Get Adobe Flash player

เกี่ยวกับ ‘แม่นากพระโขนง’ โดย บางขุนศรี

Font Size:

วันก่อน ที่วัดไทย นอร์ทฮอลลีวูด จัดฉายหนังกลางแปลงเรื่อง “นางนาก”  หนังผีไทยคลาสิค ที่ถูกเล่าขานกันมายาวนาน โดยมีการนำไปทำเป็นบทละครเวที ละครโทรทัศน์ และถูกสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายยุคหลายสมัย

จึงถือโอกาสปลดล็อค เปลี่ยนบรรยากาศของบทความที่เคร่งเครียดทางการเมือง นำเรื่องเบาๆ มาเล่าสู่กันฟังบ้าง

แม่นาก เป็นเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่จริงคือ พระโขนง และวัดมหาบุษย์ มีศาลของแม่นาก อยู่ที่วัดแห่งนี้ด้วย

วันนี้ วัดมหาบุศย์ อยู่ในซอยสุขุมวิท 77 ถนนอ่อนนุช ซึ่งปัจจุบันถูแบงพื้นที่การปกครองไปอยู่ในเขตสวนหลวง มิใช่เขตพระโขนง อยางในอดีต

ข้อมูลจากวิกิพีเดีย กล่าวถึงเรื่องราว “แม่นากโขนง” เป็นผีตายทั้งกลม ที่เป็นที่รู้จักกันดีของไทย เชื่อกันว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

มีเรื่องเล่ากันว่า สามีภรรยาหนุ่มสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่ด้วยกันที่ย่านพระโขนง สามีชื่อนายมาก (ชุ่ม) ส่วนภรรยาชื่อนางนาก ทั้งสองใช้ชีวิตคู่ร่วมกันจนนางนากตั้งครรภ์อ่อนๆ นายมากก็มีหมายเรียกให้ไปเป็นทหารประจำการที่บางกอก นางนากจึงต้องอยู่ตามลำพัง

เวลาผ่านไป ท้องของนางนากก็ยิ่งโตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด หมอตำแยก็มาทำคลอดให้ ทว่าลูกของนางนากไม่ยอมกลับหัว จึงไม่สามารถคลอดออกมาตามธรรมชาติ ยังผลให้นางนากเจ็บปวดเป็นยิ่งนัก และในที่สุดนางนากก็ทานความเจ็บปวดไว้ไม่ไหว สิ้นใจไปพร้อมกับลูกในท้อง กลายเป็นผีตายทั้งกลม

หลังจากนั้น ศพของนางนากได้ถูกนำไปฝังไว้ยังป่าช้าท้ายวัดมหาบุศย์ ส่วนนายมาก เมื่อปลดประจำการก็กลับจากบางกอกมายังพระโขนง โดยที่ยังไม่ทราบความว่าเมียของตัวได้หาชีวิตไม่แล้ว นายมากกลับมาถึงในเวลาพลบค่ำ  จึงไม่ได้พบชาวบ้านเลย เนื่องจากหลังจากที่นางนากตายไปก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เพราะต่างก็เชื่อกันว่าวิญญาณของผีตายทั้งกลมนั้นเฮี้ยน และมีความดุร้าย

ครั้นเมื่อนายมากกลับมาอยู่ที่บ้าน ผีนางนากก็คอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา เพราะเกรงว่านายมากจะรู้ความจริงจากชาวบ้าน นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาพบเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว จนวันหนึ่งขณะที่นางนากตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน ทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากเห็นเข้าพอดี จึงปักใจเชื่อว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน

นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาก โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่วแล้วเอาดินอุดไว้ ตกกลางคืนทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแกะดินที่อุดตุ่มไว้ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา จากนั้นจึงแอบหนีไป นางนากเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอก จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนากตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนากไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนากไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนากออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความเฮี้ยนของนางนาก ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนากก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่

จนกระทั่งตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่องเพิ่งย้ายมาอยู่ใหม่ เก็บหม้อที่ถ่วงนางนากได้ขณะทอดแหจับปลา นางนากจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ถูกสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) สยบลงได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนากถูกเคาะออกมาทำหัวปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัด) เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนากสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ

ความรักของนางนาก นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างไม่รู้จบ กับความมั่นคงที่มีต่อสามี ที่แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้

จากเรื่องเล่า วิกิพีเดีย ยังได้นำข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์

โดยได้อ้างถึง “เอนก นาวิกมูล” ผู้ศึกษาเรื่องประวัติศาสตร์ไทยได้ค้นคว้าเอกสารร่วมสมัยเกี่ยวกับเรื่องแม่นากพระโขนงนี้ พบว่า

จากหนังสือพิมพ์สยามประเภทฉบับวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2442 ของ ก.ศ.ร. กุหลาบ น่าจะมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปลายรัชสมัยรัชกาลที่ 3 ของ อำแดงนาก ลูกสาวกำนันตำบลพระโขนงชื่อ ขุนศรี ที่ตายลงขณะยังตั้งท้อง และทางฝ่ายลูกๆ ของอำแดงนากก็เกรงว่าบิดาของตน (สามีแม่นาก) จะไปแต่งงานมีภรรยาใหม่ และต้องถูกแบ่งทรัพย์สิน จึงรวมตัวกันแสร้งทำเป็นผีหลอกผู้คนที่ผ่านไปมาด้วยการขว้างหินใส่เรือผู้ที่สัญจรไปมาในเวลากลางคืนบ้าง หรือทำวิธีต่างๆ นานา เพื่อให้คนเชื่อว่าผีของมารดาตนเองเฮี้ยน

และพบว่าสามีของอำแดงนาก ไม่ใช่ชื่อ มาก แต่มีชื่อว่า “นายชุ่ม ทศกัณฐ์”  (เพราะเป็นนักแสดงในบท ทศกัณฐ์ และพบว่า คำว่า แม่นาก เขียนด้วยตัวสะกด ก ไก่ (ไม่ใช่ ค ควาย)

แต่การที่สามีแม่นากได้ชื่อเป็น มาก เกิดขึ้นครั้งแรกจากบทประพันธ์เรื่อง "อีนากพระโขนง" ซึ่งเป็นบทละครร้อง ในปี พ.ศ. 2454 โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์

และ กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ เคยทรงครอบครองกระดูกหน้าผากของแม่นากนี้ด้วยเช่นกัน โดยไม่ทราบว่าใครเป็นผู้นำมาถวาย

เรื่องราวของแม่นากพระโขนง ปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยร่วมสมัยและตราบจนปัจจุบัน เช่น เชื่อว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นากอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยเขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อ พ.ศ. 2468 ซึ่งเป็นสมัยที่ท่านยังเป็นเด็ก ท่านเคยเห็นเรือนของแม่นากด้วย เป็นเรือนลักษณะเหมือนเรือนไทยภาคกลางทั่วไปอยู่ติดริมคลองพระโขนง มีเสาเรือนสูง มีห้องครัวอยู่ด้านหลัง ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว และยังเคยขึ้นไปบนศาลาการเปรียญของวัดมหาบุศย์ด้วย ในขณะนั้นศาลาการเปรียญหลังใหม่ บนฝ้าเพดานมีรอยเท้าเปื้อนโคลนคล้ายรอยเท้าคนเหยียบย่ำไปมาหลายรอย สมภารบอกว่าเป็นรอยเท้าของแม่นาก

ถึงอย่างไร ความเชื่อเรื่องแม่นากพระโขนง ก็ยังปรากฏอยู่ในความเชื่อของคนไทย ณ วัดมหาบุศย์ ภายในซอยสุขุมวิท 77 (ถนนอ่อนนุช) เขตสวนหลวง ปัจจุบันนี้ มีศาลแม่นากตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่สักการบูชาอย่างมากของบุคคลในและนอกพื้นที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะเรียกแม่นากด้วยความเคารพว่า "ย่านาก"

บ้างก็เชื่อว่าร่างของแม่นาก ถูกฝังอยู่ระหว่างต้นตะเคียนคู่ภายในศาล โดยมีผู้มาบนบานขอในสิ่งที่ตนต้องการเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องความรัก

และเชื่อว่ายังมีผู้สืบเชื้อสายจากแม่นากมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในนั้น คือ พีท ทองเจือ ดารานักแสดงชื่อดัง

และสิ่งที่เชื่อว่าเป็นปั้นเหน่งที่ทำจากหน้าผากกะโหลกแม่นาก ปัจจุบันถูกครอบครองโดยนักสะสมพระเครื่องผู้หนึ่ง

เรื่องราวของแม่นากพระโขนง ได้กลายเป็นบทประพันธ์ในรูปแบบการแสดงเป็นครั้งแรก เป็นบทละครร้องในปี พ.ศ. 2454 ในชื่อ "อีนากพระโขนง" โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ แสดงที่โรงละครปรีดาลัย (โรงเรียนตะละภัฏศึกษาในปัจจุบัน) ได้รับความนิยมอย่างมากจนต้องเปิดการแสดงติดต่อกันถึง 24 คืน

เรื่องราวของแม่นากพระโขนงได้ถูกสร้างเป็นละครเวที ละครวิทยุ ละครโทรทัศน์ ภาพยนตร์ หนังสือ หนังสือภาพ การ์ตูน รวมแล้วเกือบร้อยครั้ง

ได้นำมาสร้างภาพยนตร์ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2470 โดยหม่อมราชวงศ์อนุศักดิ์ หัสดินทร์ แต่ฟิล์มก็ไม่ได้ถูกเก็ยรักษาไว้

ภาพยนตร์ นางนาค(ค) พระโขนง ถูกสร้างใหม่ พ.ศ. 2479 พ.ศ. 2493 พ.ศ. 2495 และ พ.ศ. 2498 แต่ไม่มีข้อมูลนักแสดงนำ)

ในปี พ.ศ. 2502 แม่นาคพระโขนง นำแสดงโดย สุรสิทธิ์ สัตยวงษ์, ปรียา รุ่งเรือง และสร้างต่อมาอีกประมาณ 29 ครั้ง

เป็นละครวิทยุ โดย ม.ล.เปลื้อง อิศรางกูร ณ อยุธยา

โดย คณะเกศทิพย์..... (จำนวน 20 ตอน)..... วิญญาณรักของแม่นาค  โดย คณะแก้วฟ้า..... แม่นาคพระโขนง โดย คณะกันตนา..... นางนาก โดย คณะ 213การละคร..... แม่นาคพระโขนง โดย คณะรังสิมันต์..... แม่นาคพระโขนง โดย คณะเสนีย์ บุษปะเกศ..... แม่นาค โดย คณะมิตรมงคล..... แม่นาคพระโขนง โดย คณะผาสุก วัฒนารมย์..... แม่นาคพระโขนง โดย คณะนีลิกานนท์ เป็นต้น

ยังมี ละครเวที ในอีกหลายโอกาส หนังสือ อีกหลายเล่มในหลายสมัย หนังสือภาพ หนังสือการ์ตูน รวมทั้ง “เปิดตำนานแม่นากพระโขนง” ที่เป็นประวัติศาสตร์ด้วย

ควมรักขอ “ผีแม่นาก” หญิงผู้มั่นคงกับสามีตราบจนวันตาย ยังคงถูกพูดถึงต่อไปอีกยาวนาน แม้ทุกคนจะกลัวในความเป็นผี แต่ในความกลัวนั้น ยังมีความสงสารและเห็นใจ จึงแอบหวังว่า แม่นาก หรืออำแดงนาก จะได้ไปเกิดใหม่ และพบกับรักแท้ได้ครองคู่กันไปตลอดชีวิตไปทุกภพ.