรรยายฟ้องอย่างไรว่าผู้ต้องหาขับรถประมาท

เนื่องจากการสอบสวนสรุปผู้ต้องหาเมาหลังขับ และใช้ความเร็วเพียง 75 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ไม่เกินกฎหมายกำหนด 80 กิโลเมตรในเขตชุมชน ไม่ได้ซิ่งรถหรูด้วยความเร็วชนรถจักรยานยนต์ลากไปไกลถึง 200 เมตร ที่จะถือว่าประมาทตามที่สื่อเสนอข่าวกันหลังเกิดเหตุแต่อย่างใด?

นอกจากนั้น ดาบตำรวจวิเชียร ยังขับรถเปลี่ยนช่องทางตัดหน้ารถเฟอร์รารี ถูกแจ้งข้อหาในลักษณะประมาทร่วม

อัยการจึงต้องสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมในหลายประเด็น เป็นที่มาของการเสียเวลา และบางข้อหาเช่นขับรถเร็วก็ถูกปล่อยให้ขาดอายุความไป

เรื่องดาบตำรวจวิเชียรขับรถตัดหน้านั้น พี่ชายก็ข้องใจ มีหลักฐานอะไร เพราะรถจักรยานยนต์มีรอยถูกชนที่ด้านท้าย แต่ไม่มีใครชี้แจงให้ญาติพี่น้องหายสงสัยได้!

การสอบสวนที่สรุปว่านายบอสไม่ได้เมา ใช้ความเร็วตามกำหนด และการแจ้งข้อหาว่าดาบตำรวจวิเชียรขับรถประมาท ส่งผลให้ทายาทไม่มีอำนาจต่อรอง ทำให้ได้เงินเยียวยาเพียงสามล้าน

ไม่ใช่ค่าสินไหมตามกฎหมาย ที่ต้องชดใช้ตามจริงที่คำนวณเสนอไปแปดล้านแต่อย่างใด

คดีนี้ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าจะได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องหรือไม่ การขอให้ส่งผู้ร้ายข้ามแดนก็ว่ากันไป แต่ในทางปฏิบัติไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องใช้เงินภาษีของประชาชนอีกมากมาย!

งานสอบสวนของตำรวจแห่งชาติไม่ใช่มีปัญหาเฉพาะคดีอาญาเท่านั้น คดีวินัยก็เลวร้ายไม่แพ้กัน

ยังมีอีกหลายประเด็นครับ ถ้าท่านสนใจ ท่านสามารถจะเข้าไปอ่านฉบับเต็มได้ที่ "ทำไมคนไทยต้องปีนเสาไฟ เรียกร้องทวงถามความยุติธรรม!" เขียนโดยพ.ต.อ.วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร ในหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์คอลัมน์เสียงประชานชนปฏิรูปตำรวจ ฉบับวันที่ 8 พฤษภาคม 2560