Get Adobe Flash player

โรบินฮู้ดภาคเอเซีย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

หลังจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ จัดอันดับการค้ามนุษย์  ปี 2017 ของไทยยังอยู่อันดับเดิม เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง เป็นปีที่ 2 หลังจากอยู่ที่ระดับ เทียร์ 3 เป็นเวลา 2 ปีติดต่อกัน

ถ้ามองที่ความตั้งใจ จะเห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญตรงนี้มาก มีความพยายามแก้ปัญหาทุกทางเพื่อให้สหรัฐมองเห็น

ทั้งเฝ้าระวัง ตั้งกรอบกติกา ลงโทษผู้กระทำความผิด ฯลฯ

แต่ก็ยังไม่เข้าตากรรมการ ตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐฯ ที่กำหนดไว้ จึงต้องย่ำอยู่กับที่

ทั้งนี้ สหรัฐ ได้จัดอันดับการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ถูกแบ่งเป็น 4 ระดับ คือ

เทียร์ 1 ประเทศที่ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ

เทียร์ 2 ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำ แต่ได้ใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อให้บรรลุมาตรฐาน

เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง สำหรับประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ และจำเป็นต้องได้รับการตรวจสอบอย่างใกล้ชิด

และเทียร์ 3 ประเทศที่ไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำของสหรัฐ และไม่ได้ใช้ความพยายามที่จะบรรลุมาตรฐานดังกล่าว

การที่ไทยได้เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง แสดงว่า สหรัฐ เห็นความมุ่งมั่นและความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ของไทย

ซึ่งไทยก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังคงมุ่งมั่นแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ให้เกิดผลสำเร็จยิ่งขึ้น รวมถึงมีแผนที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

แรงงานต่างชาติที่ผิดกฎหมาย เป็นอีกปัญหาของประเทศ ที่รัฐยังแก้ไม่ตก จึงมีความพยายามที่จะเข้าควบคุมให้เป็นไปตามที่รัฐบาลไทยต้องการ

มีการการวางกฏระเบียบ ให้กับผู้เกี่ยวข้องในด้านแรงงาน

เริ่มจากกำหนดให้แรงงานอยู่อย่างถูกกฎหมาย กำหนดโทษค่อนข้างสูง สำหรับการจ้างแรงงานผิดกฎหมาย

สิ่งที่รัฐบาลเชื่อมาตลอด คือการแก้ปัญหาด้วยการใช้กฎมาบังคับ ตามที่ใช้ได้ผลกับทหาร

แต่ปัญหาแรงงานต่างด้าว ไม่ตายตัว มีรายละเอียดซับซ้อนมากมาย

ตัวแปรสำคัญคือ หนึ่ง แรงงานที่ตองการเข้ามาทำงาน เพื่อเงิน เพื่อครอบครัว เพื่อแสวงหาชีวิตที่ดีกว่า โดยไม่ห่วงสถานภาพทางกฎหมายของตัวเอง

พวกเขาคิดเพียงว่า ถ้าได้อยู่ถูกกฎหมายก็ดี แต่ถ้าไม่ถูก ก็ต้องเสี่ยงมา

ถ้าถูกจับได้ อาจถึงกับติดคุกติดตะราง แต่ที่สุดก็ได้กลับบ้าน ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่า “ทุกคน” จะถูกจับทั้งหมด สรุปก็คือ “ต้องเสี่ยง”

สองคือ ผู้จ้างงาน ซึ่งมีความจำเป็นต้องหาคนมาทำงานในธุรกิจของตน ถ้ากรรมวิธียาก การกำหนดโทษร้ายแรง ที่สุดก็ไปไม่รอด

ธุรกิจขาดทุน ก็กระทบเศรษฐกิจของประเทศ บริษัทเจ๊ง ประเทศก็กระเทือนตามไปด้วย

อย่างช่วงนี้ รัฐบาลทำให้แรงงานตกใจ ผลคือแรงงานเข้าแถวเดินทางกลับบ้าน แรงงานทั้งภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม และบริการ ชะงักไปหมด ทุกบริษัทต้องรอ ในขณะที่ดอกเบี้ยธนาคาร เดินหน้าทุกวันไม่มีวันหยุด

ท่านนายกฯ เคยบอกว่า คนพวกนี้กลับไป ก็หาคนใหม่เข้ามาทำแทน พูดง่าย แต่ปฏิบัติไม่ง่าย

เพราะในความเป็นจริง การเอาคนใหม่มาฝึกงาน ก็ยิ่งกระทบธุรกิจ กว่าจะรู้งาน ธุรกิจก็เสียหายไปมากแล้ว

เกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา ผู้กำกับ ผู้เขียนบท และนักวิจารณ์ภาพยนตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คส่วนตัว บอกว่า แวะไปกินข้าว ร้านเจ้าประจำ เห็นป้าย รับสมัคร พนักงานเสิร์ฟ

ร้านผมไม่มีปัญหานะพี่เตี้ย ผมจ้างคนต่างจังหวัด แล้วดูแลกันแบบ คนในบ้าน แต่มันไม่พอ เลยต้องประกาศรับ แต่ก็ไม่มีคนไทยมาสมัคร

พรรคพวกผมโดนกันเละ ผมว่า เขาพลาดนะ

มันน่าจะ ประกาศให้เวลา1 ปี มีผลบังคับใช้ ใครไม่ทำให้ถูกจับหมด พรรคพวกผมโดยเละ สายผู้รับเหมามันด่ากันเละ ตอนทำเอกสาร ก็โดนไถใช้เวลานานกว่าจะจบ

ตอนนี้มันเหมือนการเปิดช่องให้ปรับ ราคาการรีดไถ แบบเรียกกันโหดมากนี่คือ คำพูดของ คนค้าขาย ที่เจอผลจาก สึนามิ แรงงานต่างด้าว

คงสะใจกันเนาะ ปฏิรูป ก่อนเลือกตั้ง

อีกความเห็น ของ เกษมศักดิ์ วงศ์รัฐปัญญา

ประชาหน้าซีด กันถ้วนหน้า ข้างบ้าน ขาย น้ำ หลัง แรงงานต่างด้าว เผ่นกระเจิง วันนี้ โรงน้ำแข็งขอ ขึ้น "ราคา"ค่าน้ำแข็ง เพราะต้องไป "จ้าง" คนไทยที่ ว่างงาน แต่ เลือกงาน มาเป็นแรงงานแบกหาม ผล ค่าตัว ต้องจ่าย เพิ่ม

ค่าน้ำแข็ง ก็เลยต้อง ขึ้น

นี่แค่ ตัวอย่างเดียว ธุรกิจอย่างอื่น เดี๋ยวจะเอามาเล่าให้ฟัง ที่แน่ๆ ร้านอาหาร และ ผับ กระจุย กระจาย หงานเก๋ง กันหมด

แก้ปัญหาแรงงานนั้นละเอียดอ่อน ควรใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ หาไม่แล้วคนที่เจ็บคือประเทศเราเอง

หากตึงเกินไป กวดขันเกินไป ถ้าเป็นซอก็สายขาด

เกิดความไม่สบายใจ เกิดความรู้สึกแปลกแยก เทากับผลักมิตรให้ไปอยู่ฝ่ายตรงข้าม

รัฐบาลเมียนมา ยังไม่สบายใจ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าวเข้มงวดปรับโหด ประกาศสร้างงานภายในประเทศไม่ง้อไทย อัดฉีดก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานทั่วประเทศ อุ้มแรงงานชาวเมียนมาแห่เดินทางกลับประเทศนับหมื่น

ขนาดอเมริกาที่ตั้งตนเป็ตำรวจโลก คอยตรวจสอบประเทศอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างที่คิดที่งหมด

รัฐบาลใหม่จะให้คนที่อยู่ผิกฎหมายกว่า 11 ล้านคนกลับประเทศ เอาจริงก็ทำไม่ได้ เพราะผลกระทบก็จะเกิด 11 ล้านปัญหาเช่นกัน

เพราะการค้ามนุษย์ การใช้แรงงานที่ไม่เป็นธรรม ถึงวันนี้ ก็ยังมีให้เห็นไปทั่ว

โรบินฮู้ดยังเกลื่อนเมือง การจ้างแรงงานตำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ก็ยังมีอยู่ การไม่ให้สวัสดิการผู้ใช้แรงงาน ก็มีอยู่ตลอด

ขนาดแรงงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ยังถูกจ้างแค่ 38-39 ชั่วโมง แทนที่จะเป็น 40 ชั่วโมง เพื่อเลี่ยงประกัน หรืจ่ายสวัสดิการอื่น

 ดีไม่ดีถ้าเอามาตรฐานเดียวกัน แต่ให้คนอื่นเข้าไปตรวจ ผลออกมาอเมริกาเอง อาจแย่กว่าเทียร์ 2

รัฐบาลไทย จึงไม่ควรไปห่วงเรื่องการจัดอันดับ หรือเอาใจลุงแซม มากกว่าความมั่นคงของประเทศเราเอง

อย่าทำเรื่องที่ว่าง่ายๆ ให้เป็นเรื่องยาก แล้วอ้างกฎหมาย ว่าทำให้ง่ายไม่ได้ เปรียบเทียบปรับราคาถูกก็ไม่ได้

ขนาดยึดอำนาจยังทำได้ แล้วมีอะไรบ้างที่ทำไม่ได้

อำนวยความสะดวกให้ธุรกิจผู้ทำรายได้เข้าประเทศ อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้แรงงาน ที่ทำให้เกิดรายได้ให้ประเทศ แค่นี้รัฐบาลก็รับลูกเดียว