Get Adobe Flash player

6 คำถามประยุทธ์ โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ตั้งคำถาม 6 ข้อประชาชนตอบ

เราในฐานะประชาชนหนึ่งเสียง ขอตอบในมุมมองหนึ่ง ที่อาจจะเหมือนหรือแตกต่างกับคนอื่นๆ ที่เคยตอบมาแล้ว

ถาม 1.วันนี้จำเป็นต้องมีพรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองหน้าใหม่ ที่มีคุณภาพให้ประชาชนได้พิจารณาในการเลือกตั้งครั้งต่อไปบ้างหรือไม่ และการที่มีแต่พรรคการเมืองเดิมและนักการเมืองหน้าเดิม แล้วได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ประเทศชาติเกิดการปฏิรูปและทำงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่

ตอบ พรรคการเมืองใหม่ นักการเมืองใหม่ เกิดขึ้นตลอดเวลา โดยเฉพาะช่วงที่มีการเลือกตั้ง จะมีพรรคใหม่ๆ หลายสิบพรรคอาสาเข้ามาเป็นผู้แทนราษฏร ด้วยการลงสู่สนามเลือกตั้งเพื่อให้เป็นตัวเลือก แต่ส่วนมาก พรรคใหม่ คนใหม่จะไม่ค่อยประสบความสำเร็จ ทั้งนี้เพราะคนส่วนใหญ่ไม่รู้จัก ไม่มีข้อมูลพอที่จะให้เชื่อถือ ต่างกับนักการเมืองหน้าเดิมที่เคยร่วมงานกับประชาชน หรืออุปถัมภ์ค้ำชูกันมา จึงมีความได้เปรียบ และส่วนใหญ่จะได้กลับมา

ส่วนใครจะได้เป็นรัฐบาล ก็ขึ้นอยู่กับว่าประชาชนจะเลือกใคร หรือเหตุปัจจัยอะไรที่ทำให้ประชาชนเลือก

ที่ถามว่าจะทำให้ประเทศชาติเกิดการปฏิรูป และทำงานต่อเนื่องตามยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่นั้น ยังไม่แน่ เพราะตอบไม่ได้ว่านักการเมืองที่เข้ามาจากการเลือกตั้ง จะเชื่อถือ “ยุทธศาสตร์ชาติ” ในแบบของ คสช.แค่ไหน

ตรงนี้มีรายละเอียด และความเห็นต่างที่สามารถอภิปรายร่วมกันได้

2.การที่ คสช. จะสนับสนุนพรรคการเมืองใดก็เป็นสิทธิของ คสช.ใช่หรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีไม่ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งด้วยอยู่แล้ว

ตอบ ตามกฏหมาย คสช. เหมือนเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องวางตัวเป็นกลางไม่ให้เกิดความได้เปรียบ เสียเปรียบ แม้จะอ้างว่าไม่ได้ลงเลือกตั้ง (ประเด็นนี้ยิ่งสำคัญ) เพราะดูตามรูปการณ์ คสช.จะได้ประโยชน์จากการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด และอาจได้รับการสืบทอดอำนาจโดยไม่ต้องลงเลือกตั้ง

ตรงนี้ไม่ได้อคติ แต่เห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คสช.ได้วางหมาก วางกลเอาไว้แล้ว ในรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาใหม่ แม้ คสช.จะปฎิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลังการร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่รัฐธรรมนูญใหม่ก็ได้กำหนดเงื่อนไขเอาไว้มากมาย เพื่อให้ “บรรลุเป้าหมาย” ของผู้ยกร่าง

3.สิ่งที่ คสช. และรัฐบาลนี้ได้ดำเนินการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ประชาชนมองเห็นอนาคตที่ดีของประเทศชาติบ้างหรือไม่ และเห็นด้วยกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สะสมมานานด้วยการรื้อใหม่ และการวางแผนอย่างเป็นขั้นตอนหรือไม่ นอกจากนี้เห็นด้วยให้มียุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูป เพื่อให้การเมืองไทยในอนาคตมีประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลและมีความต่อเนื่องในการพัฒนาประเทศหรือไม่ อีกทั้งการทำงานของทุกรัฐบาลต้องคำนึงถึงภาพรวมทั้งประเทศไม่ใช่ทำตามเพียงนโยบายพรรคที่หาเสียงไว้ หรือดูแลเฉพาะพื้นที่ฐานเสียงใช่หรือไม่

ตอบ สิ่งที่รัฐบาล คสช.ทำตลอด 3 ปี ประชาชนมองเห็นเจตนาดีแน่นอน อย่างเช่นการแก้ปัญหาประมง การบุกรุกน่านน้ำ การค้ามนุษย์ ฯลฯ ก็ทำได้ดี แต่ การที่รัฐบาลคสช.เข้ามาบริหารประเทศด้วยการรัฐประหาร ในระบบสั่งการ ไม่ยึดโยงประชาชน จึงไม่มีความชอบธรรมในการกำหนดทิศทางของประเทศ

ในเมื่อกฏกติกาอุดมการณ์ของประเทศไทย ที่ “เลือกอยู่ฝ่ายโลกเสรี” ปกครองประเทศตามระบอบประชาธิปไตย จึงต้องดำเนินการไปตามกรอบกติกาที่โลกฝ่ายนี้ได้กำหนดไว้

ทำให้ประเทศโลกเสรี รวมทั้งคนไทยในประเทศที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตย ไม่ยอมรับในสิ่งที่ คสช.ทำ และเกิดความเห็นต่าง ซึ่งต่างกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แม้ทำงานยากกว่า แต่ก็เพราะต้องผ่านการถูกตรวจสอบจากฝ่ายค้าน จากฝ่ายประชาชนที่มีความเห็นต่าง ไม่เหมือนกับยุครัฐบาล คสช.ที่เมื่อมีผู้เห็นต่าง ก็จะถูกเรียกมาปรับทัศนคติ  

4.การเอาแนวทางจัดตั้งรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งในอดีตมาเปรียบเทียบกับการจัดตั้งรัฐบาลวันนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่ เพราะสถานการณ์บ้านเมืองก่อนที่ คสช.และรัฐบาลเข้ามา มีความขัดแย้ง ความรุนแรงและการแบ่งแยกประชาชนเป็นกลุ่มๆ เพื่อมาสนับสนุนทางการเมืองใช่หรือไม่

ตอบ ยอมรับว่าความแตกแยก เกิดจากนักการเมืองและพรรคการเมือง ตรงนี้ยังไม่มีการแก้ไข เพราะปัจจุบันความแตกแยกนั้นยังคงอยู่ แต่ถูกกลบด้วยอำนาจทางการทหาร และอำนาจ คสช.

5.รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแบบประชาธิปไตยที่ผ่านมา ได้แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ มีธรรมาภิบาลและมีการพัฒนาประเทศที่มีความต่อเนื่องชัดเจนเพียงพอหรือไม่

ตอบ รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ทำงานยากกว่ารัฐบาลเผด็จการแน่นอน เพราะระบบกำหนดให้เป็นเช่นนั้น ความไม่ต่อเนื่องของรัฐบาลเลือกตั้ง ส่วนหนึ่งมาจากการไม่ให้ความร่วมมือของฝ่ายอำนาจของกองทัพ ที่พยายามครอบงำ รวมทั้งการที่รัฐบาลถูกยึดอำนาจที่เกิดมาแล้วอย่างน้อย 13 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2475 เป็นต้นมา

คือ 1. รัฐประหารในวันที่ 1 เมษายน 2476 พระยามโนปกรณ์นิติธาดา ได้ประกาศพระราชกฤษฎีกาปิดสภาผู้แทนราษฎร พร้อมงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา

2. รัฐประหารวันที่ 20 มิถุนายน 2476 นำโดยพลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา ยึดอำนาจรัฐบาล พระยามโนปกรณ์นิติธาดา

3. รัฐประหาร วันที่ 8 พฤศจิกายน 2490 นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์

4. รัฐประหารวันที่ 6 เมษายน 2491 คณะนายทหารกลุ่มที่ทำการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 จี้บังคับให้ นายควง อภัยวงศ์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และมอบตำแหน่งต่อให้ จอมพล ป. พิบูลสงคราม

5. รัฐประหารวันที่ 29 พฤศจิกายน 2494 นำโดยจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง

6. รัฐประหาร วันที่ 16 กันยายน 2500 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพล ป.พิบูลสงคราม

7. รัฐประหาร วันที่ 20 ตุลาคม 2501 นำโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ยึดอำนาจรัฐบาล จอมพลถนอม กิตติขจร

8. รัฐประหารวันที่ 17 พฤศจิกายน 2514 นำโดย จอมพลถนอม กิตติขจร ยึดอำนาจรัฐบาลตนเอง

9. รัฐประหาร วันที่ 6 ตุลาคม 2519 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

10. รัฐประหารวันที่ 20 ตุลาคม 2520 นำโดย พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ยึดอำนาจรัฐบาล นายธานินทร์ กรัยวิเชียร

11. รัฐประหารวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2534 นำโดย พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ ยึดอำนาจรัฐบาล พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ

12. รัฐประหารวันที่ 19 กันยายน 2549 นำโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ยึดอำนาจรัฐบาลรักษาการ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

13. รัฐประหารวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 นำโดย พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เป็นการประกาศรัฐประหารเพื่อให้รัฐมนตรีรักษาการทั้งหมดหมดอำนาจ และเปลี่ยนผ่านสู่การจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่

หมายเหตุ การปิดสภาผู้แทนราษฎรและงดใช้รัฐธรรมนูญบางมาตรา เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2476 เป็นรัฐประหารครั้งแรกของไทย และมิได้แยกเหตุการณ์วันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2491 เป็นรัฐประหารอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม นอกจากการรัฐประหาร 13 ครั้ง ข้างต้นแล้ว ยังมีเหตุการณ์ทางการเมืองอย่างเหตุก่อกบฏ 11 ครั้ง แต่ทำการปฏิวัติ หรือรัฐประหารไม่สำเร็จ และมีการปฏิวัติ 1 ครั้ง คือ ปฏิวัติสยาม เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2475

กลับมาที่คำถามของนายกรัฐมนตรี

6.เหตุใดพรรคการเมืองและนักการเมือง จึงออกมาเคลื่อนไหวคอยด่า คสช. รัฐบาล และนายกฯบิดเบือนข้อเท็จจริงในการทำงานในช่วงนี้อย่างมากผิดปกติ จึงขอฝากถามประชาชนว่าเพราะอะไร เนื่องจากอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ จึงอยากให้ทุกคนที่เป็นคนไทยช่วยพิจารณาตัดสิน

ตอบ เป็นเหตุการณ์ปกติ ที่เมื่อถึงปลายสมัยของรัฐบาล (ไม่ว่าสมัยใด) ก่อนจะมีการเลือกตั้ง บรรดานักการเมืองจะออกมาเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก

คสช.เองก็ต้องมองตัวเองเช่นกัน ว่าเหตุใดจึงไม่ยอมคืนอำนาจให้ประชาชน กดหัวพรรคการเมืองไว้เนิ่นนานเช่นนี้ ทั้งยังสร้างภาพนักการเมืองเป็นลบ โดยไม่ให้ราคานักการเมืองดีๆ ที่ตลอดชีวิตได้ทุ่มเททำงานเพื่อประเทศชาติ.