Get Adobe Flash player

เราต้องการนักการเมืองธรรมดา โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

มีคำถามในใจของคนไทยมากมาย เกี่ยวกับทิศทางของประเทศ ว่าจะเดินไปในแนวใด เช่นเราจะปกครองในระบอบ “ยึดอำนาจ” ไปอีกนานแค่ไหน รัฐบาล คสช.จะลงจากเวที แล้วเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เลือกตั้งหรือไม่

หรือหลังจากเลือกตั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อำนาจจะยังเป็นของประชาชน หรือจะอยู่ใต้การครอบงำของรัฐธรรมนูญ ที่เหมือนกับขีดเส้นให้ผู้แทน สมาชิกวุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้ง เดินตามกรอบที่ถูกกำหนดไว้

นั่นเป็นเรื่องของอนาคต ที่เราเชื่อว่าคนในปัจจุบัน จะไม่สามารถกำหนดสิ่งที่จะเป็นไปข้างหน้าได้ โดยเฉพาะกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกใบนี้

ภายใต้ความสับสน กับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

เรามองว่าประเทศไทย ยังคงจะเผชิญกับปัญหาในเรื่องของความไม่ลงตัวทางความคิดไปอีกยาวนาน และยังไม่มีเค้าลางว่าจะสงบลงได้เลย

ฝ่ายใดจะลิดรอนฝ่ายใดลง คงไม่ได้ ตามคำโบราณที่ว่า “ขิงก็รา ข่าก็แรง”

ขณะที่ทหาร มองว่าปัญหาของประเทศชาติเกิดขึ้น เพราะนักการเมืองแย่งชิงอำนาจ แย่งชิงผลประโยชน์

เช่นเดียวกัน ที่นักการเมือง ก็มองว่าการยึดอำนาจของทหารครั้งแล้วครั้งเล่าไม่จบสิ้น คือปัญหา คือผู้ขัดขวางการเติบโตของประชาธิปไตย

ส่วนเราซึ่งเป็นชาวบ้าน กลับมองว่าปัญหาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในประเทศ ล้วนมาจาก “ตัวดี” คือทั้งทหาร และนักการเมือง 

ส่วนอนาคตของประเทศจะไปทางไหน จะมีปฏิวัติซ้อนอีกหรือไม่ ถ้าซ้อน คราวหน้าจะมาจากสายไหน ไม่สามารถฟันธงลงไปได้ แต่สิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ไม่ช้าก็เร็ว

คือจะต้องมีการเลือกตั้ง โดยไม่มีใครสามารถยับยั้งไว้ได้นาน

เพราะการเลือกตั้ง เกิดจากความต้องการของคนในประเทศ และการกดดันของต่างประเทศ ที่เป็นสมาชิกกลุ่มประชาธิปไตย

จึงอยากให้นักการเมืองเตรียมตัวลงสนาม เป็นนักการเมืองที่ดี เข้าไปทำงานการเมือง โดยไม่ให้กระทบกับความสงบสุขของประชาชน

ไม่ใช่เข้าไป เพื่อ “เล่นการเมือง” ยุยงปลุกปั่น ป่วนประเทศ อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและที่ผ่านมา

แต่ก็น่าตกใจ เพราะยังไม่ทันเริ่มส่งสัญญาณให้เลือกตั้ง ฝุ่นก็เริ่มตลบแล้ว นักการเมืองที่สู้นอกสภา ก็จะกลับเข้าสภา แต่เมื่ออยู่ในสภา กลับมาสู้นอกสภา

บ้างก็จะเอาโน่นเอานี่ ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เลือกตั้ง หรือถามประชาชนว่าเขาจะเอาด้วยหรือไม่

ในฐานะที่เราเป็นชาวบ้าน เคยถามตัวเองว่าเราต้องการนักการเมืองแบบไหน คุณสมบัติของนักการเมืองที่ดี ควรจะเป็นอย่างไร

ถ้ามองในภาพเล็ก เริ่มที่ “ผู้แทนราษฎร” เราไม่ต้องการคนหวือหวาปากกล้า พูดเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ออกข่าวรายวัน

ขอเพียงให้นำปัญหาของท้องถิ่น เข้าสู่กระบวนการของสภา ให้ได้ทราบว่าในจังหวัดนั้นๆ หรือเขตที่ตนรับผิดชอบ มีอะไรเกิดขึ้น จะส่งเสริมสนับสนุนด้านใด จะแก้ไขปัญหาอย่างไร กฎหมายใด ที่น่าจะเป็นประโยชน์ของชุมชน เท่านี้ก็เพียงพอ

อยากเห็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในสภา เบื้องต้นด้วยการตรากฎหมาย ควบคุมการบริหารราชการแผ่นดินตามอำนาจหน้าที่

เช่นการตรวจสอบ ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีในเรื่องต่างๆ กับงานในหน้าที่ เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรี ที่เข้าร่วมประชุมสภาฯ ได้ชี้แจงหรือตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นๆ เพื่อความกระจ่างชัดโปร่งใส

ถ้าเห็นความไม่ถูกต้อง ก็อยากจะให้เข้าชื่อเสนอญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจนายก รัฐมนตรี

หรือเข้าชื่อเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ที่มีพฤติกรรมมิชอบ ไม่ใช่ละเลยแบบลูบหน้าปะจมูก

เรื่องเช่นนี้สำคัญมาก เพราะการเข้าชื่อถอดถอน หรือการอภิปรายแต่ละคราว ประชาชนร่วมฟังอยู่ทางบ้าน สามารถมองเห็นและใช้วิจารณญาณ รับรู้ถึงเหตุและผล มองทะลุว่า พวกท่านผู้ทรงเกียรติ กำลังทำอะไร

จึงไม่ควรใช้อำนาจหน้าที่ตรงนี้ เพื่อการกลั่นแกล้ง ดิสเครดิต หรือทำลายฝ่ายตรงข้าม เพราะที่ผ่านมาหลายเหตุการณ์ ล้วนกระทำโดยเจตนาที่แอบแฝง ไม่ใช่เพื่อปกป้องผลประโยชน์ที่แท้จริงของประชาชน

ที่ผ่านมา เมื่อต่างฝ่ายต่างจ้องล้มกัน ต่างฝ่ายต่างสาดโคลนเข้าใส่กัน สิ่งไม่ดีก็ปรากฏออกมา มีผลต่อความเชื่อถือศรัทธา

ลงท้ายนักการเมืองไม่ว่าพวกใคร ฝ่ายใด ก็ตกเป็นจำเลยสังคม มีการดูถูกดูแคลน ถูกตราหน้าว่าไม่ดี ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ประชาชนไม่ต้องการให้เกิดขึ้น

ที่มองเห็นเป็นประโยชน์ คืออยากให้ผู้แทนฯ ได้ทำหน้าที่ เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ ไปเลือกบุคคล มาเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อกระทำกิจการพิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใดๆ อันอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสภา แล้วรายงานต่อสภา

ยกตัวอย่างเช่นเรื่องพลังงานสะอาด พลังงานจากธรรมชาติ

การเกษตรกรรมแผนใหม่ ที่ปราศจากมลพิษ

การรักษาสิ่งแวดล้อม เช่นการคืนชีวิตให้สายน้ำ การดูแลต้นน้ำลำธาร การปลูกป่า การแก้ปัญหาน้ำท่วม การกำจัดขยะ ฯลฯ ฯลฯ

หลายเรื่องหลายประเด็น ที่ผู้แทนสามารถทำได้ หรือหาผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาได้

และสิ่งสำคัญอีกสิ่ง ที่ประชาชนหวัง อยากเห็นและอยากได้ คือบทบาทภายนอกสภาฯ ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประชาชน

นั่นคือการมีบทบาท ในการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชาวบ้าน การลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหา การให้ความสำคัญและการเอาใจใส่ทุกข์สุข

เป็นโอกาสที่ ผู้แทนฯ ได้พบปะและรับฟังปัญหาโดยตรงจากประชาชนเพื่อนำปัญหานั้นไปแก้ไขโดยเร็วที่สุด

เพราะผู้แทนฯ สามารถทำหนังสือถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบต่อปัญหานั้น เพื่อแจ้งให้ทราบถึงปัญหาและให้ดำเนินการแก้ไข

สามารถพาราษฎรที่เดือดร้อนไปพบเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ดำเนินการช่วยเหลือแก้ไขปัญหา

สามารถให้ความช่วยเหลือ ตามกำลังความสามารถและความพร้อมของตัวผู้แทนเอง

รับเรื่องราวร้องทุกข์จากประชาชน และนำเรื่องดังกล่าวทำเป็นหนังสือเสนอต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ช่วยแก้ไขปัญหา

หรือนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา

บ่อยครั้งที่เราเห็น โรงงานปล่อยสารเคมีลงในน้ำ ถูกผู้มีอิทธิพลครอบงำ ฯลฯ เด็กถูกทอดทิ้งให้อยู่กับพ่อแม่ที่ป่วยไข้ บ้านเรือนอยู่ในสภาพโย้เย้ สภาพที่อยู่ ถูกน้ำขังตลอดปี หรือปัญหาด้านอื่นๆ แต่กลับถูกปล่อยทิ้งไว้ โดยไม่ได้รับการดูแลเยียวยา ทั้งที่มีเจ้าหน้าที่รัฐ มีอยู่ในทุกจุดของประเทศ

นักการเมือง อย่าหวังแค่ต้องการมีเสียงข้างมากในสภา เพื่อมีอำนาจรัฐ เพื่อถอนทุนจากที่ลงไว้ในช่วงเลือกตั้ง เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับยังอยู่ในวังวนน้ำเน่า

นักการเมือง แม้พรรคของท่าน จะเป็นเสียงข้างน้อย แต่ท่านก็คือผู้ชนะในเขตของท่าน ซึ่งสามารถทำหน้าที่เป็นตัวแทนประชาชน ได้เท่าเทียมกับผู้แทนของพรรคใหญ่

เราจึงหวังจะเห็นนักการเมืองที่ดี เข้าไปทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกันมีส่วนร่วมในการทำการเมืองให้สะอาด พ้นจากวงจรชั่วร้าย

ให้ประชาธิปไตยและประเทศชาติ สามารถเดินไปข้างหน้าได้.