Get Adobe Flash player

ทางออก โดย บางขุนศรี

Font Size:

เปลี่ยนบรรยากาศจากคอลัมน์ “ทางด่วนสายร้อยเอ็ด” หรือ “101 Free way” เส้นทางสายหลัก ที่คนไทยในลอสแอนเจลิสคุ้นเคย ซึ่งวันนี้ผู้เขียน “รีไทน์” กลับไปใช้ชีวิตที่เมืองไทยอย่างถาวร

นังตั้งแต่ฉบับนี้ ท่านผู้อ่านจะได้พบกับคอลัมน์ใหม่ เขียนโดยชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่เคยไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านไร่ ปลายสวน ริมคลองบางขุนศรี ในท้องที่บางกอกน้อย

สมัยนั้นถนนหนทางไม่สะดวกสบายเหมือนปัจจุบัน

ทางออกสู่ถนนใหญ่ ต้องลัดเลาะท้องไร่ท้องสวน ก่อนจะมาสู่ปากทาง เวลาฝนตกฟ้าร้อง ทั้งเปียก ทั้งลื่น แต่เพราะชาวสวนรอบตัวมีแต่โทนสีเขียว ทำให้ใจเย็น

จะต้องหา “ทางออก” จากบ้านโดยไม่ให้เปียกปอนเปื้อนโคลน

เมื่อโตขึ้น มาอยู่ในสภาพสังคมที่นับวันจะยิ่งมีความขัดแย้งสูง เมื่อไม่มีใครยอมใคร ก็ต้องทะเลาะกัน แม้รัฐบาลเองยังลงมาคลุกฝุ่น คืนความขัดแย้งให้ประชาชน

จึงต้องมีคนที่ใจนิ่งๆ มาเสนอ “ทางออก” เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนแผ่นดิน แม้ความคิดความเห็นจะไม่ตรงกันก็ตาม

หลังสุด คนระดับรัฐมนตรีกระทรวงใหญ่ ใช้ศัพท์ “ไอ้ห่า” ไอ้นี่พูดภาษาคนไม่รู้เรื่อง

ยิ่งกว่านั้น ระดับ นายกฯ ว๊ากชาวบ้านที่มีความเห็นแย้งกับรัฐบาล และมาขอความช่วยเหลือ

ผลก็คือวงแตกซิครับ

ชาวบ้านออกมาชุมนุมต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ปะทะกับทหารของ คสช.

รัฐบาลยังไม่ยอม ประกาศให้พื้นที่เป็นเขตความมั่นคง กะเอาพวกหัวแข็งให้อยู่ เพื่อปรามกลุ่มอื่นไม่ให้ทำตาม

เจอแบบนี้หากไม่เตือนกัน ก็จะว่าไม่รักกัน เพราะไม่อยากให้ใครสักคนลงเวทีในฐานะทรราชย์

 

อ่านจากข่าวครับ.... ที่หน้าศาลจังหวัดสงขลา เครือข่ายคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามานั่งรอขอประกันตัวเครือข่าย 15 คน และเยาวชน 1 คน ที่ศาลเยาวชนทั้งกลางฝนที่ตกหนักตลอดทั้งวัน ซึ่งเป็นจากชาวบ้านเทพา-จะนะ ที่ยังไม่ถูกรวบจากการสลายการชุมนุม

ได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ เนื้อหาแถลงการณ์ปิดการเดิน..เทใจให้เทพา หยุดโรงไฟฟ้าถ่านหิน ความว่า

เราคือชาวบ้าน ผู้เดือดร้อนจากโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโครงการท่าเรือน้ำลึกสวนกง เราเดินเท้ามาจากบ้าน เพื่อมาพบมาอธิบายและยื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี เรามีความหวัง เพราะครั้งนี้นายกมาใกล้เรา ไม่ต้องให้พี่น้องลำบากไปถึงกรุงเทพ เรารู้ว่าหากเราไปลงทะเบียนขอพบ เราจะได้พบเพียงตัวแทนหางแถวซึ่งเราพบมาหลายครั้งแล้ว เราจึงยอมเดินเท้าเพื่อขอความเห็นใจจากท่าน

เราคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา เพราะโครงการนี้จะบังคับโยกย้ายชาวบ้านเป็นพันคนออกจากแผ่นดินเกิด คนอีกนับหมื่นต้องจำใจรับมลพิษอยู่ริมรั้วถ่านหิน โครงการท่าเรือน้ำลึกสวนกงก็เช่นกัน เป็นโครงการทำร้ายทะเล จะนะมีท่าเรือน้ำลึก เทพามีท่าเรือขนถ่ายถ่านหิน แล้วชาวประมงจะนะเทพาจะเหลืออะไรเลี้ยงชีพ อีกทั้งกระบวนการมีส่วนร่วมก็ฉ้อฉล การศึกษา อีเอชไอเอ มีความเท็จปะปนมากมาย ทุกอย่างล้วนไม่เป็นธรรมกับชุมชน เราจึงสละแรงกายแรงใจเดินเท้ามาหานายกรัฐมนตรี

บัดนี้เราพบความจริง ท่านเป็นคนใจดำ ท่านเป็นคนใจแคบ ท่านไฟเขียวให้มีการมาปิดกั้นกลุ่มชาวบ้านที่เดินอย่างสงบ และส่งกำลังมาสลายการชุมนุมด้วยความรุนแรงได้อย่างไร และยังจับพ่อแม่พี่น้องของเราไปขัง ตั้งข้อหามากมาย

ท่านเห็นเราเป็นเพียงผักปลาหรือ เห็นเราเป็นศัตรูต่างชาติหรือ

เราเป็นคน เรามีชีวิต เรามาด้วยเหตุผล

แต่ท่านไร้น้ำใจ ไม่ควรค่าแก่การนับถือ ไม่เหมาะสมแก่ปกครองบ้านเมือง

เราชาวบ้านธรรมดา ไม่มีอาวุธ ไม่มีอำนาจใดๆ แต่เรามีใจที่ยิ่งใหญ่ แม้พี่น้องของเราโดนจับ แต่เรายังยืนยันที่จะปกป้องแผ่นดินเกิดของเราจากโครงการที่ฉ้อฉลต่อไป ฯลฯ

................................

ยังมีความเห็นจาก นายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ลองอ่านดูครับ

“รองเยะ” หรือรองนายก อิสดะเรส หะยีเด รองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเทพา รองเยะเป็นผู้อาวุโสที่มีบารมีในทางความดีและเป็นที่เคารพนับถือของพี่น้องเทพาและใกล้เคียง ภาพการลากคอผู้อาวุโสของชุมชนเทพา สะท้อนวิธีคิดของความบ้าอำนาจและสร้างความเศร้าใจให้กับพี่น้องเทพาอย่างยิ่ง นี่หรือรัฐไทย ทำไมไม่รู้จักการให้เกียรติประชาชน

รองเยะ เป็นหนึ่งในแกนนำคนสำคัญที่ไม่เห็นด้วยกับโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา และร่วมเดิน..เทใจให้เทพา เดินมายื่นหนังสือกับนายกรัฐมนตรี เดินมาจากเทพา ฝ่าสายฝน ร่วมจิตร่วมใจ ไม่ย่อท้อแม้เดินจนเท้าพองแล้วก็ตาม

รองเยะพูดบ่อยครั้งว่า "ผมเป็นรองนายกที่รับผิดชอบกองสาธารณสุข รับผิดชอบสุขภาพประชาชน การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจะทำให้มีมลพิษทำลายสุขภาพ แม้จะบำบัด จะไม่เกินมาตรฐาน แต่เล่นเผาถ่านหินวันละ 23 ล้านกิโลกรัม มลพิษสะสมออกมาทุกวินาที คนในตลาดเทพาเกือบหมื่นคนห่างจากโรงไฟฟ้าเพียง 3 กิโลเมตร นี่หรือเลือกที่ตั้งเหมาะสม"

เสียงของกลุ่มคัดค้านไม่เคยมีการรับฟังอย่างจริงจังไม่ถึงหูนายก เลยจะมาบอกนายกด้วยตนเอง

รองเยะเคยถูกคุกคามหลายครั้ง ทั้งการจะถอดออกจากตำแหน่งรองนายกเพราะค้านถ่านหิน ทั้งการมีทหารไปเยี่ยมไปคุยที่บ้าน ครั้งนี้รองเยะถูกจับเป็นหนึ่งใน 16 ผู้ต้องหา ถูกลากคอเสื้อทั้งๆ ที่อายุอานามไม่มีแรงจะหนีอยู่แล้ว

นายกประยุทธ์ ควรลงมาขอโทษต่อการกระทำความรุนแรงต่อพี่น้องประชาชน การลากคอผู้อาวุโสเช่นนี้ คือสิ่งที่ไม่อาจรับได้เลย นี่หรือสิ่งที่ผู้ปกครองมอบแก่ประชาชน

................................

นี่คือส่วนหนึ่ง ในเหตุการณ์ที่ นายกฯ นำครม.สัญจรลงใต้ ยังไม่รวมที่ไปว้ากตัวแทนชาวประมง

ผมว่านายกของขึ้นบ่อยๆ แบบนี้ ไม่ค่อยดีนะครับ การแสดงอาการตอบโต้แบบตาตอตา ฟันต่อฟัน ยิ่งชาวบ้านเจ็บ รัฐบาลยิ่งเสียหาย

ชาวบ้านมาขอพบนายกเพื่อคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน ทหารมาขวางไว้ เกิดปะทะกัน ชาวบ้านถูกจับ ตั้งข้อหากีดขวางทางจราจร ทำร้ายขัดขวางการจับกุม

ใครผิดใครถูกไม่รู้ แต่ภาพทหารจับชาวบ้านทั้งพุทธทั้งมุสลิมล่ามโซ่ ร้อยเป็นพวง แพร่ไปแล้วทั่วโลกแล้ว

ใครเป็นคนต้นคิดเอาโซ่ไปล่ามประชาชน คนนั้นถ้าเป็นสมัยโบราณ คือคนที่ควรถูกจับไปตัดหัวคั่วแห้ง เพราะเป็นตัวทำลายรัฐบาลประยุทธ์ ภาพใส่ตรวนผู้กีดขวางการจราจร ออกไปน่าเกลียดมาก ขนาดเป็นประชาชนไทยด้วยกัน ยังสะเทือนใจ

เพราะเป็นพฤติกรรมที่เฉียดทรราชย์มาก

รีบแก้ไข หาทางออกให้ดีนะครับ เผื่อไว้วันหน้า คนที่เป็นผู้นำ จะได้ไม่ต้องล่องเรือ.