Get Adobe Flash player

วันศิลปินแห่งชาติ(ต่อ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

4.มณีพิชัย            

เค้าเรื่องคล้ายตอน “พระสังข์เลือกคู่” เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ท้าววรกรรณ ให้นางเกษณี เลือกคู่ แต่นางไม่ชอบใคร พระบิดาขัดเคืองมาก พระอินทร์จึงแปลงร่างเป็นยาจกเข้ามาในที่ประชุม นางเกษณีก็ทิ้งพวงมาลัยให้ ท้าววรกรรณพิโรธ ขับออกจากเมือง พระอินทร์จึงพานางเกษณีไปอยู่บนสวรรค์ จนมีธิดาชื่อ “นางยอพระกลิ่น” พระอินทร์ได้นำนางยอพระกลิ่นไปไว้ในกระบอกไม้ไผ่ “พระมณีพิชัย” โอรสพระพิไชยนุราช ออกประพาสป่า และได้พบกับนางยอพระกลิ่นและรับนางไปเป็นพระชายา แต่นางจันทร์พระมารดาไม่พอใจนางยอพระกลิ่นและคิดกำจัดนางยอพระกลิ่นไปเสีย แต่นางยอพระกลิ่นไม่เป็นอันตราย

ต่อมาพระอินทร์ได้ดลใจให้นางจันทร์ลงไปสรงน้ำ เห็นดอกบัวดอกหนึ่งจึงเก็บมาแซมผม แต่ภายในดอกบัวมีงูทำให้นางจันทร์ถูกงูพิษกัด พระมณีพิชัยจึงหาหมองูมารักษานางจันทร์ นางยอพระกลิ่นซึ่งพระอินทร์แปลงเป็นพราหมณ์ให้ รับอาสารักษานางจันทร์ แต่ขอพระมณีพิชัยเป็นค่ารักษา นางทดลองใจพระมณีพิชัยหลายประการ จนเห็นว่าซื่อสัตย์ต่อนางจริงจึงยอมคืนดีด้วย

บทละครเรื่องพระมณีพิชัยนี้ พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ ตั้งแต่นางจันทร์ถูกงูกัด จนถึงพระมณีพิชัยออกไปอยู่กับพราหมณ์(นางยอพระกลิ่นแปลง)

5.คาวี พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยทรงพระราชนิพนธ์ไว้ทั้งหมด 4 ตอน ได้แก่ ตอนท้าวสันนุราชหานางผมหอม ตอนท้าวสันนุราชชุบตัว ตอนนางคันธมาลีเข้าเฝ้า และตอนพระคาวีรบไชยทัต เนื้อเรื่องมีอยู่ว่า ท้าวสันนุราชได้ผอบซึ่งภายในบรรจุผมของนางจันทร์สุดาซึ่งมีความหอมมาก ก็เกิดความหลงใหล จึงให้ยายเฒ่าทัศประสาทหาอุบายไปพานางจันทร์สุดามาถวาย นางจึงคิดอุบายโดยที่จะเผาพระขรรค์ที่บรรจุหัวใจของพระคาวี แต่หลวิชัยได้ททราบว่าพระคาวีมีอันตรายเนื่องจากดอกบัวอธิษฐานเหี่ยวเฉาลง จึงแปลงตัวมาเป็นฤาษี ด้วยท้าวสันนุราชประกาศหาคนดีมีฝีมือมาชุบตัวให้หนุ่ม หลวิชัยซึ่งแปลงเป็นฤาษีผลักท้าวสันนุราชตกลงไปในกองไฟขณะทำพิธี แล้วนำคาวีมาแทนท้าวสันนุราช

เมื่อนางจันทร์สุดาพบพระคาวีพระสวามี ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก แต่นางคันธมาลีเข้าใจผิดคิดว่าพระคาวีคือท้าวสันนุราชซึ่งชุบตัวใหม่ ก็เกิดความหึงหวงนางจันทร์สุดา และในที่สุดนางคันธมาลีก็ทราบว่าพระคาวีนั้นมิใช่สามีตน ก็รู้สึกโกรธแค้นจึงให้ยายเฒ่าทัศประสาทถือหนังสือไปให้ไชยทัตมาแก้แค้น เกิดเรื่องราวสงครามใหญ่โต จนในที่สุดพระคาวีก็ชนะ และเรื่องก็จบลงด้วยความสุข

นอกจากนี้พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ได้ทรงพระราชนิพนธ์บทเห่เรือ เรื่อง กาพย์เห่เรือชมเครื่องคาวหวาน ซึ่งมีความไพเราะและแปลกใหม่ไม่ซ้ำแบบกวีท่านใด เนื้อเรื่องแบ่งออกเป็น 5 ตอน คือ เห่ชมเครื่องคาว เห่ชมผลไม้ เห่ชมเครื่องหวาน เห่ครวญเข้ากับนักขัตฤกษ์ และบทเจ้าเซ็น บทเห่นี้เข้าใจกันว่าเป็นการชมฝีพระหัตถ์ของสมเด็จพระศรีสุริเยนทราบรมราชินี ในเรื่องการทำอาหาร ดังที่จะคัดมาส่วนหนึ่ง ดังต่อไปนี้

มัสมั่นแกงแก้วตา

หอมยี่หร่ารสร้อนแรง

ชายใดได้กลืนแกง

แรงอยากให้ใฝ่ฝันหา

ยำใหญ่ใส่สารพัด

วางจานจัดหลายเหลือตรา

รสดีด้วยน้ำปลา

ญี่ปุ่นล้ำย้ำยวนใจ

ตับเหล็กลวกหล่อนต้ม

เจือน้ำส้มโรยพริกไทย

โอชาจะหาไหน

ไม่มีเทียบเปรียบมือนาง

หมูแนมแหลมเลิศรส

พร้อมพริกสดใบทองหลาง

พิศห่อเห็นรางชาง

ห่างห่อหวนป่วนใจโหย

(อ่านต่อฉบับหน้า)