Get Adobe Flash player

วันศิลปินแห่งชาติ(ต่อ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

2.สังข์ทอง            

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงนำเค้าโครงเรื่องของชาดก เรื่อง “สุวัณณสังข์ชาดก” ที่แต่งไว้แต่เดิมเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยา พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงพระราชนิพนธ์บทละครนอกเรื่องสังข์ทองไว้ทั้งหมด 8 ตอน ตั้งแต่กำเนิดของพระสังข์ทอง จนกระทั่งท้าวสามลให้นางทั้งเจ็ดเลือกคู่

เค้าเรื่องของสังข์ทองนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกับพระไชยเชษฐ์อยู่มากทีเดียว โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการเสียดสีเหตุการณ์ชิงดีชิงเด่นกันในพระราชสำนัก โดยเริ่มต้นที่ว่า “นางจันทร์” มเหสีเอกของท้าวยศวิมล ถูกนางจันทา มเหสีรองใส่ร้ายว่า การที่นางจันทร์คลอดลูกออกมาเป็นหอยสังข์นั้นเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง ต้องขับไล่ออกจากเมือง ตอนสำคัญในเรื่องคือ ตอนที่พระสังข์ตัวเอกของเรื่องสวมรูปเงาะเป็นคนบ้าใบ้ ตัวดำ แสดงถึงคติสอนใจที่ว่า การมองคนแต่เพียงภายนอกเป็นการไม่ถูกนัก และแสดงให้เห็นนิสัยของคนที่ว่า นิยมที่จะดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าเสมอไป แต่เรื่องก็จบลงด้วยดี และผู้กระทำผิดต้องใช้กรรม ดังจะยกในตอนหนึ่ง ดังต่อไปนี้

เมื่อนั้น

นางมณฑาชมเปาะเงาะพูดได้

น้อยหรือถ้อยคำร่ำพิไร

สำคัญว่าบ้าใบ้ไม่รู้เลย

สารพัดตัดพ้อพ่อตา

แหลมหลักนักหนาเจ้าขาเอ๋ย

ทั้งกระทบกระเทียบเปรียบเปรย

ไม่ปรานีบ้างเลยหรือเจ้าเงาะ

ถึงโกรธพ่อก็เห็นแก่แม่มั่ง

อย่าให้นั่งน้ำตาลงเผาะเผาะ

ดูหรูตั้งใจแต่หัวเราะ

ไม่ช่วยอนุเคราะห์เลยหรือไร

3.ไกรทอง

พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงนำเค้าโครงเรื่องมาจากนิทานพื้นบ้านของเมืองพิจิตร เป็นเรื่องเกี่ยวกับจระเข้ใหญ่ที่มีอำนาจมากตัวหนึ่ง กับ “ไกรทอง” ผู้ปราบจระเข้ บทละครเรื่องนี้แตกต่างกับเรื่องอื่นที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ก่อนหน้านี้ คือ ไม่ได้เป็นเรื่องเกี่ยวกับพระราชสำนัก อีกทั้งตัวเอกในเรื่องก็ไม่ใช่กษัตริย์ เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า เศรษฐีผู้หนึ่งแห่งเมืองพิจิตร มีลูกสาวสองคน ชื่อ “ตะเภาแก้ว” และ “ตะเภาทอง” ทั้งสองลงไปเล่นน้ำในแม่น้ำ นางตะเภาทองถูกจระเข้ “ชาละวัน” คาบพาตัวลงไปที่ถ้ำทอง เศรษฐีจึงป่าวประกาศออกไปว่าถ้าผู้ใดช่วยลูกสาวตนให้พ้นจากจระเข้ชาละวันได้ จะยกลูกสาวพร้อมกับทรัพย์สมบัติจำนวนหนึ่งให้ “ไกรทอง” พรานล่าจระเข้แห่งเมืองพิจิตร รับอาสาเศรษฐีเมืองพิจิตรไปปราบพระยาชาละวัน เมื่อปราบพระยาชาละวันสำเร็จ จึงได้นางตะเภาทองและนางตะเภาแก้วเป็นภรรยา ไกรทองได้พบนาง “วิมาลา” เมียชาละวัน เกิดความรักใคร่ จึงพามาเป็นภรรยาอีกคน แต่นางตะเภาทองและตะเภาแก้วพบ นางวิมาลาจึงต้องกลับไปอยู่ในถ้ำตามเดิม

สุดรักสุดรู้ไม่อยู่ได้

สุดใจเหลือที่จะอดกลั้น

ถึงเสือสางกลางป่าพนาวัน

ไม่ดุดันร้ายกาจเหมือนเช่นนี้

จะฉีกเนื้อเถือหนังเสียทั้งเป็น

ไม่เคยพบเห็นเห็นน่าบัดสี

ไหนเล่าเจ้าชมว่าเมียดี

ที่นี้รู้เช่นได้เห็นตัว