Get Adobe Flash player

“พระปิยมหาราช” กับประเทศมหาอำนาจตะวันตก (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

17.พระองค์ที่ 69 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหิดลอดุลยเดช (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก) ที่ 7

ในสมเด็จพระศรีสวรินทิรา บรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันศุกร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ.2434 เมื่อ พ.ศ.2448 พระชนมายุ 14 ปี ได้เสด็จไปทรงศึกษาวิชาชั้นต้นในประเทศอังกฤษ พ.ศ.2450 ทรงศึกษาที่โรงเรียนนายร้อยชั้นต้นปอตสดัม ในประเทศเยอรมนี ระหว่างศึกษาได้รับพระราชทานยศเป็นนายร้อยตรี แล้วเสด็จเข้าโรงเรียนนายร้อยชั้นสูงที่โกรสลิซเตอร์เฟลเด้จจนจบ หลังจากนั้น ทรงศึกษาวิชาทหารเรือที่โรงเรียนนายเรือเฟลนส์บูร์ก มุรวิก เมื่อ พ.ศ.2456 ถึง พ.ศ.2457 ต่อมาทรงเข้ารับการศึกษาวิชาแพทยศาสตร์ที่โรงเรียนแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 2460 ถึง พ.ศ.2471 ทรงได้รับขนานพระนามเป็น “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” ทรงเป็นต้นราชสกุล มหิดล ณ อยุธยา

18.พระองค์ที่ 72 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย) ที่ 8 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ประสูติเมื่อวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ.2435 เมื่อวันพุธที่ 18 มกราคม พ.ศ.2448 พระชันษา 13 ปี ได้เสด็จไปทรงศึกษาในประเทศอังกฤษ ทรงได้รับปริญญาอักษรศาสตร์บัณฑิต จากวิทยาลัยมอตเลน มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ จนถึง พ.ศ.2461 และทรงเป็นพระองค์แรกหรืออาจเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ทรงเล่นพิณฝรั่งได้ ทรงเป็นต้นราชสกุล จุฑาธุช ณ อยุธยา

19.พระองค์ที่ 76 สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าประชาธิปกศักดิเดชน์ (พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว) ที่ 9 ในสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ.2436 เมื่อ พ.ศ.2449 พระชนมพรรษา 13 พรรษา ได้เสด็จไปทรงศึกษาชั้นต้นที่โรงเรียนอีตัน แล้วทรงศึกษาวิชาทหารบกที่โรงเรียนนายร้อยทหารบกเมืองลูวิช ในประเทศอังกฤษ จนถึง พ.ศ.2458

พระราชโอรสทั้ง 19 พระองค์นี้ ทรงได้รับพระราชทานพระบรมราโชวาทจากล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อ ให้ปฏิบัติพระองค์อย่างเคร่งครัด และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังคอยติดตามข่าวและสอดส่องดูแลอย่างใกล้ชิด โดยได้มอบให้พระยาวิสุทธิสุริยศักดิ์ (พระอภิบาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ขณะทรงศึกษาต่อ ณ ประเทศอังกฤษ ต่อมาได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี ในสมัยรัชกาลที่ 6) เป็นผู้ถวายการดูแลและรายงานผลการศึกษาพระราชโอรสทุกพระองค์ที่ทรงศึกษาในประเทศยุโรปให้พระองค์ทราบอย่างต่อเนื่อง

แต่อย่างไรก็ตาม พระราชโอรสทุกพระองค์ก็มิได้ทำให้พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวผิดหวัง หรือเสียพระทัย ทรงตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ดังนั้น เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาแล้ว ได้เสด็จกลับเข้ามาเป็นกำลังของแผ่นดินรับใช้บ้านเมืองอย่างเต็มกำลังความสามารถ สมดังพระราชประสงค์ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ทุกประการ ส่งผลให้สยามประเทศเจริญรุดหน้าอย่างรวดเร็ว


ตามที่ได้ประจักษ์กันดีอยู่แล้วว่าพระพุทธเจ้าหลวง ท่านได้ทรงเสียสละและอุทิศพระวรกายและกำลังสติปัญญาอย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อต่อสู้และยับยั้งการยึดครองประเทศสยามจากอังกฤษและฝรั่งเศส โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์และสมาชิกในราชวงศ์จักรี ทุ่มเทช่วยเหลืออย่างเต็มสติกำลัง รวมถึงการส่งพระโอรสพระองค์น้อยทั้ง 19 พระองค์ ซึ่งมีพระชันษาตั้งแต่ 9 ปีขึ้นไป ซึ่งถือว่าทรงพระเยาว์มาก ไปศึกษาต่อในดินแดนห่างไกล ณ ต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศ ซึ่งแม้แต่คนธรรมดาสามัญชนยังมิอาจตัดใจได้

ทั้งนี้พระโอรสทุกพระองค์ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ที่ทรงได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถจนทำให้สยามได้รอดพ้นจากมหันตภัยไปได้ อันแสดงให้เห็นถึงความเสียสละอย่างใหญ่หลวงของพระองค์ท่านและพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนสมาชิกในพระราชวงศ์จักรีทุกพระองค์ ซึ่งพวกเราควรจะระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณนี้ตลอดไป

อ้างอิง :

1.เจฟฟรีย์ ไฟน์สโตน, จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระบรมราชวงศ์แห่งประเทศไทย พร้อมพระนิพนธ์คำปรารภ โดยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา (กรุงเทพฯ : พิษณุโลกการพิมพ์, 2532)

2.ราชสกุลวงศ์ : คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุฯ พ.ศ.2554

3.นายหนหวย, เจ้าฟ้าประชาธิปก ราชันผู้นิราศ, กรุงเทพฯ ไชยณรงค์, 2492

4.ดร.วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร, นักเรียนนอกข้อมูลสำคัญในประวัติศาสตร์สังคมไทย, กรุงเทพฯ แสงดาว 2550