Get Adobe Flash player

วันที่น้องหมูป่ากลับบ้าน โดย บางขุนศรี

Font Size:

ข่าวหมูป่าติดถ้ำหลวง เป็นอะไรที่กระทบจิตใจผู้คนมากมาย ผู้เขียนเองก็เฝ้าอยู่หน้าจอทีวีทุกวัน จากวันแรก จนวันต่อๆ มา ฟังรายงานจากสื่อช่องต่างๆ ที่มีข่าว ไปช่องโน้น มาช่องนี้ เพื่อให้ข่าวต่อเนี่อง

นักข่าวเองก็พยายาม แต่การหาข่าวในยุค “ทำตามคำสั่ง” ยากเหลือเกิน นักข่าวก็ไม่ค่อยได้อะไร คนดูก็ไม่ค่อยได้อะไรไปด้วย รอลุ้นไปดูข่าวไป บางช่วงก็น้ำตาคลอ นึกถึงลูกหลานตัวเอง อกเขา อกเรา

เจ็บปวดมากับการที่แม่คนหนึ่ง ยืนตะโกนเรียกลูกจากปากถ้ำ มันสะท้อนความรู้สึกที่สะอื้นในอก

สองวัน สามวัน สี่วัน ห้าวัน หกวัน เจ็ดวัน.... แล้วยังไม่พบ

จะทนหิวไหวไหม จะทรมาณ มากไหม จะรอดไหม ไม่กล้าแม้แต่จะคิด

จนกระทั่งได้เป็นคลิป “เฮาเมนนี ออฟ ยู” .... “เธอทีน” ....

บอกเค้าซี่ “ฮังกรี ฮังกรี อีท อีท” ทำเอายิ้มทั้งน้ำตา

จากนั้น พี่หน่วยซีล พี่หมอ ก็เข้าไปเป็นเพื่อน ไปคอยดูแล ให้ได้กินสารอาหาร มีฟอยล์ให้ห่ม ก็รู้สึกน้องๆ รอดแล้ว

ขอบคุณจริงๆ นะครับ ทั้งพี่หมอ พี่ใบตอง และเพื่อน ตีตั๋วเข้าที่เดียว ไม่มีตั๋วออก อะไรจะเกิดต่อไปข้างหน้าก็ไม่รู้ 

พี่ใบตอง มีแต่ชุดมนุษย์กบ สวมแค่กางเกงชั้นในตัวเดียว ไม่มีแม้กระทั่งเสื้อผ้า แต่ก็อยู่ดูแลน้องๆ อย่างดี

เด็กคนหนึ่งบอกว่า “เค้าเหมือนพ่อเลยครับ” เค้าเรียกเราลูกทุกคำ

พวกพี่ยิ่งใหญ่มาก ขอกราบที่ตรงหัวใจ

ท่ามกลางความยินดี เราก็สูญเสีย “พี่จ่าแซม” ไปหนึ่งท่าน สงสารพี่เค้า สงสารพ่อแม่ สงสารคูชีวิต ที่ต่อไปจะไม่มีพี่แซมข้างกาย แต่เธอเข้มแข็งมาก สมกับที่เป็น “เมียหน่วยซีล”

วันพระราชทานเพลิง มีฝรั่งนักดำน้ำเข้ามากอด ภาพนี้เรียกน้ำตา เหนือคำบรรยาย

ท่ามกลางความทุกข์ ก็มีความสุข น้องเจ้าของร้านซักผ้า รับผ้าที่โคตรสกปรกไปซักให้ ชักหลายครั้งด้วยมือจนหมดโคลน แล้วเข้าเครื่อง รับผ้าตอนค่ำ ไปส่งผ้าที่สะอาดหอมตอนตีสี่ ใครลืมของในกระเป๋า เป็นเงินหรืออะไรก็ตาม ก็แยกไว้ให้ จากไม่กี่ชุดเป็นร้อยชุด เป็นพันชุด ทำทุกวัน คนในถ้ำไม่เลิก คนนอกถ้ำก็สู้

เครืองสูบน้ำใหญ่น้อย ใครมีก็นำมา เจ้าหนึ่งนำเครื่องยักษ์มาจากนครปฐม ขากลับ ได้รับเสียงปรบมือตลอดเส้นทาง บางจังหวัดขอเลี้ยงข้าว เลี้ยงทุเรียน ฯลฯ ราวกลับรับแชมป์โลกกลับบ้าน

พวกขุดก็ขุด พวกเจาะก็เจาะ อาหารการกินพร้อม แม่ครัวอาสา ปรุงกันทั้งวัน น้องวัยรุ่นฝรั่งคนหนึ่งมาเที่ยวเมืองไทย เจอเข้าเลยมาช่วยเด็ดผักเป็นผู้ช่วยในครัว เป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่มีวันลืม

อาหารฮาลาล ยังมี พิซซ่า กาแฟเอสเปรสโซ ก็ยังมีคนเอาเครื่องมาทำให้ถึงหน้าถ้ำ ผลไม้ตามฤดูกาล มีคนเอามาให้ตลอด ฝรั่งหลายชาติงงมาก และประทับใจ

ห้องน้ำก็ทันสมัย ที่พี่คนหนึ่งลากรถห้องน้ำ เอามาให้บริการ

มีวินมอเตอร์ไซค์ บริการรับส่งฟรี

นักเลงลูกทุ่ง อาชีพเก็บรังนกนางแอ่น รวมตังค์กันตีตั๋วได้เที่ยวเดียว มากับเชือกแค่คนละเส้น อาสามาสำรวจโพรงจากบนเขา น่ารัก น่าเอ็นดู สำรวจทุกช่องที่พบ แล้วโรยตัวลงไป อย่างที่บอก ด้วยเชื่อกเส้นเดียวด้วยความชำนาญ แต่ก็โดนหินบาดเอาบ้าง เพราะหินแหลมคม ต่างกับหินเกาะแก่ง ที่กลางทะเล

น้องสาวคนหนึ่ง เธอมีบ้านอยู่ข้างถนนใกล้ถ้ำ มครมาขอใช้ไฟฟ้าตลอด เธอมีสวนสับปะรด และลิ้นจี่ ร่สับปะรดถูกย่ำเละ ลิ้นจี่ถูกถอนไปหลายต้นเพื่อขยายทางน้ำ เธอบอกไม่เป็นไร ได้มีส่วนร่วม ก็ช่วยๆ กัน

ไร่นาข้างๆ น้ำที่สูบออกจากถ้ำท่วม ไร่นาเสียหาย บางคนบอกไม่เป็นไร ขอให้เด็กได้ออกมา รัฐจะช่วยเงิน ก็บอกว่าไม่เป็นไร

เพื่อนบ้านจากลาว ชาวเอเซีย ฝั่งมั่งค่า ระดมคนมีความสามารถ สุมหัวกันมาช่วย

ผู้ว่าฯ คนที่ถูกย้าย เป็นแม่งานตัดสินใจทุกเรื่องได้อย่างดีมาก

จนเอาทุกคนออกมาได้อย่างปลอดภัย เข้ารับการดูแลในโรงพยาบาล หมออนุญาตนำภาพแพร่ไปทั่วโลก จึงได้เห็นว่าโรงพยาบาลต่างจังหวัดไทย ทันสมัยไม่แพ้ที่ใดในโลก

ขอบคุณ “ก้าวคนละก้าว” ของพี่ตูน ขอบคุณผู้บริจาคทุกท่าน

ถ้าเราร่วมมือกัน เราก็จะมีทุกอย่าง เสียแต่ว่า.... เฮ้อ อย่าพูดเลย

ประเทศไทยได้เครดิต จากกรณีนี้มาก ทั่วโลกชื่นชม รัฐบาลยิ้ม เพราะช่วงนี้ชาวบ้านลืมตรวจสอบรัฐบาล ทีวีก็มีแต่ข่าวหมูป่า ทุกคนมีความสุข

หกโมงเย็น ในช่วงเวลาที่ประชาชนประหยัดไฟฟ้า 5555 ชาวบ้านออกมาเปิดทีวีอีกครั้ง เพื่อรอชม วันที่หมูป่ากลับบ้าน

เว็บไซต์ BBC NEWS Thai ถอดความมาคำต่อคำ ขออนุญาตนำมาเล่าต่อให้แฟนหมูป่าใน “อะเม” ได้อ่านกัน

สุทธิชัย หยุ่น สื่อรุ่นใหญ่ มาทำหน้าที่พิธีกร

งานแถลงข่าว "ส่งหมูป่ากลับบ้าน" จัดขึ้นที่ ห้องประชุม อาคารคชสาร องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ใช้เวลาราว 90 นาที และถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย

"โค้ชเอก" เอกพล จันทะวงษ์ ผู้ช่วยผู้ฝึกสอนของทีม กล่าวว่า เด็กๆทีมหมูป่าตั้งใจจะไปสำรวจถ้ำหลวงกันในวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย. หลังจากที่เขาและเด็ก ๆ อีก 2 - 3 คนเคยเข้าถ้ำหลวงมาแล้วจากการเข้าค่ายที่โรงเรียน

เขาปฏิเสธข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาตั้งใจจะไปฉลองวันเกิดของเด็กคนหนึ่ง

เด็กคนอื่นๆเล่าว่า ขณะที่ไปถึงสามแยกในถ้ำพบว่ามีน้ำขังในปริมาณไม่มาก จึงตัดสินใจที่จะเดินหน้าต่อ เพราะบางคนเคยมีประสบการณ์เข้าถ้ำหลวงเลยเนินนมสาวไปอีก ลูกทีมหมูป่าส่วนใหญ่ว่ายน้ำเป็นแม้บางคนว่ายไม่แข็ง ดังนั้น บางช่วงที่ต้องว่ายน้ำในถ้ำ เด็กที่ว่ายน้ำไม่แข็งจะขี่คอเด็กที่ว่ายน้ำแข็งกว่า

โคชเอก เล่าอีกว่า เมื่อเข้าถึงถ้ำลึกและได้เวลาอันสมควรที่จะกลับ ทางทีมกลับพบว่าไม่สามารถออกมาในทางเดิมได้ เพราะน้ำสูงขึ้นและทางออกถูกปิด ทั้งทีมจึงถอยกลับเข้าสู่ด้านใน โดยเขาให้กำลังใจทุกคนว่า คงเป็นปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลง เมื่อน้ำลดในวันรุ่งขึ้นก็น่าจะออกจากถ้ำได้ และเริ่มหาเนินหนีน้ำเพื่อพักผ่อน

โคชเอกเล่าว่า คณะนักสำรวจถ้ำรุ่นเล็ก ไม่ได้เตรียมอาหารมาด้วย เพราะคิดว่า จะใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เมื่อหลงทาง น้ำสะอาดหยดผ่านหินย้อยภายในถ้ำจึงกลายเป็นสิ่งประทังร่างกายให้อิ่มท้อง

ทีมหมูป่าเลือกจุดพักผ่อนใกล้แหล่งน้ำ และสวดมนต์ก่อนนอน ทุกคนยังกำลังใจดีเพราะคิดว่าในวันต่อมาเมื่อน้ำลด จะได้กลับบ้าน หรือมีเจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เมื่อพบว่ายังกลับไม่ได้ ทางทีมไม่ย่อท้อและสลับกันใช้ก้อนหินขุดผนังถ้ำ โดยตั้งความหวังว่าจะนำไปสู่ทางออกอีกทางสู่โลกภายนอก แต่เมื่อผ่านไปหลายวัน ก็ไม่พบทางออกและร่างกายเริ่มอ่อนเพลียจากการขาดอาหาร

จนกระทั่งวันที่ 10 ทีมหมูป่าได้ยินเสียงคนอื่นภายในถ้ำจึงได้ถือไฟฉายเดินลงจากเนินที่พักและพบกับนักดำน้ำถ้ำชาวต่างชาติสองคนตามที่เป็นข่าว

ในระหว่างงานแถลงข่าว พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุน หรือหมอภาคย์ เล่าว่าเขาปรึกษา นายแพทย์ ริชาร์ด แฮร์ริส วิสัญญีแพทย์ชาวออสเตรเลีย ซึ่งได้มีโอกาสตรวจสุขภาพทุกคนแล้ว และยืนยันว่าทางทีมค่อนข้างแข็งแรง และไม่จำเป็นต้องเลือกใครเป็นพิเศษให้ออกจากถ้ำก่อน จึงให้นายเอกพลเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเลือกใครออกจากถ้ำเป็นชุดแรก

โคชเอก เล่าว่า ทางทีมตัดสินใจให้ลูกทีมที่บ้านอยู่ไกลที่สุดออกจากถ้ำก่อน เพราะคิดว่าออกจากถ้ำแล้วจะได้รีบขี่จักรยานกลับบ้านและนำข่าวบอกโลกภายนอกว่าลูกทีมที่เหลือ จะทยอยออกจากถ้ำในวันต่อมา และให้ทางบ้านเตรียมอาหารอร่อยรอ เพราะหิวกันมาก

สิ่งที่ทางทีมเสียใจที่สุดจากเหตุการณ์ครั้งนี้คือการจากไปของ น.ต.สมาน กุนัน หรือ "จ่าแซม" ซึ่งเขาบอกว่า "เสียใจอย่างสุดใจ และขอให้คุณจ่าสู่สุขคติ และขอขอบพระคุณจากใจจริง"

สมาชิกหมูป่ากล่าวอีกว่า ประสบการณ์ในครั้งนี้ทำให้พวกเขาเรียนรู้และจะไม่ใช้ชีวิตโดยประมาท จะเป็นคนดีของสังคม จะใช้ชีวิตให้คุ้มค่า และส่วนใหญ่ต้องการเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต โดยที่ตั้งใจจะเข้าร่วมเป็นหน่วยซีลเพื่อช่วยเหลือคนอื่นไปพร้อมๆ กันด้วย

ทุกคนในทีมตั้งใจจะขอโทษพ่อแม่ เป็นสิ่งแรกหลังจากกลับถึงบ้านเพราะไม่มีเด็กคนไหนบอกความจริงกับทางบ้านเลยว่าจะเข้าถ้ำหลวงในวันนั้น เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้ไป

นายประจญ ปรัชญสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายคนใหม่ กล่าวว่าจะมีหน่วยงานให้คำปรึกษาและช่วยเหลือ ให้ทีมหมูป่ากลับไปใช้ชีวิตตามปกติโดยเร็ว และสมาชิกทีมหมูป่าบางคน ที่ยังไม่มีสัญชาติไทยได้ยื่นเรื่องขอมีสัญชาติกับทางอำเภอแล้ว

ทั้ง 13 คนในทีมหมูป่าบอกในวันนี้ว่าจะบวชอุทิศให้แก่จ่าแซม และจะเข้าพิธีบวชหมู่พร้อมๆ กัน.