Get Adobe Flash player

พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย(จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

พระที่นั่งภูวดลทัศไนย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2395 พระที่นั่งภูวดลทัศไนย สร้างในแบบสถาปัตยกรรมยุโรป เพื่อใช้เป็นหอนาฬิกาบอกเวลามาตรฐานประจำประเทศไทย พระที่นั่งภูวดลทัศไนย สูง 5 ชั้น ด้านบนติดนาฬิกาขนาดใหญ่ทั้ง 4 ด้าน หอนาฬิกาแห่งนี้พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้พนักงานนาฬิกาหลวงเทียบเวลาตอนกลางวันจากพระอาทิตย์ และเวลากลางคืนจากพระจันทร์ จึงนับได้ว่าพระที่นั่งภูวดลทัศไนย เป็นผลงานทางวิทยาศาสตร์ชุดแรกของไทย

หอชัชวาลเวียงชัย

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ.2402 พร้อมกับการก่อสร้างพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรประสาท บริเวณพระราชวังพระนครคีรี จ.เพชรบุรี หอชัชวาลเวียงชัยแห่งนี้มีลักษณะเป็นรูปกลมคล้ายกระโจมไฟ มีบันไดเวียนขึ้นข้างบน หลังคาเป็นรูปโดมมุงด้วยกระจก ภายในห้อยโคมไฟสำหรับจุดในเวลากลางคืน ซึ่งสามารถมองเห็นได้ไกลจากในทะเล นักเดินเรือจึงใช้หอชัชวาลเวียงชัยเป็นประภาคารในการเดินเรือในเวลากลางคืนอีกอย่างหนึ่งด้วย แต่จุดประสงค์ที่แท้จริงในการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ในการรักษาเวลามาตรฐานของประเทศไทย ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงกำหนดเส้นแวงที่ 100 องศาตะวันออก ซึ่งผ่านใกล้พระนครคีรี ขึ้นเป็นเส้นแวงหลักสำหรับกำหนดเวลามาตรฐานของประเทศไทย

หนังสือดาราศาสตร์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีความชำนาญในด้านดาราศาสตร์เป็นอันมาก ทรงศึกษาจากหนังสือดาราศาสตร์ของต่างประเทศ พระองค์สามารถอ่านภาษาอังกฤษได้อย่างชำนาญ เนื่องจากได้ฝึกฝนขณะที่ทรงผนวชอยู่นั้น ทรงได้ศึกษาภาษาอังกฤษจากมิชชันนารีชาวต่างประเทศ หนังสือดาราศาสตร์ที่ทรงใช้ศึกษามีทั้งหมด 5 เล่ม ได้แก่

1.Hand-Book of Astronomy

2.Outline of Astronomy

3.Popular Astronomy, A Description of the Principle Phenomena of Astronomy

4.Telescope Teachings

5.Guide to the Stars, in Eight Planishpheres, Shewing the Aspect of the Heavens for Every Night in the Year with an Explanatory Introduction

พระราชสมัญญา “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย”

เพื่อระลึกถึงวันที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ณ บ้านหว้ากอ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ.2411

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” ด้วยทรงมีพระปรีชาสามารถอย่างมากในด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะทางด้านดาราศาสตร์ ทรงสามารถคำนวณการเกิดสุริยุปราคา ณ บ้านหว้ากอ ล่วงหน้าถึง 2 ปี ได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งในสมัยของพระองค์มีดาวหางปรากฏถึง 3 ดวง เนื่องจากทรงมีความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์ จึงมิได้ทรงตื่นกลัวอย่างที่ผ่านมา พร้อมทั้งทรงออกประกาศเกี่ยวกับดาวหางเพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นกลัว

นอกจากนี้ยังมีพระราชกรณียกิจที่เป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองหลายประการ เป็นต้นว่า ทรงทำนุบำรุงบ้านเมือง สร้างถนนขึ้นมาใหม่หลายสาย เช่น ถนนเจริญกรุง ถนนเฟื่องนคร เป็นต้น ทางด้านพระพุทธศาสนาทรงริเริ่มให้มีการจัดตั้งนิกายใหม่ ชื่อว่า “ธรรมยุติกนิกาย” รวมถึงสร้างและปฏิสังขรณ์วัดขึ้นมาใหม่ เช่น วัดสระเกศ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างภูเขาทอง พระปฐมเจดีย์ วัดมกุฎกษัตริยาราม วัดราชประดิษฐาราม เป็นต้น โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างโรงพิมพ์ เพื่อจัดพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา สร้างโรงกษาปณ์ เพื่อผลิตเหรียญกษาปณ์แทนเงินพดด้วง อีกด้วย