Get Adobe Flash player

พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

การเกิดสุริยุปราคา ณ บ้าน        หว้ากอ

ประจวบคีรีขันธ์นั้นหนอ            ล่วงหน้า

ถึงสองปีทรงแม่นยำพอ           พิสูจน์ ได้นา

พระจอมเกล้าทรงค้นคว้า          สื่อสร้างวิทยาศาสตร์ไทย

พรชัย ภู่โสภา(ประพันธ์)

พระราชประวัติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระนามเดิมว่า สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ.2347 เป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระบรมราชินี

สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎ ทรงศึกษาวิชาการด้านต่างๆในการที่จะเป็นประโยชน์แก่การปกครองในอนาคต วิชาที่ทรงศึกษา ได้แก่ ตำราพิชัยสงคราม การฝึกหัดอาวุธ วิชาโหราศาสตร์ โดยเฉพาะวิชาภาษาต่างประเทศ พระองค์โปรดศึกษามากเป็นพิเศษ อีกทั้งสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎมีพระทัยสนใจในด้านพระพุทธศาสนาอยู่เสมอ เมื่อพระชนมายุครบผนวช ทรงผนวช ณ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ภายในพระบรมมหาราชวัง เมื่อ พ.ศ.2367 โดยมีองค์สมเด็จพระสังฆราช(ด่อน)วัดมหาธาตุ เป็นพระอุปัชฌาย์ ทรงได้รับพระฉายาว่า “วชิรญาณภิกขุ” ทรงประทับ ณ วัดมหาธาตุอยู่นาน 3 วัน แล้วจึงเสด็จไปจำพรรษาที่วัดสมอราย(วัดราชาธิวาส)

หลังจากนั้นอีกเพียง 2 สัปดาห์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมชนกนาถเสด็จสวรรคต แต่มิได้ตรัสมอบพระราชสมบัติให้กับผู้ใด พระบรมวงศานุวงศ์จึงประชุมและลงมติในที่ประชุมว่า ควรอัญเชิญพระเจ้าลูกเธอ กรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติสืบแทน สมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎจึงมิได้ทรงลาผนวช และทรงผนวชอยู่ตลอดรัชกาลที่ 3 ทำให้ทรงมีเวลามากมายในการศึกษาหาความรู้ในวิชาการแขนงต่างๆจนแตกฉาน โดยเฉพาะทรงมีโอกาสได้ศึกษาวิชาภาษาต่างประเทศจากบาทหลวงและมิชชันนารีที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาคริสต์ ทำให้สามารถทรงพระอักษรและตรัสภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี และมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสารความเคลื่อนไหวจากต่างประเทศ ซึ่งพระองค์ทรงได้นำความรู้เหล่านั้นมาใช้ในการบริหารประเทศเมื่อเสด็จขึ้นครองราชสมบัติแล้ว

ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต และตรัสเวนคืนพระราชสมบัติให้แก่บรรดาพระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชสำนักชั้นผู้ใหญ่ ว่าจะเห็นควรให้ผู้ใดขึ้นครองราชสมบัติสืบแทนพระองค์ บรรดาข้าราชการและข้าราชสำนักจึงประชุม และมีมติอัญเชิญสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎขึ้นครองราชสมบัติสืบแทนพระองค์ บรรดาข้าราชการและข้าราชสำนักจึงประชุมและมีมติอัญเชิญสมเด็จเจ้าฟ้ามงกุฎขึ้นครองราชสมบัติ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์จักรี ในวันที่ 2 เมษายน พ.ศ.2394 ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ด้วยขณะนั้นพระองค์ยังทรงผนวชอยู่ จึงจำเป็นต้องลาผนวชในเวลานั้นเอง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2411 เนื่องจากเมื่อเสด็จกลับจากทอดพระเนตรสุริยุปราคา ที่บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้ประชวรด้วยโรคไข้ป่าและเสด็จสวรรคตเมื่อเสด็จถึงพระบรมมหาราชวัง รวมมีพระชนมายุ 64 พรรษา ระยะเวลาที่ทรงครองอยู่ในราชสมบัตินาน 17 ปีเศษ