Get Adobe Flash player

ประเพณีวันสารท โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

วันสารทคือวันสิ้นเดือนสิบ ตรงกับวันแรม 15 ค่ำเดือนสิบ ชาวบ้านจะนำโภชนาอาหารพร้อมทั้งของกวนชนิดหนึ่ง ที่เราท่านเรียกกันว่า “กระยาสารท” และกล้วยไข่สุก ไปตักบาตรสาธารณะกันในวันนั้น ณ วัดใกล้บ้าน เพราะถือว่าปู่ย่าตายายที่ตายไปแล้วจะได้รับส่วนกุศลในวันสารท

จากพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช 2483 ได้ให้ความหมายของคำสารทไว้ว่า เกี่ยวกับหรือเกิดในฤดูใบไม้ร่วง, เทศกาลสิ้นเดือนสิบ ซึ่ง “สารท” คำนี้เป็นคำของอินเดีย หมายถึง ฤดู ฤดูสารทเป็นระยะเวลาที่พืชพรรณธัญญาหารและผลไม้เริ่มสุก เขาจึงถือเป็นเทศกาลที่ควรรื่นเริงยินดี ทำพิธีตามคติความเชื่อถือและเลี้ยงดูกัน แต่สำหรับเทศกาลสารทของไทยเรา ไม่ใช่ทั้งฤดูใบไม้ร่วงและก็ไม่ใช่พืชพรรณธัญญชาติและผลไม้สุก

ชาติต่างๆในสมัยโบราณถือคติกันว่า เมื่อเก็บเกี่ยวได้ผลเป็นครั้งแรกเรียกว่า ผลแรกได้ จะเป็นข้าว เป็นผลไม้ หรือเป็นอะไรก็ตามที จะต้องทำสิ่งเหล่านี้สังเวยบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือเสียก่อน เพื่อเป็นผลให้บรรดาพืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์งอกงามในปีต่อมา ซึ่งเดิมทีเดียวไทยเราอาจจะมีประเพณีเกี่ยวกับผลแรกได้ แต่ต่อมาปรากฏว่าได้เปลี่ยนเป็นทำบุญตักบาตรด้วยกระยาสารทและประเพณีนี้น่าจะได้มาจากอินเดีย เพราะคำว่าสารทก็บ่งชัดอยู่แล้ว

สำหรับประเทศไทย เทศกาลสิ้นเดือนสิบ ข้าวยังไม่สุกทันฤดูสารทแน่ ชาวบ้านจึงหันมาปลูกข้าวเหนียวชนิดข้าวเบาเป็นพิเศษ เพื่อได้ข้าวทันใช้และสุก แต่กระนั้นก็ตามข้าวที่ได้ก็ยังไม่สุกเต็มที่นัก ต้องเอามาตำเป็นข้าวเม่า เปลือกยังคงติดแน่น เสียเวลามานั่งแกะเอาเปลือกออกทิ้ง ในที่สุดก็เห็นว่าถ้าใช้ข้าวเก่ามาตำเป็นข้าวเม่าคงสะดวกดี แน่แล้วนำมาผสมกับถั่วลิสง งา ข้าวตอก น้ำอ้อย ผสมและกวนกันเข้า ก็เกิดเป็นกระยาสารทขึ้น

            มีนิราศเดือนตอนหนึ่งพรรณาไว้อย่างเพราะพริ้งว่า

            ถึงเดือนสิบเห็นกันเมื่อวันสารท

            ใส่อังคาสโภชนากระยาหาร

            กระยาสารทกล้วยไข่ใส่โตกพาน

            พวกชาวบ้านทั่วหน้าสาธารณะ

            เจ้างามคมห่มสีชุลีนบ

            แล้วจับจบทัพพีน้อมศรีษะ

            หยิบข้าวของกระยาสารทใส่บาตรพระ

            ธารณะเสร็จสรรพกลับมาเรือน

อย่างไรก็ตามเถอะครับท่านผู้ฟัง กระยาสารท ของผสมของกวนนี่แหละ กลายเป็นขนมที่สำคัญชนิดหนึ่ง ที่จะต้องจัดให้มีการกวนกันขึ้นก่อนถึงวันสารท และกระยาสารทก็เป็นสื่อแลกเปลี่ยนชิมรส ติชมกันอย่างสนุกสนาน นับได้ว่ากระยาสารทเป็นตัวนำความสามัคคีของมวลพี่น้องบ้านใกล้เรือนเคียง และกระยาสารทนี่เอง ที่เป็นขนมกวนชนิดเดียวเท่านั้นที่จะคงประเพณีวันสารทไว้ได้ปฏิบัติจนทุกวันนี้