Get Adobe Flash player

ตม.เกาหลีใต้กับคนไทย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

เพราะอิทธิพลการประชาสัมพันธ์ประเทศเกาหลีใต้ ที่โหมกระหน่ำในรูปแบบต่างๆ ทั้งเรื่องความเจริญของบ้านเมือง ความเจริญทางเทคโนโลยี วงการแพทย์ การผ่าตัดที่ทันสมัย การเสริมความงาม ฯลฯ ทำให้ประเทศเกาหลีใต้ ได้รับความสนใจอย่างมากจากคนไทย

เราหลงใหลดารา นักร้อง เชื้อชาติเกาหลี

เราดูละครเกาหลี เราปลื้ม “แดจังกึม” มากกว่า “แม่พลอย”

ขนาด “จูมง” ตาย คนไทยร้องไห้กันค่อนประเทศ

ดาราเกาหลีมาไทย เราไปกรี๊ดถึงสนามบิน ทีวีหลัก นำมาโชว์ตัว ตั๋วเป็นพันๆ บาท เราก็ซื้อเข้าไปดู ทั้งๆ ที่ฟังไม่รู้เรื่อง

มีคนไทยจำนวนมาก ที่สนใจจะเดินทางไปเกาหลีใต้ ไปยกย่อง ชื่นชมความสวยงามของประเทศนี้

แต่น้อยคนจะรู้ว่า ในความเป็นจริง “คนเกาหลี” มีทัศนคติต่อคนภายนอกอย่างไร มีบุคลิกภาพแบบไหน มีความเหมือน หรือไม่เหมือนคนคนไทยตรงไหนบ้าง หรือมีความแตกต่างกับคนชาติอื่นๆ อย่างไร ในชีวิตจริงนิสัยใจคอเป็นอย่างไร เหมือนกับภาพลักษณ์ในละครโทรทัศน์ที่เขานำเสนอหรือไม่

ตรงนี้เราไม่ค่อยรู้

ในต่างประเทศ ที่มี “โคเรียนทาวน์” มีชุมชนเกาหลี ทำให้คนไทยที่อยู่ในประเทศนั้นๆ ได้สัมผัส พอที่จะเรียนรู้วัฒนธรรมของเขาบ้างไม่มากก็น้อย

อย่างคนที่อยู่ในแอลเอ ที่เคยขับรถบนเส้นทางเดียวกัน เคยแย่งที่จอดรถกัน  เคยติดต่อซื้อขาย เคยจ่ายตลาด กินอาหารร้านเกาหลี ฯลฯ ก็จะรู้เขา รู้เราพอสมควร

จึงนับเป็นความได้เปรียบกว่าคนที่เป็นปลื้ม หลงรักประเทศเกาหลีข้างเดียว ไม่มองว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเรา คิดจะไปเกาหลี โดยที่ไม่ได้เรียนรู้มาก่อน

จากเป็นข่าวที่ระแคะระคายมาอย่างต่อเนื่องว่า มีคนไทยจำนวนมาก ที่เดินทางเข้าประเทศเกาหลีใต้ ถูกกักจากด่านตรวจคนเข้าเมืองวันละนับร้อยคน ไม่ให้เข้าประเทศ ก่อนที่จะถูกส่งตัวกลับประเทศไทย เพียงเพราะถูกสงสัยว่าอาจเข้าไปทำงาน

(ข้อมูลจาก พล.ต.ท. ณัฐธร เพราะสุนทร ผบช.ตรวจคนเข้าเมือง เมื่อปี 2559 สถิติคนไทยถูกกักตัวที่เกาหลีใต้ไม่ให้เข้าประเทศ และถูกส่งกลับจำนวน 30,000 คน)

เท่ากับวันละกว่า 82 คน แต่น่าแปลกที่รัฐบาลไทยก็เฉยๆ ไม่เดือดร้อน

ทั้งๆ ที่คนไทยเหล่านั้น ต้องเสียเวลาเปล่า สูญเงินรายละหลายหมื่นบาท สูญความเชื่อถือ โดยไม่ได้อะไรเลย

นับเป็นความ “อกหัก” ที่รักเขาข้างเดียว หรือดีกับเขาแล้วคิดว่าเขาจะดีกับเรา ที่สำคัญคือ ได้รับการต้อนรับที่เสียศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางทีวีช่อง 3 ได้นำเสนอเรื่องราวของคนไทย ที่ถูกกักอยู่ที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง ได้รับการต้อนรับที่ย่ำแย่ ไม่ให้เข้าประเทศ ก่อนถูกส่งตัวกลับ จึงลองเข้าไปอ่านในโลกโซเชียลมีเดีย พบว่ามีหลายราย

บางรายช้ำกว่านั้น เพราะถูก “ล่ามคนไทย ที่ใจเป็นอื่นไปแล้ว” ตะคอกกลับมา

อย่างเช่นรายนี้ เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคมนี้เอง

เตรียมตัวไปเที่ยวที่เกาหลีใต้ แต่กลับไม่ผ่านด่านตม.เกาหลี ทำให้ถูกตม.เกาหลีส่งตัวกลับมายังประเทศไทย พร้อมไล่กลับไปกินปิ้งย่างที่ไทยแทน

ซึ่งเหตุการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วบ่อยครั้ง โดยเฉพาะกับสาวไทยที่ต้องการไปเที่ยวที่ประเทศเกาหลี หลายคนมักจะพบปัญหาเดียวกันคือ “ไม่ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองหรือ ตม. ที่สนามบินของประเทศเกาหลี”

และหลายครั้งที่คนไทยกลับมาเล่าสู่กันฟังว่า “ได้รับการปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ไม่ค่อยดีนัก”

คนไทยรายหนึ่งเล่าวว่า... เราก็เดินมานั่งข้างนอกและเชื่อมต่อสัญญาณไวไฟติดต่อทางบ้าน แล้วก็ร้องไห้ สักพักเจ้าหน้าที่ก็มาไล่ให้กลับเข้ามาในห้องซึ่งคนเยอะมาก 100 -200 คนได้ ร้อนก็ร้อน แถมไม่มีอะไรให้กินเลยต้องนั่งทนอยู่อย่างนั้น จากนั้นไม่นาน เจ้าหน้าที่ ตม.ก็ย้ายพวกเราไปอีกห้องซึ่งมันดูทึบมาก และบางคนก็บ่นว่าหิว บางคนเป็นลม บางคนร้องไห้ แต่ก็ยังไม่ได้กินอะไรอยู่ดี

ห้องที่พวกเราถูกย้ายไป เพิ่งสังเกตเห็นว่ามีร้านขายของและมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นกระป๋องขาย ราคาประมาณ 100-150 บาทไทย พวกเรา

ซึ่งพวกเราก็คิดว่าเค้าคงแกล้ง ไม่อยากให้พวกเราซื้อของหรือเปล่าเพราะไม่ได้ทำเพียงครั้งเดียว แต่สาดน้ำพวกเราถึง 2 ครั้ง นอกจากนี้เวลาใครจะไปซื้อของก็โดนสาดน้ำใส่หมด แล้วเจ้าหน้าที่คนที่โวยวายก็ไล่พวกเรามาอัดกันในห้องแต่ก็ยังไม่หยุด จนมีเจ้าหน้าที่อีกคนต้องมาช่วยกันพวกเราไว้ หลังจากนั้นพวกเราก็ไม่กล้าไปซื้ออะไรอีกเลย นอนทนหิวจนถึงเช้าก็เลยจะไปซื้อกินกันเพราะหิวมาก แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อจู่ๆ มีเจ้าหน้าที่ ตม.คนหนึ่งเอาน้ำมาสาดใส่พวกเรา และโวยวายน่ากลัวมากเหมือนคนกำลังคลั่งยังไงยังงั้นเลย

หลังจากเจอเหตุการณ์ ไม่อยากไปเลยประเทศนี้ และอยากเตือนหลายคนว่า ถ้าไม่จำเป็น อย่าไปเลย เที่ยวประเทศอื่น ที่อื่น หรือเที่ยวไทยเราดีกว่า บอกคำเดียวว่าเข็ด ตอนที่อยู่ในนั้นบางคนเขาเล่าให้ฟัง เขาบอกว่า ช่วงที่ ตม.เกาหลีใต้ กำลังตรวจคนอื่นอยู่ มีคนเยอะมากันแน่นมาก เขาถูกดันเข้าห้องเฉยเลย ทุกวันนี้เขายังงงว่าผิดอะไร

บางคนมีเอกสาร ครบทุกอย่าง เงินแลกก็เยอะ เงินติดตัวก็เยอะ ทำงานดี เงินเดือนสูง ยังติดเลย

..... เข้าใจว่าคนไทยบางคนไปทำอะไรไม่ดีไว้เยอะ แต่คุณควรให้เกียรติกันบ้าง ไม่ใช่ทำกับพวกเราเหมือนเป็นทาสและไม่ได้เสียใจที่ติด ตม.เกาหลีใต้เพราะเข้าใจ แต่เสียความรู้สึกกับการกระทำของเจ้าหน้าที่ ตม.เกาหลีใต้บางคน ที่ทำกับคนเหมือนกัน ไม่ควรทำเกินไปแบบนั้น ส่วนตัวคิดว่า คนเกาหลีใต้ แอนตี้คนไทยมาก เพราะที่นี่คนไทยติด ตม.กันเยอะมาก

..... ในปัจจุบันมีข้อสังเกตว่าคนไทยที่ไปเที่ยวประเทศเกาหลีใต้ ถูกกักตัวและส่งกลับกันมากขึ้น ซึ่งเหตุผลส่วนหนึ่งอาจเกิดจากการลักลอบเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายของคนไทยก็เป็นได้

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็น่าจะมีมาตรฐานที่แน่นอน มีระเบียบที่ชัดเจนในการคัดเลือกนักท่องเที่ยวมากกว่านี้ เพราะบางครั้งการตัดสินใจด้วยเหตุผลส่วนบุคคลและพิจารณาแต่ในแง่ลบของคนผู้อื่นนั้น รู้สึกว่ามันไม่แฟร์เลยกับคนที่จะไปช่วยเศรษฐกิจการท่องเที่ยวต่างประเทศให้ดียิ่งขึ้น

อีกรายโพสต์ลง pantip.com นำประสบการณ์ ที่ถูกตม.เกาหลี ส่งตัวกลับมา โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร มาแบ่งปัน

เมื่อเดือน พค. ที่ผ่านมา ดิฉันเดินทางเพื่อจะไปท่องเที่ยวเกาหลีใต้ หาข้อมูลการท่องเที่ยวอยู่เป็นเดือนๆ ในที่สุดก็ได้เวลาเดินทาง ทริปนี้ดิฉันเดินทางด้วยชั้น Business Class สายการบิน คาเธ่ย์ เปซิฟิค แวะเที่ยวฮ่องกง 1 วัน และเดินทางต่อไปยังเกาหลี เมื่อถึงสนามบินอินชอน ดิฉันก็เตรียมตัว(ภาษาอังกฤษสื่อสารได้ดี ภาษาเกาหลี พูดและฟังได้นิดหน่อย) เตรียมเอกสารต่างๆ เพื่อผ่านด่านตม. เหมือนนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ เมื่อถึงคิวดิฉัน ก็เดินเข้าไปและทักทายเจ้าหน้าที่ ตามปกติ ตอนแรกเจ้าหน้าที่ก็ยิ้มแย้มดี ทักทายกลับมา เมื่อดิฉันยื่นพาสปอร์ตให้เธอ เธอก็ถามดิฉันทันทีว่า "Thai People..? Just Alone..?" ดิฉันตอบ "Yes" แล้วเธอก็ให้สแกนนิ้ว และถ่ายรูป แล้วก็หยิบ Boarding Pass ของดิฉันที่แนบกับพาสปอร์ตไป แล้วถามดิฉันว่า " This is your?" ดิฉันก็ตอบว่า "Yes" แล้วเธอก็เชิญดิฉันไปห้องสอบสวนทันที พอเข้าไปให้ห้องสอบสวน เจอเจ้าหน้าที่ผู้หญิงคนนึง เธอขอดูพาสปอร์ต และ ให้กรอกเอกสาร เป็นข้อมูลส่วนตัว จุดประสงค์ที่มาเกาหลี อะไรประมาณนี้  สักครู่ก็มีเจ้าหน้าที่เอากระเป๋าเดินทางดิฉันมาให้ พอเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเห็นกระเป๋าเดินทางดิฉัน ก็มาขอค้น ค้นทุกซอก ทุกมุม เสร็จแล้วก็มาค้นกระเป๋าสะพาย ค้นกระเป๋าสตางค์ ดูรูปในกล้องถ่ายรูป(ซึ่งมีรูปที่ไปเที่ยวสิงคโปร์ และฮ่องกงอยู่ด้วย) ดูมือถือ(iPhone5)  ดิฉันจึงเอาเอกสารที่เตรียมมาให้เธอดู.....

สุดท้าย เจ้าหน้าที่บอกว่า.....

เราไม่เชื่อใจคุณ เราจะส่งคุณกลับบ้านวันนี้" ดิฉันเลยถามว่า "ทำไมคะ" เธอก็บอก "เราไม่เชื่อใจคุณ" แล้วก็ให้ดิฉันเซ็นเอกสารปฏิเสธการเข้าเมือง

..... ขณะอยู่บนเครื่อง ดิฉันคิดตลอดเวลาว่า ทำอะไรผิด

เมื่อกลับมาถึงไทย วันรุ่งขึ้นดิฉันเดินทางไปยังสถานทูตเกาหลีในไทย เพื่อขอคำชี้แจงในเรื่องนี้ แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่สถานทูตเกาหลี ซึ่งเป็นคนไทย ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือใดๆ แม้กระทั่งคำปรึกษา บอกแต่เพียงให้ดิฉันไปติดต่อ ตม.เกาหลีเอาเอง 

ดิฉันผิดหวังอย่างที่สุด กับสถานทูตเกาหลี เพราะหวังว่าจะเป็นที่พึ่งเราได้ เพราะถ้าดิฉันสามารถเจรจรากับเจ้าหน้าที่ตม.เกาหลีได้รู้เรื่อง (ไม่มีเหตุผล การสื่อสารไม่รู้เรื่อง ตม.อะไร ไม่ใช้ภาษาอังกฤษกับชาวต่างชาติ) ก็คงไม่มาขอความช่วยเหลือจากสถานทูตเกาหลีหรอก

วันต่อมา ดิฉันได้ไปปรึกษา องค์การส่งเสริมท่องเที่ยวเกาหลี (เอสพานาด) เจ้าหน้าที่ก็แนะนำให้ทำเป็นจดหมายร้องเรียนไปถึงท่านทูตฯเกาหลีโดยตรงเลย ดิฉันก็ได้เขียนหนังสือร้องเรียนไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์เศษ แล้วยังไม่ได้การตอบรับใดๆเลย

ดิฉันสูญเสียเงินค่าใช้จ่ายกับการท่องเที่ยวครั้งนี้ไปกว่า 50,000 บาท แต่ไม่ได้เที่ยวเลย เสียดายเงินไม่เท่าไหร่นะคะ เสียใจ เสียความรู้สึกมากกว่า ตอนนี้ดิฉันได้ส่ง E-mail ไปร้องเรียน การท่องเที่ยวที่ประเทศเกาหลีแล้ว และเตรียมที่จะเขียนจดหมายถึงประธานาธิบดี เกาหลี และ BCC News ดิฉันอยากให้กรณีของดิฉันเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อร้องเรียนการทำงานที่ไม่มีมาตราฐานอย่างที่สุดของเจ้าหน้าที่ตม.เกาหลี ค่ะ

นี่เป็นเรื่องย่อๆ ในหลายๆ เรื่อง

จริงอยู่ การที่คนไทยบางคนไปทำความผิดในเกาหลีใต้ ทำให้คนไทยที่ไม่ได้ทำความผิดต้องถูกระแวงไปด้วย แต่การลงโทษส่งกลับแบบ “เดาสุ่ม” แล้วไม่ให้เกียรติ ก็ไม่ควรเกิดขึ้นเช่นกัน.....

เรื่องนี้โทษเขาไม่ได้ ต้องโทษฝ่ายประเทศไทย ที่มีสัมพันธ์ทางการทูต แบบไม่ทัดเทียม ไปซูฮกเขาเหมือนนายกับบ่าว เราอยากเสนอให้รัฐบาลไทย ให้ความสำคัญกับศักดิ์ศรีคนไทยมากกว่านี้ อย่าเห็นแก่เงินที่ชาวเกาหลีมาเที่ยวไทยเท่านั้น

ขอให้เข้าไปดูแล และหากการคัดกรองของ ตม.เกาหลี เป็นเรื่องยากลำบาก ก็อยากให้รัฐต่อรัฐ กลับมากำหนดให้มีการขอวีซ่า “ขอไม่ได้ก็ไม่ต้องไป” และเข้มงวดระหว่างกันก่อนเสียทรัพย์ เดินทางแล้วไม่ได้เข้าประเทศ แล้วคนดีๆ ต้องซมซานกลับมาอย่างไร้ค่า ที่เราคนไทยรับไม่ได้

เพื่อเรื่องเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก.