Get Adobe Flash player

ความสุขของคนไทย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ใครที่เป็นแฟนวอลเลย์บอลหญิงไทย ก็จะมีโปรแกรม วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก ครั้งที่ 19 ปี 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย วันที่ 20-24 กันยายน

โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่ม A คาซัคสถาน จีน ไต้หวัน ออสเตรเลีย ฟีจี แข่งขันกันที่ประเทศคาซัคสถาน

ส่วนกลุ่ม B จัดที่จังหวัดนครปฐม ไทย เกาหลีใต้ เกาหลีเหนือ เวียดนาม อิหร่าน ถ่ายทอด ช่อง 33 เวลา 18:15

20 ก.ย. ไทย พบ อิหร่าน..... 21 ก.ย. ไทย พบ เวียดนาม

23 ก.ย. ไทย พบ เกาหลีเหนือ.....  24 ก.ย.ไทย พบ เกาหลีใต้

ตามตารางวัน-เวลาในประเทศไทย พวกเราชาวไทยในสหรัฐหากจะดูสด ก็คำนวนเวลากันนะครับ

แพ้หรือชนะไม่รู้ แต่ก็ดูสนุกทุกคราว เพราะฝีมือการเล่น เราก้าวไปถึงระดับ หนึ่งใน 12 หรือ 13 ของโลก ก็นับว่าสูงมากสำหรับประเทศเล็กที่มีประชากรจำนวนไม่มากนัก ทั้งเสียเปรียบเรื่องส่วนสูง

กีฬาไทยกำลังมีคุณภาพ ประชาชนคนดูก็พลอยมีความสุข

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2560 “พี่แหลม” ศรีสะเกษ นครหลวงโปรโมชั่น   แชมป์โลกซูเปอร์ฟลายเวต 115 ปอนด์ ของสภามวยโลกหรือ   (WBC)  ให้ โรมัน กอนซาเลซ นักชกนิการากัว แก้มือ ที่ สตับฮัป เซ็นเตอร์ ในแอลเอ

(ถ้าเป็นสมาคมมวยโลก WBA เรียกว่าจูเนียร์แบนตั้มเวท)

ผลคือ “พี่แหลม” ต่อยกอนซาเลซ หงายท้องสองหนในยกที่ 4 ได้ใจผู้ชมชาวไทยไปทั่วโลก

“แหลม” ได้แชมป์เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ เมดิสัน สเเควร์ การ์เด้น สนามกีฬาประวัติศาสตร์ในมหานครนิวยอร์ค  มาชนะอีกครั้งในแอลเอ ต้องถือว่าไม่ธรรมดาเลย

สำหรับ ศรีสะเกษ มีสถิติการชก ชนะ 43 ครั้ง น็อค 39 แพ้ 4 และเสมอ 1 ส่วนโรมัน กอนซาเลซ เดิมชนะรวด 46 ครั้ง น็อค 38 ครั้ง

มาแพ้คะแนนครั้งแรกให้กับ ให้กับศรีสะเกษ ของเรา ส่วนครั้งที่สองเป็นการแพ้น็อคครั้งแรกในชีวิต

ต้องขอบคุณ “เฮียฮุย” นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ เจ้าของ “นครหลวงโปรโมชั่น” ผู้ให้การสนับนุน

เพราะครั้งนี้ ทำให้วงการมวยโลก ได้กล่าวขวัญถึงนักชกไทยกันเกรียวกราวอีกครั้ง

มีความสุขจริงๆ ครับ

เมื่อสุขแล้วมาดูข่าวที่ทำให้ทุกข์กันบ้าง....

มีการจัดโครงสร้างอัตราภาษีสรรพสามิตใหม่ ในสินค้า 3 รายการ ได้แก่ สุรา ยาสูบ ไพ่ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อให้มีการประกาศบังคับใช้จริง ที่จะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน เป็นการปฏิรูปการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตใหม่ทั้งหมด รวมเป็นฉบับเดียว นัยว่า เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกกลุ่ม

ในแง่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้เก็บภาษี นั่นก็เป็นมุมมองหนึ่ง

แต่ในแง่ของประชาชนผู้ต้องเสียภาษี ก็จะมีมุมมองที่ต่างกัน

โดยเฉพาะ ภาษี เหล้า เบียร์ ไวน์ บุหรี่ หรือไพ่ ที่ถูกมองว่าเป็นภาษีบาป เห็นตั้งข้อร้งเกียจกันเหลือเกิน

ทำไมไม่ห้ามผลิต ห้ามขาย ห้ามนำเข้าให้มันรู้แล้วรู้รอด

แต่นี่รังเกียจ แถมเลิกก็ไม่เลิก แต่กลับโยนให้ผู้บริโภคต้องเป็นผู้แบกรับภาระ โดยไม่แยแสเลยว่า มันจะแพงขนาดไหน และเป็นธรรมหรือไม่ ในการใช้อำนาจออกกฎหมาย ที่รุนแรงราวกับโจรปล้นนี้

ผู้มีอำนาจ นึกจะทำอะไรก็ทำ กระนั้นหรือ คืออำนาจการปกครอง

มาดูกันครับ 1.สินค้ายาสูบ เปลี่ยนการจัดเก็บจากราคาหน้าโรงงานมาเป็นราคาขายปลีก คิดตามมูลค่าและปริมาณ เช่น จากเดิม 3 บาทต่อมวล เพิ่มขึ้นเป็น 5 บาทต่อมวล โดยไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 2.สินค้าสุรา เช่น สุรากลั่น คาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากเดิม 1.5 เท่า เช่น 35 ดีกรี จากเดิม 160 บาทต่อ ขวด มาเป็น 312 บาทต่อขวด

สุราแช่ จะเพิ่มขึ้น 0.5 เท่า เช่น เบียร์ 35 ดีกรี จากเดิมประมาณ 41 บาท ต่อขวด เป็น 78 บาทต่อขวด  และไวน์ 12 - 15 ดีกรี จากเดิม 225 บาทต่อขวด เพิ่มขึ้นเป็น 51 บาท - 1,400 บาทต่อขวด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาจำหน่ายต่อขวด

3.ภาษีเครื่องดื่ม เช่น น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง และเกลือแร่ น้ำผลไม้ หากผสมน้ำตาลมากกว่า 6 - 10 กรัมและ 10 ต่อ 100 มิลลิลิตร จะเก็บภาษีไม่น้อยกว่า 20% และ 25% ของราคาขายปลีก ฯลฯ

เราเอง เคยมีข้อขัดแย้งอยู่ในใจในลักษณะนี้ หลายเรื่อง กับสิ่งที่ผู้มีอำนาจกระทำ

เช่นที่มีข้อกำหนดว่า ประเทศไทยของเราจะต้องมีปริมาณของป่า ให้ได้เท่านั้นเท่านี้เปอร์เซ็นต์ ของพื้นที่ประเทศทั้งหมด

แล้วไปเที่ยวไล่ยึดที่ช้าวบ้านในต่างจังหวัด เพื่อเป็นการทวงคืนผืนป่า เพื่อให้เป็นปอดของประเทศ หรือให้ทรัพยากรสมดุลย์ ฯลฯ อย่างไรก็แล้วแต่

กฎหมายออกที่กรุงเทพฯ ให้คนในกรุงเทพฯ อยู่สบาย แต่กรุงเทพฯ ไม่มีป่า ไม่เคยรับผิดชอบเรื่องป่า และโยนภาระทั้งหมดให้คนต่างจังหวัด

ได้งบฯ อะไรมา ก็นำไปพัฒนากรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่ นำไปสร้างเมกะโปรเจ็กต์ ที่มีมูลค่ามหาศาล

แต่พอมีโรงงานที่ปล่อยของเสีย ก็ไปทำที่ต่างจังหวัด

รัฐบาลนี้ บอกประชาชนเสมอว่า   จะคืนความสุขให้ประชาชนคนในชาติ ก็เริ่มมีเสียงถามมาว่า เมื่อไรจะคืน

บางองค์กรกินเงินเดือนสูง แต่กลับร่างกฎหมายลูกไม่สำเร็จเสียที

พยายามกรอกหูประชาชนว่าประชาธิปไตยไม่ดี เพราะมีนักการเมืองโกง สร้างความไม่สงบให้ประเทศ ถ้าไม่เลือกจะดีกว่า บ้านเมืองสงบกว่า

ก็แล้วทำไมไม่ประกาศให้ชาวโลกรู้ว่า ประเทศเราจะไม่เป็นประชาธิปไตย แต่จะปกครองโดยผู้มีอำนาจ โลกก็จะได้เข้าใจประชาชนก็จะได้เขาใจ

การถูกตีกรอบให้เดินตามข้อบังคับ ถ้าใครเคยชิน ก็คงไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าไม่ชิน ก็จะรู้สึกว่าผู้มีอำนาจรัฐ มีสิทธิอะไร

แม้แต่รายการโทรทัศน์

โดยปกติเรามีข่าวในพระราชสำนัก ที่เราพร้อมที่จะติดตามพระราชกรณียกิจต่างๆ ที่สามารถรับข้อมูลที่ตรงและถูกต้อง นั่นเป็นเรื่องดี

แต่การที่รัฐบาล บังคับให้ประชาชนดูรายการเดินหน้าประเทศไทย (รวมการเฉพาะกิจ) ทุกช่องแพร่ภาพพร้อมกัน เพื่อเป็นการล็อคประชาชนเอาไว้ให้ดูการโฆษณารัฐบาล ที่บางครั้งรายการก็ทำแบบสุกเอาเผากิน ออกมาหาเสียง ทุกวันซ้ำซาก เป็นเรื่องที่น่าเบื่อมาก

ดูรายการอยู่ดีๆ ก็ตัดเข้ามาให้ดูเดินหน้าประเทศไทย

แค่รายการที่นายกฯ ออกโทรทัศน์ทุกช่อง ทุกวันศุกร์ก็น่าเพียงพอแล้ว.