Get Adobe Flash player

จากบิ๊กป้อม ถึงน้องเมย โดย บางขุนศรี

Font Size:

วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหาร ได้โพสต์ภาพ พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ขณะไหว้พระยอดเมืองขวาง ที่ มทบ. 210 จ.นครพนม ก่อนไปรับพระราชทานปริญญา ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ที่มหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยระบุว่า พล.อ. ประวิตร  คงจะอธิษฐาน ในใจ และพูดอะไรกับตัวเอง พร้อมกับบรรยายข้อความว่า...

ใครจะคาดคิดว่าชีวิตตัวเองที่เป็นทหารชายแดนที่ทำงานทุ่มเท ดูแลชายแดน ดูแลหน่วย ดูแลลูกน้อง ไม่ค่อยกลับบ้าน ครองโสดมาตลอด ใจใหญ่ ใจดี ดูแลลูกน้อง และเพื่อนๆ ตท.6 และครอบครัว มาตลอด จนได้เป็นประธานรุ่น ตท.6 ตลอดกาล จนได้รับฉายาในเวลาต่อมาว่า "พี่ชายที่แสนดี"

คุณงามความดี ที่เคยทำมา เอาชีวิตปกป้องอธิปไตยไทย ในหลายสมรภูมิ กระสุนเฉี่ยวมือ และรอดปาฏิหารย์ อีกหลายครา จากชายแดนเขมรถิ่นบูรพาพยัคฆ์ ที่เติบโตมา

พอมาถึงวันนี้ จุดนี้ กลายเป็นพี่ใหญ่จะโดนโจมตี ทุกคำพูด ทุกความเคลื่อนไหว จนมาถึงเรื่อง "แหวนแม่-นาฬิกาเพื่อน" และเรือนอื่นๆ ที่ว่ากันว่า เป็นเพื่อนรักนักธุรกิจที่คบกันมากว่า 40 ปี จนเป็นเหมือนพี่น้อง เดินสายทำบุญไหว้พระ สร้างโบสถ์สร้างวิหาร สร้างพระ ด้วยกันมานักต่อนัก เมื่อครั้งที่เพื่อนคนนี้ไม่สบายบิ๊กป้อมก็พาไปหาหมอเก่งๆ ทั้งหมอยา หมอดู หมอพระ ทั่วประเทศ ชอบนาฬิกาเหมือนกัน มักจะสลับสับเปลี่ยนกันใส่นาฬิกามาตลอด และเพื่อนคนนี้่ก็เพิ่งเสียชีวิตไป แต่จะอธิบายสังคมว่ายังไง และรอดูว่าบิ๊กป้อมจะชี้แจงประชาชนเช่นไร

จากข้อความข้างต้น เป็นเหมือนมีความพยายามที่จะยืนยันว่า “บิ๊กป้อม” ทำดีมาตลอด ทำไมต้องมาเจอวิบากกรรมเช่นนี้

แต่เราในฐานะประชาชน มองว่า การทำความดี กับการไม่ทำตามกฏหมาย เป็นคนละส่วนกัน

พล.อ.ประวิตร เป็นรัฐมนตรี ในรัฐบาล คสช.

การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นหน้าที่ ที่ต้องยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ซึ่งกฏหมายระบุไว้ว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน 3 ครั้ง

ในกรณีเข้ารับตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่ง กรณีพ้นจากตำแหน่งมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปี

ผู้ที่มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ที่มีอยู่จริงทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่น หรือที่ให้บุคคลอื่นถือแทน กรณีทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลอื่นหรือที่ให้บุคคลอื่นถือแทน ต้องมีหนังสือรับรองจากผู้ครอบครองหรือผู้ถือแทนว่าทรัพย์สินนั้นเป็นของผู้ยื่น คู่สมรส หรือบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย

ข้อควรระวังในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ถือว่าเป็นหน้าที่เฉพาะตัว ของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน หากจงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ

หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ อาจต้องพ้นจากตำแหน่งและห้ามดำรงตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี และได้รับโทษทางอาญาอีกด้วย

คือ จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรณีของ พล.อ.ประวิตร อาจเข้าข่าย จงใจไม่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน

จึงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ จะอ้างว่าไม่รู้ ก็ไม่น่าจะใช่

ยิ่งที่มีคนบอกว่า แหวนของแม่ นาฬิกาของเพื่อนนักธุรกิจที่ตายไปแล้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ ทำให้รู้สึกว่ากำลังดูถูกประชาชนอย่างไรก็ไม่รู้

ราวกับว่าคนไทยเชื่อง่าย บอกอะไรก็เชื่อ

ความจริง พล.อ.ประวิตร เป็นคนรวย จะมีนาฬิกากี่เรือนก็ย่อมได้

เพียงแต่ต้องแจ้งในบัญชีทรัพย์สิน ตามกติกาที่กำหนดไว้ ก็เท่านั้น

และถ้า ป.ป.ช.ละเลยไม่ทำเรื่องนี้ ป.ป.ช.ก็น่าจะมีปัญหาสองมาตรฐานกันเช่นกัน

ย้อนไปดูผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เธอมีบุหรี่ไฟฟ้าไว้ในครอบครอง

พวกเราไม่เคยรู้เลยว่าบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย และคิดว่าถึงผิด ก็น่าจะเป็นเรื่องเล็กๆ เพราะไม่ใช่ยาเสพย์ติด

แต่ภาพที่เห็นตำรวจลากผู้ต้องหาเข้าห้องขัง มันจะเกินกว่าเหตุหรือไม่ ยังคิดว่า คนไทยด้วยกันทำกันถึงขนาดนี้เชียวหรือ

แล้วทำไม ในกรณี “ผู้ใหญ่” ทำผิด จึงได้รับการละเว้น

เรื่องเช่นนี้ ยิ่งปกปิด หรือบิดเบือน ก็จะยิ่งเสียหาย

นี่ก็อีกเรื่อง.....

กรรมการสอบข้อเท็จจริงของทหาร แถลงสรุปการตายของ “น้องเมย”  เพราะหัวใจล้มเหลวจากโรคประจำตัว รอยช้ำเกิดจากตกบันได ส่วนซี่โครงหักก็น่าจะมาจากการปั๊มหัวใจ

พล.อ.อ.ชวรัตน์ มารุ่งเรือง รองเสนาธิการทหาร ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ในการเสียชีวิตของนักเรียนเตรียมทหาร (นตท.) ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ "น้องเมย" แถลงว่า จากการสอบสวนสรุปผล นตท.ภคพงศ์เสียชีวิต

พบรอยฟกช้ำตามร่างกาย นตท.ภคพงศ์ ในเหตุการณ์นี้ข้อมูลที่ได้จากผู้เกี่ยวข้องและภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่า นตท.ภคพงศ์เสียหลักตกบันไดด้วยตนเอง เพราะเร่งรีบลงบันไดกลับกองพัน ทำให้มีอาการบาดเจ็บ

สรุปได้ว่าการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ ไม่มีผู้หนึ่งผู้ใดสั่งลงโทษหรือทำร้ายร่างกายอันจะเป็นเหตุให้เสียชีวิต และจากผลการตรวจของสถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า สรุปผลในภาพรวมได้ว่า ไม่พบร่องรอยที่ชัดเจนว่าถูกทำร้าย ส่วนกรณีซี่โครงด้านขวาซี่ที่ 4 หักนั้น แพทย์ไม่ตัดประเด็นการปั๊มหัวใจที่ต้องใช้แรงกดคลึงกระแทกและใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง ประกอบกับได้พบว่าเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนมีขนาดผิดปกติ และพบหย่อมการตายของเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจเล็กน้อย ซึ่งไม่ค่อยตรวจพบบ่อยนักในคนอายุ 18 ปี

"ทางแพทย์จึงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของ นตท.ภคพงศ์ว่า เกิดจากหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน" พล.อ.อ.ชวรัตน์ระบุ

มีผู้ใช้นามว่า “ประสิทธิ์ชัย หนูนวล” เขียนความเห็นไว้ไม่กี่บรรทัด แต่สะท้อนความรู้สึกได้ชัดเจนมาก... เขาบอกว่า.....

จะเอาเกียรติยศอะไรมาบริหารประเทศ ในเมื่อเรื่องเท่านี้ก็ซื่อตรงไม่เป็น

ถ้าเรื่องนี้ยังไม่กล้าบอกความจริงกับสังคม การบริหารประเทศมันจะมีความจริงอะไรได้

จะแต่งละครหลอกกันไปถึงไหน ยืดอกรับความจริง ยังจะสง่างามมากกว่า ที่บริหารประเทศอยู่ทุกวันนี้ กำลังแต่งละครหลอกประชาชนอยู่หรือเปล่า.