Get Adobe Flash player

เทศกาลสงกรานต์ ตอนจบ โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

การเล่นรื่นเริง

การเล่นรื่นเริงในวันสงกรานต์ก็มีเล่นสะบ้า ช่วงชัย มอญซ่อนผ้า แม่ศรี และอื่นๆ ทุกอย่างเล่นเพื่อความสามัคคี

การเล่นช่วงชัยหรือช่วงรำ มีลูกช่วงลูกหนึ่ง ลูกช่วงนั้นใช้ผ้าทำเป็นลูกกลมๆ ขนาดผลมะตูม วิธีเล่นก็มีหนุ่มสาวยืนอยู่ห่างๆ กัน จำนวนเท่ากัน มากน้อยตามสมควร ฝ่ายใดจะโยนลูกช่วงก่อนแล้วแต่จะตกลงกันหรือโยนหัวโยนก้อยกัน

เมื่อฝ่ายหนึ่งโยนลูกช่วงไป อีกฝ่ายหนึ่งก็รับให้ได้ ถ้ารับไม่ได้ก็ต้องโยนกลับไปอีก ถ้าฝ่ายใดรับได้ก็ขว้างลูกช่วงไปให้ถูกคนใดคนหนึ่ง ฝ่ายที่ถูกขว้างก็คอยหลบ ถ้าหลบพ้นก็จับลูกช่วงขว้างกลับไป ถ้าลูกช่วงถูกใคร คนนั้นก็ต้องอยู่กลางวงทุกคนยืนล้อม แล้วก็ร้องบทเพลงพวงมาลัย หรือระบำบ้านไร่ ให้คนที่ถูกล้อมนั้นรำไปตามจังหวะเพลง

การเล่นมอญซ่อนผ้า

ใช้ผ้าทำเป็นเกลียว ผูกปมยาวประมาณ 1 ศอกหรือกว่านั้นเตรียมไว้ก่อน พอถึงเวลาเล่นก็มีหญิงชายนั่งล้อมวงกัน ให้ใครคนหนึ่งไม่ต้องนั่งถือผ้าซ่อนไว้ข้างหลัง เดินไปรอบๆ วง ทุกคนที่นั่งก็ร้องซ้ำๆ กันว่า “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน้นไว้นี่ เดี๋ยวจะตีก้นพัง”

ร้องไปจนกว่าคนที่ถือผ้าจะเอาผ้าซ่อนไว้ที่หลังคนใดคนหนึ่งโดยที่ไม่ให้รู้ตัว เมื่อซ่อนผ้าแล้วก็เดินวนไป(การเดินให้เวียนขวา) จนถึงผู้ที่ซ่อนผ้าแล้วหยิบผ้าขึ้นมาตีคนนั้น คนที่ถูกตีลุกวิ่งหนีวนอยู่ คนตีก็ไล่ตีไปจนคนถูกตีนั่ง ผู้ตีก็เดินต่อไปและหาโอกาสซ่อนผ้าอีก

คนนั่งทุกคนต้องคอยเอามือคลำข้างหลังไว้เพื่อให้รู้ว่ามีผ้าซ่อนอยู่หรือเปล่า ถ้ามีก็หยิบลุกขึ้นวิ่งไล่ตีคนที่ซ่อนจนกว่าผู้นั้นจะนั่ง การที่ผู้นั่งคอยเอามือคลำข้างหลังตนนั้นเพื่อจะได้รู้ว่าเขาซ่อนผ้าไว้หรือเปล่า ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ผู้ซ่อนเขาจะรีบมาหยิบผ้าที่เขาซ่อนไว้ตีเอา

การเล่นสะบ้า

สะบ้า เป็นการเล่นชนิดหนึ่งของคนไทย นิยมเล่นกันในเทศกาลสงกรานต์ และการเล่นสะบ้าของแต่ละจังหวัดก็มีลักษณะการเล่นต่างๆ กัน แต่ที่เหมือนกันคือจัดคนเล่นออกเป็นสองฝ่ายเท่าๆ กัน มีลูกสะบ้าฝ่ายละ 1 ลูก ลูกสะบ้ากลมแบนขนาดวัดผ่าศูนย์กลางราว 6 ซม. ทำด้วยไม้หรือเขาสัตว์ และมีแป้นวางไว้สำหรับทอยสะบ้า

เริ่มเล่นให้ฝ่ายหนึ่งอ๋อย(ทอย)สะบ้าไปทางแป้น อย่าให้เลยแป้น กะให้พอดีที่จะทอยลูก ลูกแรกที่อ๋อยไปเรียกว่า “อีอ๋อย” ขณะอ๋อยต้องร้องว่า “อีอ๋อยเอย” ลูกต่อไปก็มีชื่อเรียกต่างๆ กันแล้วแต่จะเอาลูกสะบ้าวางไว้ในส่วนไหนของร่างกาย เช่นวางไว้ที่จมูกก็ร้องว่า “อีจมูกเอย” วางไว้ที่ปากก็ว่า “อีปากเอย” ต่อไปก็มี “อีตาตุ่มเอย”, “อีเข่าเอย”, “อีขาไขว้เอย” ถ้าทอยไม่ถูกป้ายก็เป็นแพ้ แต่โดยมากทอยกันแม่นมาก ตอนที่สนุกก็คือทอยไม่ถูก การเล่นสะบ้าเป็นการออกกำลังกายได้อย่างดีและเป็นการประสานสามัคคีอีกด้วย

ยังมีการรื่นเริงอีกอย่างหนึ่งคือ แต่งดอกไม้ ต่างคนต่างนำดอกไม้ไปวัด โดยมากก็เป็นพวกหนุ่มๆ สาวๆ เมื่อพร้อมกันดีแล้วก็เข้าไปในโบสถ์แบ่งเป็นสองฝ่าย หญิงฝ่ายหนึ่ง ชายฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายละ 10 คนบ้าง 15 คนบ้าง หรือมากกว่านั้นก็มี ทุกคนนั่งประนมมือถือดอกไม้กล่าวคำอธิษฐาน ต่างฝ่ายต่างก็จะมีผู้เป็นต้นบทกล่าวนำ ผู้นำฝ่ายชายเริ่มกล่าวคำอธิษฐานก่อนว่า “พิษฐานเอย มือหนึ่งถือพาน ถือพานดอก...ทำบุญสิ่งใดหนอจะได้ร่วมหอกับ...” จะเป็นดอกไม้อะไรก็ได้ขอให้มีชื่อสัมผัสกับหญิงที่เราหมายไว้ซึ่งอยู่อีกฝ่ายหนึ่ง แล้วลูกคู่ฝ่ายชายก็ร้องรับว่า “พิษฐานวานไหว้ ขอให้ได้ดังพิษฐานเอย” ต่อไปผู้นำฝ่ายหญิงก็ร้องว่า “พิษฐานเอย มือหนึ่งถือพาน ถือพานดอก... ทำบุญเสียให้ตายก็คงไม่ได้กับ...” แล้วลูกคู่หญิงก็ร้องรับว่า “พิษฐานวานไหว้ ขอให้ได้ดังพิษฐานเอย”

ร้องเพลงอธิษฐานผลัดเปลี่ยนผู้นำกันไปจนหมดเวลา ดูก็เป็นที่สนุกสนานดีไม่มีถือกันในวันนั้น เมื่อเสร็จแล้วก็นำดอกไม้ไปวางไว้ในที่ที่เขาจัดไว้เพื่อบูชาพระ แล้วออกจากโบสถ์มาเล่นสนุกกันที่ลานวัดหรือที่หัวหาดหรือที่ลานบ้านต่อไป การเล่นก็มีเพลงพวงมาลัย ระบำบ้านไร่และอื่นๆ ตามความนิยมของแต่ละท้องถิ่น