Get Adobe Flash player

เทศกาลกฐิน (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

อานิสงส์จากกฐิน

การทอดกฐินนั้นถือว่าเป็นอานิสงส์ที่ได้ทั้งผู้ถวายและภิกษุผู้รับถวาย ในส่วนของภิกษุนั้นจะได้รับอานิสงส์คือ การละเว้นไม่ต้องโทษอาบัติ 5 ประการ ตลอดฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 12 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ได้แก่

1.ภิกษุสามารถเดินทางกลับบ้านได้ โดยที่ไม่บอกลาพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าอาวาสก่อน ด้วยพระวินัยกำหนดว่า พระภิกษุเดินทางกลับบ้านต้องบอกลาพระอุปัชฌาย์หรือเจ้าอาวาสก่อน

2.ภิกษุจาริกไปโดยที่ไม่ต้องนำจีวรไปครบสำรับ ด้วยพระวินัยกำหนดว่า ไม่ว่าภิกษุจะจาริกไป ณ แห่งใด ต้องนำจีวรไปครบสำรับ ได้แก่ จีวร สังฆาฏิ และสบง

3.ฉันคณะโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้ ด้วยพระวินัยกำหนดว่า พระภิกษุห้ามร่วมวงฉันในภาชนะเดียวกัน คือ การที่นำเอาอาหารใส่รวมกันในภาชนะ เช่น ถาด กระด้ง หรือตะแกรง แล้วร่วมวงฉันกัน

4.ทรงอดิเรกจีวรไว้ได้ตามปรารถนา ด้วยพระวินัยกำหนดว่า ห้ามภิกษุเก็บผ้าจีวรที่เกินจากสำหรับที่นุ่งห่มไว้ และเมื่อได้ผ้านั้นมาแล้วเก็บไว้ได้ไม่เกิน 10 วัน เมื่อพ้นกำหนดนั้นต้องวิกัปป์(ฝาก) คือทำให้เป็นสองเจ้าของ หรือมอบไว้เป็นของกลาง เมื่อต้องการใช้ก็ให้ถอนวิกัปป์

5.พระภิกษุที่ไม่ได้รับผ้ากฐิน สามารถแสวงหาผ้าเพื่อมาแทนของเก่าที่ชำรุดได้ ภายในระยะเวลา 4 เดือน ตลอดฤดูหนาวนั้น

การทอดกฐิน

การทอดกฐินถือว่าเป็นทานพิเศษ จัดเป็นกาลทาน คือทานที่มีระยะเวลากำหนด เนื่องจากการทอดกฐินนั้น 1 ปีกระทำได้เพียงครั้งเดียว การทอดกฐินสามารถแยกออกได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

1.มหากฐิน หมายถึง การทอดกฐินที่มีเวลามากในการเตรียมผ้ากฐินพร้อมกับของบริวารต่างๆจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งใช้สำหรับการทำนุบำรุงศาสนาให้คงอยู่ต่อไป

2.จุลกฐิน หมายถึง การทอดกฐินที่มีเวลาจำกัดเพียง 1 วันเท่านั้น และต้องทำทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนั้น เริ่มตั้งแต่การนำดอกฝ้ายมาทำให้เป็นปุยแล้วปั่นเป็นเส้นด้าย ย้อมสีด้าย นำมาทอเป็นผ้า แล้วจึงตัดเป็นจีวร เมื่อทำจีวรเสร็จ จึงทำพิธีถวายผ้ากฐินในวันนั้น จุลกฐินเป็นการทอดกฐินที่ต้องอาศัยความสามัคคีของคนหมู่มากจึงจะสำเร็จ ด้วยมีระยะเวลาจำกัด ปัจจุบันจึงไม่เป็นที่นิยมกันเท่าไร มีเพียงบางแห่งที่ต้องการอนุรักษ์ประเพณีอันงดงามอันนี้ไว้เท่านั้น

ประวัติการจัดพิธีทอดกฐิน

การทอดกฐินนั้นพบว่ามีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี ตามที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงว่า “คนในเมืองสุโขทัยนี้ มักทาน มักทรงศีล มักโอยทาน พ่อขุนรามคำแหงเจ้าเมืองสุโขทัยนี้ ทั้งชาวแม่ ชาวเจ้า ทั้งท่วยปั่วท่วยนาง ลูกเจ้าลูกขุนทั้งสิ้นทั้งหลาย ทั้งผู้ชายทั้งผู้หญิง ฝูงท่วยมีศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทรงศีลเมื่อพรรษาทุกคน เมื่อออกพรรษากฐินเดือนหนึ่งจึงแล้ว เมื่อกฐินมีพนมเบี้ย พนมหมาก มีพนมดอกไม้ มีหมอนนั่งหมอนนอนบริวารกฐิน”

เมื่อต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี และกรุงธนบุรีเป็นราชธานี ประเพณีทอดกฐินได้สืบทอดต่อมามิได้เลิกลาไป ซึ่งการทอดกฐินนี้ถือเป็นประเพณีปฏิบัติของพุทธศาสนิกชนไม่ว่าประชาชนหรือแม้กระทั่งพระมหากษัตริย์ก็ได้ถือเป็นกิจที่ต้องทรงปฏิบัติเช่นกัน โดยเรียกกฐินที่พระมหากษัตริย์พระราชทานว่า “กฐินหลวง” ซึ่งจะเสด็จด้วยพระองค์เองบ้าง ให้พระบรมวงศานุวงศ์หรือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เสด็จแทนพระองค์บ้าง

คำถวายผ้ากฐิน

อิมัง ภันเต สะปะริวางรัง กะฐินนะทุสสัง สังฆัสสะ โอโณชะยะมะ สาธุ โน ภันเต สังโฆ อิมัง สะปะริวารัง กะฐินนะทุสสัง ปะฏิคัณหาตุ ปะฏิคคะเหตวา จะ อิมินา ทุสเสนะ กะฐินัง อัตถะระตุ อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ

คำแปล ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลายขอมอบถวายผ้ากฐินพร้อมด้วยของบริวารเหล่านี้ ขอพระสงฆ์จงรับผ้ากฐินพร้อมด้วยของบริวารของข้าพเจ้า อนึ่งเมื่อรับไว้แล้ว ขอพระสงฆ์จงกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้ เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าตลอดกาลนานเทอญ

กิจกรรมในเทศกาลกฐิน

การทอดกฐินถือเป็นประเพณีที่พุทธศาสนิกชนพึงปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง กิจกรรมในเทศกาลกฐินก็คือการทอดผ้ากฐิน ซึ่งสามารถปฏิบัติตามที่ได้กล่าวมาในข้างต้นแล้ว