Get Adobe Flash player

ชาวนา ควรจะร่ำรวย โดย สมเจตน์ พยัคฆฤทธิ์

Font Size:

ที่ห้องประชุมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการแถลงข่าว "การจัดเทศกาลข้าวใหม่" เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ทรงมีพระราชกรณียกิจในด้านการเกษตร

นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี

โดยกล่าวแสดงความเห็นในตอนหนึ่งว่า ปัจจุบันชาวนาไม่ใช่กระดูกสันหลังของประเทศ แต่กลายเป็นภาระของประเทศ ทั้งๆ ที่ทำมาหากินบริสุทธิ์แต่จนมีหนี้สิน จึงไม่อยากให้หลงลืมชาวนา และควรรื้อฟื้นให้ข้าวไทยเป็นอุตสาหกรรมหลักของประเทศต่อไป

คำกล่าวสั้นๆ นี้ ได้สะท้อนปัญหาไว้อย่างน่าสนใจยิ่ง

ซึ่งเรามองว่า ประเด็นนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับวาระแห่งชาติ ที่เราประชาชนทุกภาคส่วน ต้องก้าวข้ามให้พ้นเรื่องของการเมือง มาเป็นความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ส่วนความขัดแย้งในเรื่องของความเห็นต่าง หรือแนวทางที่ไม่เหมือนกันของพรรคการเมือง ก็ถือว่าเป็นสีสันของประชาธิปไตย ไม่ต้องไปแตะต้องในส่วนนี้

ให้ธรรมชาติของการอยู่ร่วมกัน เป็นตัวกำหนด ให้ประสบการณ์ของผู้คน เป็นบทเรียน และเรียนรู้ด้วยตนเอง

เพื่อการพัฒนาไปสู่การรับฟังอย่างมีสติ และนำเสนออย่างมีเหตุผล จนกลายมาเป็นการเคารพความเห็นต่าง ที่ทุกฝ่ายสามารถรับฟังกันและกัน แม้ไม่เห็นด้วยในประเด็นนั้นๆ ก็ตาม

เรามองว่าเรื่องชาวนา หลายยุคสมัย หลายต่อหลายรัฐบาลที่ผ่านมา แม้จะมีความพยายามในการแก้ไข ด้วยวิธีการต่างๆ แต่ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร

ปัญหาที่แท้จริงของชาวนานอกจากเรื่องที่ดินทำกินแล้ว ก็คือเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้ง

การลดต้นทุนในการผลิตเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ตั้งแต่ขั้นตอนการไถหว่าน การให้ปุ๋ย การปราบศัตรูพืช จากอดีตที่ผ่านมา เราทราบกันดีว่า นอกจากมีการใช้สารเคมีอย่างมากมายจนสัตว์เล็กสัตว์น้อยในนาอยู่ไม่ได้ ห้วยหนองลำประโดงน้ำเสีย จนเกิดอาการผื่นคันถ้าลงไปอาบน้ำหรือล้างหน้า ซึ่งเป็นวิกฤติที่รุนแรง แล้ว ยังฝากชะตาของชาวนาไว้กับนายทุนใหญ่เพียงไม่กี่บริษัท ที่กำหนดราคาเองจนมีราคาแพง ไม่คุ้มค่าเมื่อได้ผลผลิตไปขาย

ทำให้เกิดหนี้สิน และความยากจนไม่สิ้นสุด

เรื่องน้ำแก้อย่างไร แม้บ้านเราจะเป็นเมืองลุ่ม หลายพื้นที่น้ำท่วมทุกปี แต่บางปีก็ประสบภัยแล้ง ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น

ทุกพื้นที่ของประเทศที่มีการทำนา ควรมีแหล่งน้ำในระดับตำบลหรืออำเภอของตนเองที่พอเพียง ที่มีอยู่แล้วก็ปรับปรุงให้เหมาะสม ส่วนพื้นที่ๆ ยังไม่มีก็ให้สร้างขึ้นด้วยงบประมาณของรัฐ

ทุกบ้าน ควรทำคันนา ในแบบเดียวกับสันเขื่อน ที่กักเก็บน้ำได้-กันน้ำท่วม-กันน้ำแล้งได้ มีระบบสูบน้ำในพื้นที่นั้นๆ ทั้งเข้าและออก ให้ระดับน้ำเป็นไปในสภาพที่ต้องการ และมี “แก้มลิง” ตามแนวพระราชดำรัสฯ  รองรับเมื่อน้ำล้น เพื่อระบายออกสู่แม่น้ำพร้อมรองรับ เพื่อออกสู่ทะเล

ควรมีการขุดลอกคูคลอง ให้มีความลึกที่เหมาะสม และคืนชีวิตให้สายน้ำ เพื่อเป็นที่อาศัยของสัตว์น้ำ อย่างที่เคยเป็นไปในอดีต

ควรเร่งฟื้นฟูแนวป่าทุกเขตของต้นน้ำลำธาร รักษาความชุ่มชื้นของดิน เพื่อรักษาสภาพ “น้ำไหลริน” ให้คงอยู่ดังเดิม

ในการทำไร่นาของแต่ละโซน ควรให้ทำพร้อมกันเพื่อลดต้นทุน ทั้งขั้นตอนการไถหว่านดำกล้า เพื่อการกำหนดการใช้น้ำที่พอเหมาะ รัฐควรให้การสนับสนุนเครื่องจักรกลด้วยวิทยาศาสตร์แผนใหม่ที่ทันสมัย เพื่อลดทั้งต้นทุนและแรงงาน ดังเช่นกสิกรรมในสหรัฐ ที่ใช้เครื่องจักร ไถหว่านพืชผลทางเกษตร นับพันนับหมื่นเอเคอร์อย่างประหยัดรวดเร็ว โดยแทบไม่ต้องใช้แรงคน ไปจนถึงขั้นตอนการเก็บเกี่ยว

อีกทั้งการฉีดพ่นปุ๋ย-ยาชีวภาพ ด้วยเครื่องบินเล็ก หรือโดรน ที่ทำครั้งหนึ่งก็สามารถครอบคลุมไปทั้งโซน

ภาครัฐ ต้องมีศูนย์ใหญ่ตามภูมิภาค รวมทั้งให้นโยบายไปยังส่วนท้องถิ่น ให้ผลิตยาปราบศัตรูพืชชีวภาพ ปุ๋ยชีวภาพ เลี้ยงสัตว์ที่ปราบศัตรูพืชไว้ในนา มีศูนย์และโรงงานขนาดใหญ่ ในการผลิตปุ๋ยเพื่อชุมชน ด้วยการนำดินที่หมดสภาพ มาทำให้ร่วน ผสมกับมูลสัตว์ พืชในตระกูลที่บำรุงดิน รวมทั้งกิ่งไม้ใบหญ้าที่ถูกตัดหรือแผ้วถาง รวมทั้งวัชพืชอื่นๆ ทั้งจอกแหน ผักตบชวา ฯลฯ ซึ่งจะต้องไม่ทิ้ง นำมาบด มาป่น โดยเพิ่มจุลินทรีที่ย่อยสลาย มาเพื่อคลุกเคล้าผสมผสานทำหน้าดินใหม่ เมื่อต้องการ   

ส่งเสริมให้มีการทำเศรษฐกิจพอเพียงในครัวเรือน ตามแนวของพ่อหลวง ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก ส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ที่เป็นอาหาร เช่นเลี้ยงไก่กินไข่ เลี้ยงปลา กุ้ง กบ ฯลฯ โดยสามารถหาซื้ออาหารสัตว์ในราคาถูก เพื่อให้มีอาหารที่ประหยัด เป็นประโยชน์ต่อการบริโภค ตามหลักโภชนาการ

ส่งเสริมให้มีการแปรรูปผลิตผล เพื่อเพิ่มคุณค่าและราคา จากขายข้าวเปลือกอย่างเดียว แบ่งมาขายข้าวสารบรรจุถุงบ้าง ทำขนม อาหารที่ทำจากข้าว บรรจุ “แพคเก็ต” ที่สวยงาม เพื่อป้อนตลาดอื่นๆ แต่ต้องกำหนดไม่ให้ล้นตลาด ซึ่งผลผลิตเหล่านี้ ถ้ารสชาติสู้ได้ ราคาสู้ได้ ก็สามารถขายได้

รัฐควรมีการออกแบบบ้านเรือน แบบที่สามารถนำมาประกอบเข้าด้วยกัน ได้อย่างรวดเร็ว มีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งห้องนอน ห้องน้ำ ครัว โรงนา อย่างมาตรฐาน กันความร้อนหนาว และน้ำฝน จากวัสดุที่แข็งแรง ประหยัด เพื่อให้คุณภาพชีวิตชาวนาดีขึ้น

เปลี่ยนสภาพชาวนา อันเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ที่มอซอและยากไร้ ให้เป็นชาวนาที่สวยงาม ดังเช่นในหลายประเทศ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น

พอกันทีที่ชาวนาต้องนอนในสภาพ มุ้งดำ ครัวไฟมอมแมม ซุกนอนในผ้าห่มเก่าๆ ใต้หลังคาที่ไม่คุ้มแดดฝน หรือสภาพที่น้ำท่วม

คนที่ปลูกข้าวเลี้ยงคนทั้งประเทศ จะปล่อยให้อยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร

หลายครั้งที่ได้เห็นหนุ่มสาวลูกชาวนามาขายแรงงาน มาเป็นนักมวย มาประกวดร้องเพลง สิ่งที่ได้ยินเสมอคือ ต้องการปลดหนี้ ต้องการสร้างบ้านให้พ่อแม่ ฯลฯ

ส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพลังน้ำ ลม และแสงแดด มาเป็นพลังงาน เช่นไฟฟ้า เครื่องซักผ้า น้ำอุ่นและอื่นๆ

ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรที่ประหยัด ด้วยความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา  ไม่ว่าจะเป็นรถประเภทอีแต๋นที่จะต้องพัฒนาขึ้น รถตัดหญ้า แทรคเตอร์ ฯลฯ โดยให้มีคุณสบบัติคือเป็นยานพาหนะที่สมบูรณ์ ต้องมีความงามในระดับหนึ่ง มีประโยชน์ใช้สอยที่ครบถ้วน ทนทาน และความปลอดภัย (ซึ่งต้องเป็นอันดับแรก) ที่สำคัญคือราคาถูกและซ่อมง่าย

ส่งเสริมให้มีการอบรมการเกษตรแผนใหม่ ให้ข้อมูลข่าวสารแพร่ไปอย่างทั่วถึง

ส่งเสริมให้มีการเรียนรู้สำหรับเด็กลูกชาวนา ให้โอกาสทางการศึกษา เปลี่ยนวิสัยทัศน์ที่จะให้ลูกสบาย มาเป็นการให้รู้จักการทำงานที่พื่งพาตัวเอง สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม ด้วยสมองและแขนขาของตัวเอง 

ส่งเสริมความสามารถเฉพาะทาง เช่นด้านกีฬา ด้านบันเทิง หรือด้านอื่นๆ

ส่งเสริมการเก็บออม และให้รางวัลกับผู้ที่ประสบความสำเร็จ

เริ่มโครงการด้วยจังหวัดต้นแบบ แล้วมาปรับปรุงพัฒนา แล้วขยายไปจนครบทุกจังหวัด.