Get Adobe Flash player

พระราชอารมณ์ขันของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 (ตอนที่ 4) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ในการเสด็จฯออกเยี่ยมราษฎรตามหัวเมืองไกลๆนั้น ต้องตรากตรำพระวรกายเป็นอย่างมาก ทรงหนีบแผนที่อยู่ตลอดเวลาเพื่อดูรายละเอียดเกี่ยวกับหมู่บ้านและเส้นทางของแม่น้ำลำธารซึ่งจะมีส่วนสำคัญในการวางแผนพัฒนา นอกจากนั้นแล้วยังทรงมีปัญหาเรื่องอื่นๆอีกร้อยแปด จะต้องเสด็จฯไปงานพระราชพิธีต่างๆ จะต้องเสด็จฯออกรับแขกเมืองชาวต่างประเทศที่ขอเข้าเฝ้าฯเพื่อถวายของบ้าง ถวายเงินโดยเสด็จพระราชกุศลบ้าง ฯลฯ เยอะแยะไปหมด การที่ทรงสามารถรับพระราชภาระอันหนักเช่นนี้อยู่ได้นานนับสิบๆปี ก็เพราะทรงมีพระราชอารมณ์ขันนั่นเองเป็นทางระบายความเครียด ข้าราชบริพารและตำรวจทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดี และมักเล่าสู่กันฟังด้วยความชื่นชมในพระราชอารมณ์ขันของพระองค์อยู่เสมอ

นายตำรวจคนหนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า ในการเสด็จฯออกเยี่ยมราษฎรอำเภอไกลๆที่กันดารนั้น บางครั้งกำนันก็อยากจะกราบบังคมทูลด้วยราชาศัพท์ แต่อันที่จริงนั้นไม่ต้องก็ได้ มิได้ทรงเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทรงถือว่าความจงรักภักดีและความเคารพในหัวใจนั้นสำคัญยิ่งกว่าราชาศัพท์ แต่ถึงกระนั้นกำนันบางคนก็ยังอยากจะกราบบังคมทูลให้ถูกต้องตามแบบแผน อุตส่าห์ไปซ้อมมาเสียหลายวัน ท่องมาจนจำขึ้นใจ แต่พอเสด็จฯมาถึงเข้าจริงๆ ท่านกำนันก็สั่นเทิ้มด้วยฤทธิ์ประหม่า รายงานตัวออกไปว่า

“ขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ทรงพระนามว่า...”

“เราพวกเดียวกันนะ...” รับสั่งด้วยความเมตตาอย่างพ่อกับลูก

ท่านกำนันเห็นว่าทรงพระกรุณาเช่นนั้น ก็เลยเปลี่ยนใจมากราบบังคมทูลด้วยภาษาธรรมดา

คุณพ่วง สุวรรณรัฐ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย เคยเล่าให้ฟังว่าการที่ได้รับสั่งสนทนาปราศรัยกับราษฎรอย่างใกล้ชิดนั้น เป็นสิ่งที่โปรดปรานและต้องพระราชประสงค์อย่างยิ่ง ไม่เคยทรงถือเลยว่าราษฎรจะกราบบังคมทูลด้วยถ้อยคำธรรมดาอย่างไร บางครั้งราษฎรพยายามจะใช้คำราชาศัพท์ขลุกๆขลักๆ ก็ทรงพระกรุณาแก้ไขให้หรือรับสั่งอนุญาตว่าพูดธรรมดากันก็ได้ ครั้งหนึ่งได้รับสั่งถามราษฎรว่า ทำไมมากันมาก รู้ได้อย่างไร ใครจะมา มาไกลไหม เคยมีราษฎรกราบบังคมทูลว่าอำเภอเขาให้มา แต่ก็มีมากรายที่ตอบตรงตามหัวใจว่า “โอย...ใครไม่บอกก็มา...อยากมาเห็น...ก่อนตายขอให้ได้เห็นในหลวงเป็นบุญตาสักครั้งก็ยังดี”

บางแห่งรับสั่งถามว่า “พากันเดินทางมาเหนื่อยไหม...ไกลมากไหม?”

คุณยายคนหนึ่งทูลตอบไปว่า “ไม่ไกลเท่าไรดอกเจ้าค่ะ เดินทางมาสองคืนเท่านั้นเอง”

เรื่องราชาศัพท์นั้น อย่าว่าแต่ชาวบ้านแถวร้อยเอ็ดหรือทุ่งสงเลย ขนาดอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ยังประหม่า ใช้ถูกใช้ผิดเพราะไม่เคยชิน ก็เลยต้องอึกๆอักๆ แต่มีอยู่คราวหนึ่งมีพระราชกระแสรับสั่งกับราษฎรในชนบทกลุ่มหนึ่ง และมีผู้ชายอายุขนาดกลางคนผู้หนึ่ง กราบบังคมทูลชี้แจงชัดถ้อยชัดคำ ใช้ศัพท์แสงอย่างสูงพอดู สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถจึงรับสั่งถามเป็นทำนองว่า เคยเข้ารั้วเข้าวังที่ไหนอยู่หรือจึงพูดจาใช้ราชาศัพท์คล่องแคล่ว

ชายผู้นั้นกราบบังคมทูลตอบว่า “ขอเดชะ...พระบารมีปกเกล้าฯ เกล้ากระหม่อมเคยเป็นตัวเอกลิเกมาก่อน พะย่ะค่ะ”

ความลับแตกดังโพละออกมาเลย...ทำเอาขบวนตามเสด็จหัวเราะกันครืนไป

(อ่านต่อฉบับหน้า)