Get Adobe Flash player

กระยาสารท... โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

เรื่องของ “กระยาสารท” เราท่านทราบและรู้จักกันดีแล้ว เพราะกระยาสารทเป็นขนมหวานชนิดหนึ่ง ทานได้ทุกเวลาและมีขายในท้องตลาดเกือบตลอดปี เข้าใจว่าท่านผู้อ่านหลายๆท่านที่ยังไม่ทราบความเป็นมาของกระยาสารทในชนบทว่าเขาทำกันอย่างไร

ชาวบ้านถือกันว่าวันสิ้น 10 เป็นวันสารท อันเป็นประเพณีชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมลงทุนกันหาข้าวหาของมากวนกระยาสารทกัน เกือบแทบทุกครัวเรือนไม่มีใครเว้น แล้วนำไปทำบุญเมื่อถึงวันสารทพร้อมด้วยกล้วยไข่สุกอันเป็นของคู่กับกระยาสารท เพราะกล้วยไข่จะช่วยลดความหวานของกระยาสารทและทำให้พระท่านฉันท์กระยาสารทในวันนั้นได้มาก

การเตรียมเครื่องไม้เครื่องมือวัสดุอุปกรณ์ให้การกวนกระยาสารท เห็นจะได้แก่จำพวกเครื่องผสมก็มี มะพร้าว, ข้าวตอก, ถั่วลิสง, น้ำอ้อย, งาขาว, ข้าวเม่า, น้ำตาลทรายขาว ส่วนจำพวกเครื่องมือก็มีพายยาว 2 ด้าม พายสั้น 2 ด้าม กระดานยกขอบ 2-3 แผ่น กระบอกกลมยาว 3-4 กระบอก ส่วนจำพวกอุปกรณ์ก็มี เตาขนาดใหญ่, พื้นไม้เนื้อแข็ง, กระทะเหล็ก เป็นต้น

เมื่อตระเตรียมข้าวของดังกล่าวไว้พร้อมมูลแล้ว ขั้นต่อไปนำถั่วลิสงไปคั่วไฟ กะดูพอสุกเหลืองแล้วนำมาเลือกเอาเปลือกออกหรือถ้ามีความชำนาญหน่อย ก็ใช้ฝัดเหมือนฝัดข้าว เก็บใส่โหลหรือปี๊บอัดให้แน่น ส่วนข้าวตอก ข้าวเม่า และงา ใช้ชื้อแบบสำเร็จไม่ต้องเสียเวลาเตรียม

ในวันกวนถ้าหากกวนกันหลายเจ้าของจะต้องก่อเตาไฟกันใหม่ แบบสามเส้าตอกหมุดรัดเตาเสาและกระทะที่จะกวนให้แน่น การสุมไฟใช้ฟืนไม้เนื้อแข็งไม่ควรจะเร่งไฟให้ลุกมากนัก จะทำให้น้ำอ้อยเหลืองและรสชาติเสียไป การเทน้ำอ้อยและกะทิใส่กระทะต้องกรองให้สะอาดเพื่อเอากากหรือเศษของอื่นๆออก ระยะนี้ต้องใช้พายด้ามยาวคอยกวนหรือคนให้ไหวตัวอยู่เสมอจนกว่าน้ำอ้อยในกระทะจะเหนียว โดยทดลองยกพายให้น้ำอ้อยหยดลงในน้ำธรรมดา เมื่อเห็นเป็นก้อนจับตัวแสดงว่าได้น้ำอ้อยที่ดี จากนั้นเทข้าวตอกลงในกระทะ คนให้ข้าวตอกอิ่มน้ำอ้อยเห็นว่าเข้ากันได้ดีแล้ว จึงใส่ของที่เหลือทั้งหมดมีข้าวเม่า, งา, ถั่วลิสง การกวนในระยะนี้ต้องเพิ่มคนกวนให้มากขึ้น คือคนกวนหรือคลุกเคล้าต้องใช้ถึง 2 คน พร้อมทั้งคนคอยแชะหรือปาดกระทะ ปาดใบพายของคนกวนอีก 1 คน

การคลุกเคล้าหรือกวนนี้ต้องใช้ไฟที่อ่อน โดยเอาไฟที่ลุกอยู่ออกดับน้ำ คงเหลือแต่เพียงถ่านที่ติดไฟเท่านั้น และห้ามไม่ให้พักการคลุกเคล้าตอนที่กระยาสารทจะได้ที่เหนียวและหนักมาก ดังนั้นคนกวนหรือคนคลุกเคล้าจะต้องเตรียมไว้ถึง 2 ผลัด การทดลองว่ากระยาสารทในกระทะจะใช้ได้หรือไม่สังเกตได้จากความเหนียวของสายใย ประการหนึ่ง โดยการทดลองเอานิ้วไปแตะดู ถ้าหากว่านิ่มและไม่ติดมือติดนิ้วก็เป็นอันว่าใช้ได้แล้ว เมื่อเห็นว่ากระยาสารทในกระทะกำลังดีและใช้การได้แล้วให้คนช่วยยกกระดานมีขอบที่เตรียมไว้มาข้างกระทะแล้วผู้กวนทั้งสองตักออกใส่คนเกลี่ยให้เต็ม แล้วนำไปตั้งไว้ เอาแผ่นใหม่มาใส่อีกจนกว่าจะหมด

ขั้นต่อไปเป็นการบดกระยาสารทในกระดานให้แน่นตอนนี้และจะต้องใช้คนที่มีกำลังวังชาสักหน่อย ไม่งั้นกระยาสารทที่ได้จะไม่แน่นและเรียบ เหมือนๆกับช่างรับเหมาที่เทคอนกรีตเป็นรูพลวง เมื่อกลิ่งและบดกระยาสารทเห็นว่าแน่นดีแล้ว ทิ้งไว้สักครู่หนึ่งจึงเอามีดบางที่ลับไว้อย่างคมมาตัดและกรีดลงไปบนกระดาน จะเอาความกว้างยาวแค่ไหนก็สุดแต่เจ้าของจะต้องการ ส่วนมากมักจะตัดกันเป็นท่อนๆ ท่อนหนึ่งขนาด 1 นิ้ว ยาวประมาณ 3 นิ้วกว่าๆ เมื่อตัดได้ตามต้องการแล้วเลือกเอาชิ้นที่ดีๆออกมาผึ่งบนตะแกรงที่รองด้วยใบตองแห้ง ทิ้งไว้สักครู่จึงเรียงลงปี๊บหรือโหลสุดแต่จะมี บางรายเมื่อกวนสุกใหม่ๆรีบจัดแจงเข้าห่อส่งญาติพี่น้องเพื่อนบ้านเรือนเคียง เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนรสกระยาสารท ดีหรือไม่ดี หวานหรือไม่หวาน มันหรือไม่มัน เหนียวหรือไม่เหนียว ออกความเห็นติชมกัน

จะอย่างไรก็ตาม กระยาสารทรสชาติดีหรือไม่อยู่ที่วัสดุประการหนึ่ง อัตราส่วนผสมประการหนึ่ง ระยะเวลากวนประการหนึ่ง ตลอดจนวิธีกวนอีกประการหนึ่ง และรวมไปถึงการกวนกระยาสารทด้วยตนเองก็ย่อมอร่อยกว่ากระยาสารทที่มีขายเป็นกิโลในท้องตลาดเป็นแน่