Get Adobe Flash player

เทศกาลสงกรานต์ ตอนที่ 6 โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ประเพณีที่ปฏิบัติเนื่องในวันสงกรานต์นี้มีอยู่หลายอย่างแล้วแต่ท้องถิ่นไหนจะปฏิบัติกันอย่างไร แต่ก็ไม่พ้นที่จะปฏิบัติกันดังต่อไปนี้ การทำบุญตักบาตร ก่อพระเจดีย์ทราย สรงน้ำ รดน้ำดำหัว ปล่อยนกปล่อยปลา สาดน้ำ การรื่นเริงจะได้กล่าวเป็นอย่างๆ ไป

การทำบุญตักบาตร

ก่อนจะถึงวันสงกรานต์ก็เตรียมของทำบุญ เช่น กวนขนมหรือกวนกาละแม ถ้าในวันตรุษก็กวนข้าวเหนียวแดง เมื่อกวนเสร็จก็แจกจ่ายกันตามเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียง รุ่งขึ้นจะถึงวันสงกรานต์ก็ตื่นแต่เช้า นำอาหารข้าวแกงไปทำบุญตักบาตรและเลี้ยงพระที่วัด บางคนก็กลับก่อน บางคนก็คอยปรนนิบัติพระจนพระฉันเสร็จแล้วจึงกลับ

การก่อพระเจดีย์ทราย

เรื่องมูลเหตุที่จะมีก่อพระเจดีย์ทรายนี้ เคยได้ยินมาเพียงเลาๆ สองเรื่องไม่ชัดนัก เรื่องหนึ่งว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปทางเรือขนาน ประชาชนพากันก่อพระทรายข้างลำน้ำและก่อในแพลอยเป็นพุทธบูชา อีกเรื่องหนึ่งว่า มีอุบาสกคนหนึ่งลงเรือแล่นไปในตอนกลางคืน วันนั้นเป็นวันเพ็ญ แสงจันทร์ส่องสว่าง อุบาสกได้เห็นหาดทรายกระทบกับแสงจันทร์มีแสงสว่างระยิบระยับ ทำให้อุบาสกนึกถึงพระฉัพพรรณรังสี พระรัศมีซึ่งสร้านออกจากพระวรกายของพระพุทธเจ้า เกิดปิติโสมนัสยึดพระพุทธคุณเป็นอารมณ์ จึงจอดเรือที่หาดทราย นำเอาทรายนั้นมาก่อเป็นพุทธบูชา ทั้งสองเรื่องนี้เป็นแต่ฟังมาจากผู้ใหญ่ก็เห็นจะพอนำมาประกอบเข้ากับเรื่องก่อพระเจดีย์ทรายได้ เพราะทำให้เปิดเป็นเรื่องพุทธบูชาก็ดีแล้ว แต่ทำไมจึงต้องมาก่อกันในวันสงกรานต์ ทั้งนี้ก็สุดแต่จะนิยมกัน

ก่อนก่อพระเจดีย์ทรายก็ต้องปราบดินให้เรียบแล้วขนทรายมาตามความต้องการ เททรายลงในพื้นที่ที่ปราบไว้ดีแล้ว เริ่มตกแต่งทรายให้เป็นรูปเจดีย์ใหญ่บ้างเล็กบ้างตามความต้องการ เสร็จแล้วก็มีธงประดับ

ความจริงเอาทรายไปก่อตามวัดก็จะได้ประโยชน์ทางวัด เพราะทรายที่นำไปนั้นเมื่อเสร็จแล้วก็ทลายลงเอง ถมที่ไปในตัว

การปล่อยนกปล่อยปลา

การปล่อยนกปล่อยปลานี้ถือเป็นกุศลอย่างหนึ่งของคนไทย และคนไทยส่วนมากมักมีจิตใจเมตตากรุณาต่อสัตว์ แต่ทำไมจึงต้องปล่อยเฉพาะนกและปลา สัตว์อื่นๆ อีกตั้งมากมายทำไมไม่ปล่อยเช่น ไก่ ช้าง ม้า วัว ควาย เป็นต้น เห็นจะเป็นเพราะนกเป็นสัตว์บินได้ ปลาเป็นสัตว์ว่ายน้ำได้ เมื่อปล่อย นกก็บินไปในอากาศ ปลาก็ว่ายลงไปในน้ำ เมื่อปล่อยไปแล้วทั้งนกและปลาก็หายไปเลย บางครั้งผู้ปล่อยยังอธิษฐานขอให้เคราะห์กรรมต่างๆ หายไปพร้อมกับนกและปลา นกกับปลานี้ก็มีผู้จับเอามาขังไว้แล้วนำมาขาย ส่วนสัตว์ประเภทบกนั้นถึงปล่อยไปก็ยังวนเวียนอยู่ ถ้าจะให้นำเคราะห์กรรมไปด้วยก็คงไปไม่ไกล เดี๋ยวก็กลับมาอีก และสัตว์บกก็ไม่ได้ถูกกักขังเหมือนนกและปลา หรือแม้สัตว์บกบางชนิดถูกขัง เช่น หมู เป็นต้น ถ้าเราปล่อยก็คงไปไม่รอด

ปลาที่ปล่อยนั้นโดยมากก็เป็นลูกปลา เช่น ลูกปลาหมอ เพราะมันอดทนไม่ตายง่าย และควรปล่อยในลำน้ำที่ไหล การปล่อยปลาในบางท้องถิ่นเขามีแห่กันอย่างสนุกสนาน มีหญิงสาวแต่งตัวสวยงามเข้าขบวนแห่

ทำไมจึงต้องปล่อยนกปล่อยปลากันในวันสงกรานต์ ความจริงจะปล่อยเมื่อไหร่ก็ได้ เช่นในการทำบุญอายุ ทำบุญวันเกิด เขาก็ปล่อยกัน แต่เป็นเรื่องเฉพาะคน ส่วนที่ปล่อยในวันสงกรานต์นี้ เป็นประเพณีประจำของทุกคน โดยเฉพาะปล่อยปลาวันสงกรานต์เป็นฤดูแล้ง อากาศร้อน น้ำตามลำธาร ตามห้วย ตามบ่อ และตามแอ่งทั่วไปงวดแห้ง เมื่อตอนน้ำมากปลาวางไข่ ลูกปลายังไม่ทันจะโตก็ถึงหน้าน้ำลด ลูกปลาก็ตกค้างอยู่ ถ้าปล่อยไว้จนน้ำแห้งปลาอาจตายหมด อาจจะสูญสิ้นพันธุ์ไปเลยก็ได้ ส่วนปล่อยนกนั้นไม่จำกัดว่าเป็นลูกนก ที่ถูกก็คงเป็นนกที่บินได้ ถ้าปล่อยลูกนกมันยังตัวเล็กอยู่ ปีกไม่แข็งพอ มันก็บินไปไม่ได้ ที่ปล่อยนกในวันสงกรานต์นั้น ยังหาเหตุไม่ได้ นอกจากมันเป็นสัตว์บินได้เพื่อให้คู่กันกับสัตว์ว่ายน้ำได้

(อ่านต่อฉบับหน้า)