Get Adobe Flash player

เทศกาลสงกรานต์ ตอนที่ 2 โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ท้าวกบิลพรหม

ขอย้อนกลับมาพูดถึงเรื่องสงกรานต์ใหม่ เรื่องของสงกรานต์นี้ปรากฏในศิลาจารึกที่วัดพระเชตุพนว่า เศรษฐีคนหนึ่งไม่มีบุตร บ้านอยู่ใกล้กับบ้านนักเลงสุรา นักเลงสุรามีบุตรสองคน มีผิวเนื้อเหมือนทอง วันหนึ่งนักเลงสุรานั้นได้เข้าไปกล่าวคำหยาบช้าต่อเศรษฐี เศรษฐีจึงถามว่า เหตุไรจึงมาหมิ่นประมาทเราผู้มีสมบัติมาก นักเลงสุราจึงตอบว่า ถึงท่านมีสมบัติก็ไม่มีบุตร ตายแล้วก็จะสูญเปล่า เรามีบุตรเห็นว่าประเสริฐกว่าท่าน เศรษฐีมีความละอาย จึงบวงสรวงพระอาทิตย์พระจันทร์ตั้งอธิษฐานขอบุตรถึง 3 ปี ก็ไม่มีบุตร

อยู่มาถึงวันนักขัตฤกษ์สงกรานต์ พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ เศรษฐีจึงพาบริวารไปที่ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำ ซึ่งมีฝูงนกอาศัยอยู่ ได้เอาข้าวสารล้างน้ำ 7 ครั้งแล้วหุงบูชา พระไทร ประโคมพิณพาทย์ ตั้งอธิษฐานขอบุตร พระไทรมีความสงสารเศรษฐี จึงเหาะไปเฝ้าพระอินทร์ พระอินทร์ได้ให้ธรรมบาลเทพบุตรลงมาปฏิสนธิในครรภ์ภรรยาเศรษฐี เมื่อภรรยาเศรษฐีตั้งครรภ์ครบกำหนดแล้ว ได้คลอดบุตรออกมาเป็นชายให้ชื่อว่าธรรมบาลกุมารและปลูกปราสาท 7 ชั้น ที่ใต้ต้นไทรริมฝั่งแม่น้ำนั้นให้ธรรมบาลกุมารอยู่ ธรรมบาลกุมารเจริญวัยขึ้นก็รู้ภาษานก แล้วเรียนไตรเพทจบเมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลการต่างๆ แก่มนุษย์

ในขณะนั้นโลกทั้งหลายนับถือท้าวกบิลพรหมองค์หนึ่งว่าเป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถามปัญหาธรรมบาลกุมาร 3 ข้อ สัญญาไว้ว่าถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศรีษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศรีษะธรรมบาลกุมารเสีย ปัญหานั้นมีว่า

                ข้อ 1.เช้าราศีอยู่แห่งใด

                ข้อ 2.เที่ยงราศีอยู่แห่งใด

                ข้อ 3.ค่ำราศีอยู่แห่งใด

ธรรมบาลกุมารขอผัด 7 วัน ครั้นล่วงไปได้ 6 วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ออก นึกว่าพรุ่งนี้จะตายด้วยอาญาท้าวกบิลพรหมแล้ว หนีดีกว่า จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาล บนต้นตาลนั้นมีนกอินทรีสองตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่ พอตกค่ำนางนกอินทรีถามสามีว่าพรุ่งนี้จะได้อาหารที่ไหน นกอินทรีสามีบอกว่าจะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่าปัญหานั้นอย่างไร สามีบอกว่า ปัญหามีอยู่ 3 ข้อ ข้อ 1 เช้าราศีอยู่แห่งใด ข้อ 2 เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ข้อ 3 ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่าจะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่ที่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงล้างหน้าในตอนเช้า เที่ยงราศีอยู่ที่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก ค่ำราศีอยู่ที่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงล้างเท้าก่อนนอน

ธรรมบาลกุมารได้ยินดังนั้นก็กลับไปปราสาท ครั้นรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถามปัญหา ธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้งเจ็ดอันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่าเราจะตัดศรีษะบูชาธรรมบาลกุมาร ศรีษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดิน ไฟก็จะไหม้โลก ถ้าจะทิ้งไปบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้น เอาพานมารับศรีษะ แล้วก็ตัดศรีษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้วแห่ประทักษิณรอบเขาพระสุเมรุ 60 นาที แล้วก็เชิญไปประดิษฐานไว้ในมณฑปถ้ำคันธธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็เนรมิตโรงประดับด้วยแก้ว 7 ประการชื่อภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมูนาดลงมาล้างในสระอโนดาต 7 ครั้ง แล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ ครั้นถึงครบกำหนด 365 วัน โลกสมมติว่าปีหนึ่ง เป็นสงกรานต์ นางเทพธิดา 7 องค์จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลมหาพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลกที่จารึกในวัดพระเชตุพน มีใจความดังกล่าวมานี้

                (อ่านต่อฉบับหน้า)