Get Adobe Flash player

ใคร คือผู้ฉีกรัฐธรรมนูญ โดย บางขุนศรี

Font Size:

ใกล้ถึงเวลาเลือกตั้ง พรรดาพรรคการเมืองทั้งเก่าและใหม่เริ่มที่จะขยับ รอเพียงการ “ปลดล็อค” จากฝ่าย คสช.ผู้ยึดอำนาจ ก็จะเดินหน้าทำกิจกรรมพรรคได้เต็มที่เสียที

พรรคอนาคตใหม่ เป็นพรรคใหม่ ของคนรุ่นใหม่ เปิดตัวได้จัดจ้านแย่งพื้นที่สื่อได้ไม่น้อย แต่ก็สุ่มเสี่ยงพอสมควร

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เจ้าของตำแหน่งหัวหน้าพรรคหมาดๆ

ประกาศจุดยืน ไม่เอารัฐธรรมนูญปี 2560 การไม่เอาอำนาจทหาร

เขาย้ำว่าสังคมไทยยังต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยทำให้การเมืองเป็นเรื่องปกติ สร้างสรรค์ และทำให้การปฏิวัติสังคมเป็นเรื่องของการดำเนินชีวิต

ชนตรงๆ กับอำนาจ คสช.

และว่า ประชาชนเบื่อการเมืองที่เอื้อให้กับคนกลุ่มน้อย โครงสร้างเศรษฐกิจการเมืองนั้น ออกแบบมาเพื่อคนเพียงกลุ่มเดียว

ทุกคนคือคนส่วนใหญ่ที่เสียสละให้คนส่วนน้อย ซึ่งคนส่วนใหญ่เหมือนนักโทษที่ถูกจองจำ โดยมีสิทธิเดียวคือการเลือกผู้คุม

พอกันทีกับการเมืองที่เอื้อให้กับคนส่วนน้อย เพราะทุกคนต้องการการเมืองแห่งความหวัง จึงขอให้ทุกคนร่วมขยับประเทศไทย เพื่อให้มีสิทธิที่พึงมีกลับคืนมาโดยไม่ต้องรอใคร

หากความหวังของทุกคนเป็นความหวังเดียวกันกับตนเอง ขอให้ร่วมกันสร้างพรรคนี้ให้เป็นพรรคของทุกคน

"หยุดกลัวและยืนอย่างกล้าหาญ เผชิญหน้ากับสิ่งที่ไม่เป็นธรรม โดยร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เพื่อส่งต่อสังคมให้ลูกหลานเพื่ออนาคตใหม่ที่อำนาจเป็นของประชาชน"

โดยนายธนาธร กล่าวว่า คสช.มีความพยายาม ที่จะสืบทอดอำนาจของตนเอง ตนของชักชวนให้ประชาชน มาร่วมกันหยุดภารกิจสืบทอดอำนาจคสช. หรือหากจะให้ถูกต้อง ต้องเรียก “หยุดสืบทอดอำนาจเผด็จการ”

นายธนาธร กล่าวว่า เราต้องดึงจิตวิญญาณของรัฐธรรมนูญปี 2540 กลับคืนมา มาช่วยกันทำให้ได้

เมื่อถามว่า จะมีแนวคิดการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า “ไม่มีการแก้ไข แก้ไขไม่ได้ ฉีกเลย ล้ม”

ไม่ไว้หน้านักร่างรัฐธรรมนูญรุ่นปู่ ที่รับใช้อำนาจมายาวนาน

การประกาศฉีกรัฐธรรมนูญ ที่มาจากเผด็จการทหาร และมีเนื้อหาที่สืบทอดอำนาจ ได้สร้างกระแสที่รุนแรง บนเวทีการเมือง

ทั้งทางฝ่ายสนับสนุน และฝ่ายที่คัดค้าน

ภาพของคนรุ่นใหม่ ที่ปฏิเสธการเมืองแบบเก่าปรากฎชัดเจนมากขึ้น การประกาศอย่างกล้าหาญได้สร้างความหวั่นไหวให้ฝ่ายอำนาจ

ถึงกับ “จับผิด คำพูด” หรือนำเอากฏหมายมาข่มขู่

อย่างเช่น นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เจ้าของฉายา “เนติบริกร” ที่ให้สัมภาษณ์กรณีเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถนำมาหาเสียงได้ แต่ถ้าบอกว่าฉีกรัฐธรรมนูญไม่ถือเป็นนโยบาย คำพูดไม่ได้ผิดอะไรในวันนี้ แต่จะมีคนบันทึกไว้ พอ 3 เดือน 9 เดือนข้างหน้าการกระทำมันออกมา เขาจะบอกว่าคิดกันมาก่อนแล้วเดี๋ยวจะกลายเป็นพลาดไปเปล่าๆ

ทั้งที่ในความเป็นจริง การประกาศฉีกรัฐธรรมนูณของนายธนาธร คือการยืนยันแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยระบบรัฐสภา ก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่อย่างใด

ถ้าสภาเห็นด้วย ประชาชนเห็นด้วย ก็ราบรื่น แต่ถ้าฝ่ายไม่เอาด้วย หรือฝ่ายอำนาจ รวมแล้วมีมากกว่า ก็ทำไม่ได้

นายวิษณุเอง ก็รู้ดีว่าคนที่ฉีกรัฐธรรมนูญในประวัติศาสตรชาติไทย ก็มีแต่กลุ่ม “รัฐประหาร” เท่านั้น ควมทั้ง รัฐบาล คสช.ที่นายวิษณุทำงานกับเขาอยู่

คนฉีกจริง ไม่กล้าเอาผิด แต่จะมาเอาผิดกับอีแค่ “ภาษาพูด”

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนี้อย่างกลางๆ ว่านายธนาธร ใช้ถ้อยคำที่หวือหวามากเกินไป เพราะการฉีกรัฐธรรมนูญเปรียบเหมือนการยึดอำนาจ ทั้งนี้ไม่เคยได้ยินผู้ที่มาจากการเลือกตั้งออกมาพูดว่า หลังจากตัวเองได้รับเลือกตั้งมาแล้วจะฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง มีแต่คนที่พูดว่าพรรคของเขาเห็นว่าในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นๆ มีเรื่องใดที่ไม่เหมาะสมควรต้องปรับปรุงแก้ไขประเด็นใดบ้าง

“คนใหม่ พรรคใหม่ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องออกตัวแรงตอนต้น แต่ก็ไม่รู้ว่าเมื่อไปถึงยกท้ายๆ แล้วจะเป็นอย่างไร

อย่างสำนวนไทยที่ว่า “คนหนุ่มอวดรู้ คนแก่อวดแรง” หมายความว่าคนหนุ่มแสดงภูมิความรู้ตัวเอง ขณะที่คนแก่ก็พยายามแสดงตัวว่ายังมีแรงมาก แม้ใครจะใช้คำพูดให้เกิดความหวือหวาเพื่อเรียกความสนใจ ขอให้เอาความจริงมาพูดกันดีกว่า” นายนิพิฏฐ์ กล่าว

นายวราวุธ ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวถึงกระแสการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ว่า เห็นด้วยกับการแก้ไข อะไรที่ดีก็คงไว้ ส่วนใดที่มีข้อจำกัดก็ควรแก้ไขให้เป็นไปตามครรลอง

ขณะที่นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรคเพื่อไทย ที่ดับเครื่องชนกับ คสช.มาแล้วหลายยก

ประกาศ “ผมขอฉีกด้วยคน” โดยกล่าวว่า

ผมขอเป็นแนวร่วมในอุดมการณ์ ที่จะต่อสู้กับเผด็จการเพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้แก่ประชาชน เห็นด้วยกับนโยบายที่จะสถาปนารัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนอกจากจะไม่มีความเป็นประชาธิปไตยแล้ว ยังใช้กลโกงทุกวิถีทางเพื่อให้ผ่านประชามติ

ประชาชนจำนวนมากรวมทั้งตัว ผมเองเคยถูกคสช. ใช้กำลังอุ้มตัวไปควบคุมในค่ายทหารและปัจจุบันยังถูกดำเนินคดีในศาลทหาร เพราะการประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่หัวหน้าคสช. ออกมาประกาศจะจับทุกคนที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ แต่กลับส่งทหารออกไปเผยแพร่ข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญได้ จึงเป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่ถูกโฆษณาว่า “ปราบโกง” แต่ผ่านประชามติแบบ “โคตรโกง”

การประกาศจุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ เป็นที่จับตาของประชาชนที่เป็นคนรุ่นใหม่ และคนรุ่นเก่าที่เบื่อหน่ายกับวิธีการของการเมืองแบบเดิมๆ ที่มีการยึดอำนาจซ้ำซาก จากบุคคลในกองทัพ ที่หมายถึง “ทัพบก” ที่มีกองกำลังมากที่สุด

เรามีนัก “ธุรกิจการเมือง” ที่มีการลงทุน ก่อนที่จะเข้าไปถอนทุน

เข้าไปมีอำนาจ แล้วใช้อำนาจ เพื่อการหาเงิน

แต่คนเหล่านี้ก็มักอ้างว่าพวกเขามาจากการเลือกตั้งของประชาชน ทั้งที่การมาจากการเลือกตั้ง กับการฉ้อฉล เป็นคนละส่วน

มีความพยายามที่จะใช้คำว่า “ประชาธิปไตย” มาฟอกตัว

ทำลายกระบวนการประชาธิปไตย และคนประชาธิปไตยที่แท้จริง

เรามีนักการเมืองที่ ตำหนิฝายตรงข้าม ไม่ว่าเขาจะทำถูกต้องแค่ไหน เพียงเพื่อให้ฝ่ายตนดูดีในสายตาของประชาชน

การประกาศจุดยืนของพรรคอนาคตใหม่ พวกเขา ถูกระแวงรอบด้าน จากกลุ่มที่กลัวว่าอนาคตใหม่จะเติบโต

จากกลุ่มอนุรักษ์บางกลุ่ม ที่คิดว่านักการเมืองรุ่นใหม่กลุ่มนี้ จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ประเพณี ทำลายสิ่งเก่าๆ ที่เคยนับถือ

ขณะเดียวกัน ก็ต้องเผชิญกับฝ่ายที่ประสงค์ร้าย ที่มาพร้อมกับการกล่าวหาด้วยกรรมวิธีต่างๆ

ดูเหมือนไม่มีใครสนใจเนื้อหา ว่าแท้จริง คนรุ่นใหม่กลุ่มนี้ ต้องการให้อนาคตของพวกเขา หรือคนรุ่นลูกหลานให้ไปในรูปแบบใด กลับสนใจที่วาทะที่ผิวเผิน

ซึ่งท้ายที่สุด เรามองว่าอุดมการณ์ทางการเมืองของยักการเมือง จะถูกตัดสินด้วยประชาชน ที่มาจากทั้งเสียงบริสุทธิ์ และเสียงที่มาจากระบบพวกพ้อง

ความพยายามของพรรคอนาคตใหม่ จะไปต่อได้ หรือถูกทำลายก่อนถึงมือประชาชน สำเร็จหรือล้มเหลว ยังไม่ใครตอบได้

แต่ก็จะไม่สามารถห้ามความคิดของเสรีชน.