Get Adobe Flash player

ในหลวงกับ “ทางดิสโก้” โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จฯ ไปทรงเยี่ยมชนบทภาคอีสานแห่งหนึ่งคืออำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ รับสั่งเล่าให้ฟังว่า

“ไปดูเขาทำงานก็รู้สึกว่ามีความก้าวหน้ามาจากที่เคยเห็นเมื่อสิบปีก่อนนี้ รู้สึกแร้นแค้นอย่างยิ่ง เดี๋ยวนี้ก็ไม่ใช่ไม่แร้นแค้น แต่คนก็มีความขยันหมั่นเพียร มีความตื่นตัวมาก เห็นเขาทำการทำงานดีขึ้น และก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะยิ้มแย้มแจ่มใส ได้มาทำพิธีบายศรีให้อย่างร่าเริง ก็รู้สึกว่าน่าชื่นชมและน่ายินดี เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้ว ก็อยากจะไปดูที่แห่งหนึ่งที่น่าจะพัฒนาให้ดีขึ้นได้ จึงไปดูแห่งหนึ่งที่ได้เห็นจากเฮลิคอปเตอร์จากสกลนครไปถึงอำเภอเขาวง การไปเฮลิคอปเตอร์นี้มีความสุขสบายขึ้น เพราะถ้าไปรถยนต์จะใช้เวลาถึงชั่วโมงครึ่งหรือสองชั่วโมง แต่ไปเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์จะใช้เวลาเพียงยี่สิบห้านาที เป็นการทุ่นเวลาทุ่นกำลัง การไปเฮลิคอปเตอร์ทุกครั้งถึงว่าจะต้องสิ้นเปลือง แต่ถ้าใช้เฮลิคอปเตอร์นั้นในทางที่เกิดประโยชน์มากที่สุดก็จะคุ้มค่า

ฉะนั้นต้องพยายามดูสำรวจที่ทาง และพอดีก็ผ่านที่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นที่ที่เหมาะสมในการเก็บกักน้ำ โดยที่จะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแต่ประการใด เพราะจะไม่ท่วมที่ทำมาหากินของเขาเลย จึงเห็นว่าที่ตรงนั้นเหมาะสม ได้เห็นจากเฮลิคอปเตอร์ก็จดเอาไว้ว่าอยู่ตรงไหน ลงมาถึงพื้นที่แล้วก็ได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่าจะไป ณ ที่ตรงนั้นๆ ถึงเวลาก็แล่นรถไป เข้าไปถึงหมู่บ้านที่อยู่ใกล้สถานที่ตรงนั้น จึงเอาชาวบ้านคนหนึ่งมาเป็นมัคคุเทศน์นำทาง ผู้ที่นำทางนั้นก็นำไปที่แห่งหนึ่งเป็นทางแยกที่เลี้ยวซ้ายผ่านโรงเรียน

ผ่านโรงเรียนแล้วก็เลี้ยวขวา เลี้ยวขวานั้นก็เข้าไปในทางที่เรียกได้ว่าลำลองอย่างมากๆ เป็นทางที่เขาเต้น ‘ดิสโก้’ กัน คือที่เต้น ‘ดิสโก้’ นี่เพราะว่ารถมันแกว่งไปแกว่งมาเหมือนเต้นดิสโก้ ก็เลยเรียกว่า ‘ทางดิสโก้’ นั่นไกลพอสมควร ประมาณสักสองกิโลเมตรก็ไปถึงที่แห่งหนึ่ง เขาบอกว่าหยุด หยุดตรงนั้น แล้วเห็นมีแต่นา คนที่นำทางก็บอกว่า ‘นึกว่าอยากจะมาตรงนี้’ เราบอกว่า ‘ไม่ใช่...อยากจะมาดูตรงที่เป็นทางน้ำ ที่เหมาะสมกับการทำโครงการ รูปร่างคล้ายๆเป็นแก่ง’ เป็นอันว่ากลับ กลับมา ‘ดิสโก้’ อีกสองกิโลเมตรแล้วมาที่หมู่บ้าน แล่นตรงไป แล้วเดินอีกสองร้อยเมตรก็ไปถึงที่ที่ถูกต้อง และช่างชลประทานก็เห็นว่าเหมาะสำหรับทำโครงการ”

บรรดาผู้ที่นั่งฟังอยู่ ต่างก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อรับสั่งถึง “ทางดิสโก้” อันแสดงถึงพระราชอารมณ์ขัน แม้ในระหว่างเดินทางอันแสนลำบาก

ต่อจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ได้ทรงเล่านิทานให้ฟังเรื่องหนึ่งว่า “แต่ก่อนนี้ทุกคนรู้จักนิทานนี้ แต่ว่าสมัยนี้เข้าใจว่าไม่ค่อยรู้จัก คือคิดถึงนิทานว่า ‘ยายกะตาปลูกถั่วปลูกงา’ ไม่ทราบว่าใครรู้จักนิทานนี้บ้าง ‘ยายกะตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า แต่หลานไม่เฝ้า ไปเล่นว่าว’ อันนี้ดูท่าทางจะเป็นธรรมดาว่าหลานนั้นไม่อยากที่จะเฝ้าเพราะว่าอยากเล่นว่าว แต่ในสมัยนี้เขาไม่เล่นว่าวกันแล้ว สมัยนี้เขาไปเล่นเครื่องคอมพิวเตอร์ ก็หมายความว่า ‘ยายกะตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลานเฝ้า แต่หลานไม่เฝ้า ไปเล่นคอมพิวเตอร์’”

บรรดาผู้ฟังอมยิ้มไปตามๆกัน รับสั่งต่อไปว่า

“สมัยนี้การเกษตรไม่ถูกต้องแล้ว ไม่ควรจะปลูก ควรจะไปสร้างโรงงานให้เป็น ‘นิค’ ยายกะตานี่ท่านโบราณเสียเหลือเกิน แต่ว่าในเรื่อง ‘ยายกะตา’ ท่านปลูกถั่วปลูกงา ความจริงเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจริงๆเมื่อเพียงสิบกว่าปีเท่านั้นเอง เมื่อตา...ไม่ใช่ยาย ตาปลูกถั่วปลูกงาให้หลายเฝ้า หลานไม่เฝ้าเพราะหลายยังไม่เกิด เรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ตาได้ปลูกงาไว้แล้ว หลานก็ไม่เฝ้าเพราะหลานยังไม่เกิด เดี๋ยวนี้หลายอายุสิบขวบกว่าๆแล้ว ถ้าเดี๋ยวนี้ปลูกงา หลานก็คงเฝ้า แต่อาจจะไม่เฝ้าก็ได้ เพราะหลานอาจจะไปเขียนรูป สมัยนี้นิทานก็จะเปลี่ยน คือเปลี่ยนเรื่องไป”

สุดท้าย ได้ทรงสรุปสั้นๆว่า

แก้ปัญหา-หายากไม่-หากใช้สูตร

พูดอะไร-ให้พูดง่าย-ไม่พูดผิด

คิดก่อนทำ-ทำตรงจุด-หยุดก่อนชน