Get Adobe Flash player

เวลาหมดลง โดย บางขุนศรี

Font Size:

มีคนเขาว่า ในวงการเมือง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร ไม่ว่าระหว่างนักการเมืองด้วยกัน หรือระหว่างนักการเมืองกับประชาชน

ครั้งหนึ่งอาจเคยสนับสนุน แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็อาจเลิกสนับสนุน

เพราะเรื่องของการเมืองเป็นเรื่องของความคิดเห็น เมื่อเห็นตรงกันก็อยู่กันได้ แต่ถ้าเห็นต่าง ก็ต้องดูว่าต่างแบบไหน

ถ้าถกเถียงเพื่อหาข้อสรุปที่ดีกว่า อันนั้นไม่เป็นปัญหา แต่ถ้าเห็นต่างเรื่องของโครงสร้าง ที่ไม่สามารถยอมกันได้ ก็ต้องต่างคนต่างไปตามวิถีทางของใครของมัน

เรื่องของผู้สนับสนุนนักการเมืองก็เช่นกัน อย่างที่ว่า “ยามรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน แต่พอนาน น้ำตาลก็ว่าขม” นี่เป็นความจริงแน่นอน

และเป็นความจริง ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะ คสช.ประสบอยู่

ท่านกำลังเผชิญกับปัญหาสองสามเรื่อง หนึ่ง ปัญหาเกิดจากการเล่นไม่เลิก ไม่ยอมลงเมื่อถึงเวลาที่ต้องลง นั่นเพราะท่านเชื่อว่า ท่านทำงานดีกว่าทุกรัฐบาล ท่านมาวางรากฐานให้ประเทศ และท่านจะอยู่ทำงานเพื่อชาติต่อไป ขอให้ประชาชนเชื่อฟัง แล้วทุกอย่างจะดีเอง

สอง ท่านทำไม่ได้อย่างที่พูดไว้ คนของท่านไม่มีประสิทธิภาพ จากวันที่ยึดอำนาจ มาจนถึงวันนี้ เราจะพบว่ารัฐบาลทำงานไม่สำเร็จหลายอย่าง การปฏิรูป ไปไม่ถึงไหน รัฐธรรมนูญก็ยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์ กฎหมายก็ทำไม่ทัน เลือกตั้งก็ต้องเลื่อนออกไป

นั่นเพราะผู้รับผิดชอบในสายงานต่างๆ อาจมีเจตนาจะถ่วงเวลา หรือไม่ก็เกิดจากความไม่เป็นมืออาชีพ ของผู้ที่ถูก คสช.แต่งตั้งขึ้นมา

เพราะถ้าเป็นมืออาชีพจริงๆ เรื่องแค่นี้ คงทำสำเร็จไปนานแล้ว

แก้ปัญหาการทุจริต ยิ่งแล้วใหญ่ ทำได้แต่เรื่องไกลๆ แต่เรื่องใกล้กลับไม่เป็นท่า

สาม ท่านไม่เข้าใจประชาชน ว่าเขาก็มีความคิด ท่านไม่เข้าใจการบริหารแบบองค์รวม ท่านเชื่อว่า ท่านเป็นผู้ปกครอง ประชาชนเป็นผู้ถูกปกครอง แต่ประชาชนไม่เชื่อเช่นนั้น เขาไม่ได้อยู่ภายใต้การครอบงำของใคร เพราะเราอยู่กันด้วยระบอบประชาธิปไตย

ความขัดแย้งที่สะสม จึงค่อยๆ เพิ่มขึ้น

ว่ากันว่า “นักมวย” ถูกกำหนดจำนวนยก ในการชกบนเวที เมื่อครบยก จะแพ้หรือชนะ ก็ต้องลงจากเวที  นี่เป็นกติกาสากล ถ้าขืนครบยกแล้วยังไม่เลิกชกกัน จะเจอข้อหาทำร้ายร่างกาย

แต่รัฐบาล คสช.กลับไม่ยอมลง เมื่อหมดเวลาที่กำหนดไว้เอง ด้วยข้ออ้างต่างๆ นานา รวมทั้งบอกว่าต้องอยู่ต่อ เพราะงานยังไม่เสร็จ ซึ่งสวนทางกับความเป็นจริง

วันก่อน คุณศรีสุวรรณ  จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย แสดงความเห็นไว้อย่างมีเหตุผล

เขาบอกว่า ตามที่ สนช.ได้ผ่านร่างกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. โดยได้กำหนดให้มีการเลื่อนการบังคับใช้ออกไป 90 วัน อันมีผลให้ต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งจากเดือน พ.ย. 61 ออกไปประมาณเดือน ก.พ.62 ซึ่งไม่เป็นไปตามโรดแม็พ ที่นายกรัฐมนตรี และหน.คสช.เคยให้คำมั่นสัญญาต่อนานาอารยประเทศและสังคมไทยนั้น

ซึ่งการใช้อำนาจของ สนช. เป็นการบัญญัติกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ไม่เคยปรากฎรูปแบบดังกล่าวเลย นับตั้งแต่มีการบัญญัติกฎหมายที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส. หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เป็นต้นมา

การที่ สนช. ใช้อำนาจเลื่อนการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวออกไป จะทำให้ สนช.ได้รับประโยชน์จากเงินประจำตำแหน่งและผลประโยชน์ตอบแทนอื่น อีกคนละ 100,000-200,000 บาทต่อเดือน ต่อไปอีกมากกว่า 3 เดือนจนกว่าจะมีการเรียกประชุมรัฐสภาครังแรกหลังการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2560 ม.263

ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติเสียหายจากระบบการเงินการคลังอีกกว่า 100 ล้านบาท

เชื่อว่า สนช.ทั้ง 213 คนจงใจใช้อำนาจไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กับ คสช.และตนเอง อันเข้าข่ายการทุจริตต่อหน้าที่ และจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายประการ หรืออาจทำให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม เพราะอาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพรรคการเมืองใหม่บางพรรคที่ส่อไปในทางสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หน.คสช. ให้เป็นนายกฯ คนต่อไปด้วย

และตนจะไปร้องเรียนต่อ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ว่า สตง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบร่วมกับ ป.ป.ช. และ ก.ก.ต. เพื่อลงโทษ 231 สนช.ดังกล่าว ตามที่รัฐธรรมนูญฯ ม.244 และ ม.245 บัญญัติไว้

ครับ... อย่ามองข้ามเรื่องเช่นนี้ เพราะวันนี้ สนช.อาจมองว่า ไม่มีใครจะทำอะไรฉันได้ แต่วันข้างหน้า “ท่านอาจต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไว้ในวันนี้”

ซึ่งอาจต้องเสียคนตอนแก่ ไม่น่าเลย จะมาอ้างวา ที่ผ่านมาทำดีมาตลอด แต่มาผิดแค่ครั้งเดียวเอง ไม่ได้นะครับ

เมื่อรัฐบาลดื้อดึงที่จะอยู่ ท่านก็ต้องเผชิญกับเสียงไล่ ที่นับวันจะแรงขึ้น

อย่างเช่นกรณี คุณวีระ สมความคิด  โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุข้อความว่า

ตอนคุณยึดอำนาจ คุณเคยถามประชาชนก่อนไหม คุณยึดอำนาจแล้วคุณสัญญาอะไรกับประชาชนบ้าง คุณได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้สำเร็จสักเรื่องหนึ่งไหม คุณมันก็แค่ผู้ที่ไม่เคยทำอะไรตามที่ให้สัญญาไว้เลย

เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ใครเขาจะเลือกคุณ อยากอยู่ในอำนาจต่อจนไม่เห็นหัวประชาชน คุณคิดว่าประชาชนเขาจะยอมอดทนได้อีกหรือ คุณอย่ากดขี่ข่มเหงจนประชาชนหมดความอดทน

ขอยืมคำของม.ร.ว.ศึกฤทธิ์ ปราโมช "กูไม่กลัวมึง"

แม้แต่ “เปลว สีเงิน” จากไทยโพสต์ ที่ประคับประคองกันมาตลอด ยังต้องออกมาเตือนตรงๆ อย่างเช่น.....

มองว่า ทั้งรัฐบาล คสช. ทั้ง สนช.และทั้ง ป.ป.ช.ทำหน้าที่เหมือน "สมคบ-ต้มยำ" ให้ประชาชน "หมดความเชื่อถือ" เอง

"เลื่อนเลือกตั้ง" ประชาชนยอมรับได้ แต่การเป็น "เด็กเลี้ยงแกะ" ของผู้นำ ประชาชนรับไม่ได้ ออกกฎหมายใด ประชาชนก็รับได้ แต่ออกวันนี้ พรุ่งนี้แก้ (เพื่อกู) อีกแล้ว ประชาชนยอมรับไม่ได้ เพราะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ จะมาตรฐานเดียวกับร้าน "แก้กางเกง" ไม่ได้

ประเทศไทยส่อวิบัติ เพราะ "ทุจริต-คอร์รัปชัน" สะสมในวงราชการและนักการเมือง รัฐบาล คสช.เข้ามา ก็เพราะเหตุนี้  และที่ประชาชนสนับสนุน "รัฐบาลเผด็จการ คสช." ก็เพราะเชื่อว่า คสช.จะทำตามสัญญา

แต่ 4 ปี ก็เข้าตำรา "เหลือบฝูงใหม่" รัฐบาลเผด็จการทหารกับรัฐบาลเลือกตั้ง

เรื่องคอร์รัปชัน ไม่ต่างกันเลย!

เรื่องฉาว "นาฬิกาบิ๊กป้อม" เป็นแค่ตัวอย่างในที่แจ้ง ถึงแจ้งๆ ขนาดนี้ ยังหน้าตาย "ไม่มีอะไรผิด"

ยิ่ง ป.ป.ช.ออกท่า "นาฬิกายืมเพื่อน" ไม่ต้องแจ้งบัญชี วิบัติศรัทธาไปอีก 1 สถาบันทันที!

การที่ประธาน ป.ป.ช. "พลตำรวจเอกวัชรพล" ประกาศ "ถอนตัว" ไม่ร่วมพิจารณาคดี ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น

ตรงกันข้าม เท่ากับยืนยันความจริงทางสัมพันธ์ "บิ๊กป้อม-บิ๊กกุ้ย" ว่าถึงกึ๋นขนาดไหน แม้ตัวประธาน ป.ป.ช.ไม่เข้าร่วมพิจารณา

แต่ในความเป็นประธานในสายงาน จะร่วม-ไม่ร่วม "ค่าเท่ากัน"

อีกอย่าง ในชั้นลงมติ ตามกฎ ป.ป.ช. "ต้องออกเสียง" ครบทุกคน จะงดเหมือนพวก สนช.ไม่ได้มิใช่หรือ?

ฉะนั้น เรื่องนาฬิกาเพื่อน...ถ้าพูดถึงความ "เป็น-ตาย" ไม่เพียงบิ๊กป้อม ไม่เพียงรัฐบาล คสช.ป.ป.ช.ก็ "เป็น-ตาย" ด้วย ถ้าผลสอบออกมา "ค้านสายตา" คนทั้งโลก!

ยิ่ง สนช.เซต ซีโร องค์กรอื่น ไม่เซต ซีโร ป.ป.ช.ต่ออายุยาว 9 ปีด้วยแล้ว กรรมยิ่งเป็นตัวบ่งชี้เจตนาว่า "ป.ป.ช." ของใคร และเพื่อใคร?

ถึงผลสอบยังไม่ออก แต่ถ้า "ดึง-เตะถ่วง" นานเกินไป "ตายยกพวง" อีกเหมือนกัน!

แค่เลขาฯ ป.ป.ช.กราวหน้าพาทย์ "นาฬิกาเพื่อนไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สิน"แค่นั้น ทำให้ตรรกะทางกฎหมายวิบัติไปหมดแล้ว! ต่อไป จะวุ่นวาย-สับสน หามาตรฐานยึดถือในกระบวนการกฎหมายไม่ได้เลย

ใครๆ ก็จะอ้าง "ยืมเพื่อนมา" ถ้ารายบิ๊กป้อมได้ ต่อไปทุกรายก็ต้องได้ แล้วคิดดูซิ หายนะชาติ อยู่ใกล้หรืออยู่ไกล? ผมก็ไม่รู้จะว่าไง.....

ในเมื่อรัฐบาล สร้างความชอบธรรม ให้พวกไฮยีนา หมาป่า ร้อยกเฬวราก แห่ออกมารวมฝูง แล้วดาหน้าขย้ำรัฐบาลเอง!?

ทุกเหตุตอนนี้.... "คนรัฐบาล" สร้างขึ้นเองทั้งนั้น แล้วจะไปโทษใคร จะเที่ยวไปหาคนโน้น-คนนี้ คิดไม่ดี จ้องล้มรัฐบาล ก็ไม่ได้เต็มปาก

คนที่เคยหนุน ก็หนุน จนหลังเดาะ-หลังหักไปเกือบหมดแล้ว รัฐบาล "บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม" ไม่เคยทำตัวให้เบา เพื่อช่วยผ่อนแรงให้คนหนุนเขาได้เบาแรงบ้างเลย เอาแต่ยโส-ถือดีในอำนาจ แถมทวงบุญ-ทวงคุณ ที่เข้ามายึดอำนาจประเทศ

เป็นนักการเมืองแล้ว แทนที่จะหัดฟังเสียงชาวบ้านบ้าง ฟังข้อเสนอแนะ ความเห็นข้าราชการในวงประชุมบ้าง แต่กลับเสพติดอำนาจ "รูปแบบกองทัพ" แน่นหนึบ ในลักษณะ ข้าราชการ-ประชาชนทุกคน คือ "ผู้ใต้บังคับบัญชา" ต้องตะเบ๊ะ ต้องฟังคำสั่ง ต้องรองรับอารมณ์ ห้ามพูด ห้ามเถียง ห้ามแย้งคำสั่ง ห้ามออกความเห็น ให้ฟังอย่างเดียว! อย่างนี้ก็ "พังอย่างเดียว"...... ฯลฯ

จากความเห็นของหลายๆ ฝ่าย อย่าได้คิดว่ามีใครจ้องทำร้าย คสช. แต่ปัญหาเกิดจากเวลาและสนิมในตน ทางที่ดีต้องรีบลง ก่อนที่ทุกสิ่งจะยากจนเกินแก้.