Get Adobe Flash player

ความเท่าเทียมของมนุษย์ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ข่าวอุบัติเหตุ ของสองนักศึกษาไทย คือ “น้องมิน” นางสาวทิวาดี แสงสุริยฤทธิ์ อายุ 24 ปี และ “น้องกอล์ฟ” นายภคพล ชัยรัตนทรงพร อายุ 28 ปี ที่ขับรถตกภูเขาในอุทยานแห่งชาติแถบ ฟรีเวย์ 180 เมืองรีดเลย์ระหว่างทางไปคิง แคนยอน เนชันแนล ปาร์ค เฟรสโน่ เคาน์ตี้ สร้างความรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

ความจริง การเกิดอุบัติเหตุ ถึงขั้นเสียชีวิตเป็นสิ่งปกติที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ นั่นเพราะในหมู่จำนวนมาก ย่อมมีทั้งคนโชคดี และโชคร้าย ซึ่งได้แต่แสดงความเสียใจ ไม่มีใครติดใจ

แต่เหตุที่เกิดกับน้องทั้งสองคน ความเสียใจอยู่ตรงที่ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นของรัฐ ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการช่วยชีวิต อ้างว่าไม่มีอำนาจ อยู่ลึก น้ำเชี่ยว สภาพอากาศ ฯลฯ

พูดแต่เพียงว่า “กู้ซากรถ” ไม่ได้พูดถึงการค้นหาผู้สูญหาย ให้ทันท่วงที ซึ่งถ้าช่วยเร็ว โอกาสรอดก็อาจพอมี

แต่ถ้าน้องเขาไม่ตาย แต่ต้องรอคนมาช่วยจนขาดใจตาย นึกไปแล้ว ต่อให้ไม่ใช่ชนชาติเดียวกัน ก็เจ็บปวด

เจ็บปวดเพราะ ถ้าเขาจะลงไปช่วยกันจริง เรื่องการโรยตัวลงเขาที่สามารถมองเห็น ไม่ได้ซับซ้อน หรือการใช้ตะขอเกี่ยวรถแล้วยึดไว้ หรือลากขึ้นมาให้พอพ้นน้ำ ดูด้านในว่ามีคนติดอยู่หรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้

แต่เขาก็ไม่เลือกที่จะทำ ไม่เลือกที่จะเห็นค่าของเพื่อนมนุษย์ ทั้งยังเลื่อนแล้วเลื่อนอีก

จากเหตุการณ์ตรงนี้ได้สร้างความเสียหายทางความรู้สึก บางกลุ่มคิดจะชูป้ายประท้วง หรืออาจถึงขั้นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายในการเลือกปฏิบัติ

เป็นการแสดงออกที่อาจทำได้ ส่วนผลจะเป็นอย่างไรไม่สำคัญ อย่างน้อยถ้าสามารถเป็นคดีตัวอย่าง หรือปลุกจิตสำนึกในการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ก็นับว่าคุ้มค่า

.................................

สำหรับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ภายใต้เขตอาณาของกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส (สกญ.) นำโดยคุณธานี แสงรัตน์ กงสุลใหญ่ฯ

เราเห็นว่า สกญ.ให้ความช่วยเหลือ อย่างเต็มกำลัง ซึ่งตรงนี้เชื่อว่าพวกเรายอมรับโดยไม่เคลือบแคลง

สกญ.ประสานไปยัง กระทรวงการต่างประเทศ-สถานทูตสหรัฐในประเทศไทย ช่วยญาติให้ได้วีซ่าเดินทางมาอเมริกา ไปรับที่สนามบิน ให้ที่พัก ร่วมรับประทานอาหาร พาไปทำบุญที่วัด พาไปดูที่เกิดเหตุ ไปกดดันเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ติดต่อขอความช่วยเหลือ จากนักการเมืองที่เคยร่วมงานกับชุมชนไทย อย่างเช่น มิเชล พาร์คสติล, อีริค การ์เซตตี้ ฯลฯ

ซึ่งพลังตรงนี้ ไม่สูญเปล่า จะส่งผลเป็นรูปธรรมแน่นอน

พูดถึงสกญ.ยุคปัจจุบัน คนไทยคงได้เห็นการทำงานเขาถึงปัญหา ถึงลูกถึงคน ร่วมแก้ปัญหาใหญ่ เล็ก ที่มีในชุมชนไทย ของทีมนี้มาแล้วจากผลงานที่ผ่านมา เป็นที่กล่าวขวัญและชื่นชม

แม้การดูแลเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสหรัฐฯ จะล่าช้า จนทุกอย่างเสียหายและสายเกินแก้

แต่ในความทุกข์ เราก็ได้เห็นน้ำใจคนไทย เห็นความร่วมมือจากหลายๆฝ่าย ที่ต่างช่วยปลอบใจให้กันและกัน

...........................

ย้อนอดีตเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ที่ประเทศเนปาล จนทั้งเมืองถล่มลงมา โบราณสถานทางศาสนาเสียหาย

แม้เครื่องจักรกลหนักในประเทศไม่เพียงพอ เครื่องมือไม่ทันสมัย แต่จิตอาสา ที่มีเพียงจอบเสียมและมือเปล่า ผู้คนเข้าไปใต้ซากตึก เพื่อค้นหาผู้ที่อาจรอดชีวิต แม้ต้องเสี่ยงกับการเกิดแผ่นดินไหวซ้ำ ที่เรียกอาฟเตอร์ช็อก ทุกคนก็พร้อมที่จะทำ

แต่นี่เหตุเกิดที่อเมริกา แผ่นดินที่บอกว่าค่าความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน แผ่นดินที่มีเทคโนโลยีดีที่สุดระดับแถวหน้าของโลก กลับไม่มีปัญญาลงไปช่วยคนที่อยู่ขอบถนนที่มีความลึก 640 ฟุต

ฟุตนะครับ แค่ 640 ไม้บรรทัดเท่านั้น ไม่ใช่เมตร  

ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า หรือเพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนต่างชาติ เจ้าหน้าที่จึงไม่ให้ความสำคัญ

ถ้ามองในมุมของเรา ที่เคยตั้งข้อสังเกต ในฐะนะที่เคยไปทำธุรกิจเกี่ยวกับบ้าน ในพื้นที่แถบนั้น

ตามสภาพชุมชน แถบเบเกอร์ฟิลด์ ไวซาเลีย เฟรสโน มาร์เดร่า เมอร์เซ็ท โมเดสโต ฯลฯ ตลอดสองข้างทางกว่า 300 ไมล์ เป็นดินแดนที่ นอกจากคนอเมริกันเจ้าของประเทศ ชาวสแปนิส ที่มาทำมาหากินแล้ว มีชุมชนไทยและชาวประเทศเพื่อนบ้านเรา พี่น้องชาวลาว ชาวม้ง ชาวเมี้ยนฯลฯ มาตั้งรกรากทำการเกษตรอยู่เป็นจำนวนมาก

พวกเราเป็นชนชาติตัวเล็กๆ เมื่อเทียบกับเจ้าของประเทศที่ตัวโตกว่า และพวกเราก็เคยรู้สึกเป็นพลเมืองชั้นสอง ที่มักถูกละเลย ถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งที่พวกเราก็ขยันทำกิน เป็นกำลังหลักในการสร้างเศรษฐกิจเมืองท้องทุ่งให้เข้มแข็ง

เช่นเดียวกับน้องสองคน ที่พลัดตกลงไป ถ้าเป็นคนอเมริกัน จะไม่ถูกปฏิบัติเช่นนี้

..............................

มาดูที่เมืองไทยบ้างเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม  มีข่าววิศวกร นายปวริศร์ ชัยโฉม อายุ 33 ปี เกิดพลัดตกจากแนวน้ำตกสูง 20 เมตร บาดเจ็บสาหัส

ความทราบถึง นายอำเภอภูหลวง ได้เดินทางไปกับทีมกู้ชีพ ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หมอและเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ามากันชุดใหญ่

แม้เป็นเวลากลางคืน ฝนตก เส้นทางเดินมีความยากลำบากมาก ต้องใช้เวลาถึง 5-6 ชั่วโมง

จากการสอบถาม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์รายหนึ่งทราบว่า นายปวริศร์ในช่วงที่กำลังเดินไต่ขอบน้ำตกนั้นลื่น จึงตกลงไปในน้ำตกเลยหง่าสูงกว่า 20 เมตร บาดเจ็บหนัก เพื่อนร่วมทางเป็นแพทย์และพยาบาลอยู่ในกลุ่มด้วย ได้ทำการปฐมพยาบาลอยู่นาน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ จึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา และได้นำศพออกมาจากพื้นที่ตั้งแต่กลางคืนจนรุ่งสาง

จากการช่วยชีวิตก็กลายเป็นการเก็บกู้ศพแทน

เวลา 06.00 น.วันที่ 6 ส.ค. หลังจากเดินทางไปประมาณ 10 ชั่วโมง ก็ยังไม่สามารถนำศพออกมา เนื่องจากกระแสน้ำป่าที่ภูหลวงแรงมาก จนปิดกั้นเส้นทาง แต่ก็สามารถนำออกมาจากพื้นที่ป่าประมาณ 07.30 น. และนำมาที่โรงพยาบาลภูหลวง เพื่อเอ็กเรย์และชันสูตรศพ จากนั้นญาติคือพ่อแม่นำศพไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดเพชรบูรณ์ต่อไป

กรณีนี้ แม้ผู้บาดเจ็บจะเสียชีวิต แต่การเร่งช่วยเพื่อนมนุษย์อย่างเต็มความสามารถ แม้ต้องปีนป่ายและเดินด้วยเท้าเปล่า เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม

........................................

ครอบครัว 2 นักศึกษาไทย ทั้งที่กรุงเทพฯ และที่มารออยู่ในแอลเอ ผิดหวังทางการสหรัฐฯ ที่อ้างสภาพอากาศไม่เป็นใจ และเลื่อนการช่วยเหลือออกไปเรื่อยๆ

ที่เมืองไทย ลุงของผู้ประสบอุบัติเหตุ ไปขอวีซ่าให้ทีมหน่วยกู้ภัยจากสถานทูตสหรัฐ โดยจะขอเข้าไปค้นหาหนุ่มสาวทั้งสองคนเอง

ทั้งๆ ที่รู้ว่าจะไม่ได้วีซ่า แต่ก็เป็นเชิงสัญลักษณ์ ให้รู้ถึงความไม่ปลื้ม

ซึ่งก็จริง คือวีซ่าไม่ผ่าน

พร้อมทั้งเชิญลุงเข้าพบ พร้อมทั้งพูดประโยคเดิมๆ อ้างอย่างที่เจ้าหน้าที่ได้อ้างแล้ว

ถ้าเรื่องเดียวกันนี้เกิดขึ้นที่เมืองไทย คนเจ็บเป็นฝรั่ง จะได้รับการดูแลอย่างดี มีคนบอกว่าไม่ต้องถึงมือภาครัฐ แค่มูลนิธิร่วมกตัญญู ก็ช่วยได้สบายๆ.