Get Adobe Flash player

วันลอยกระทง(จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

“...ครั้นเพลาพลบค่ำ สมเด็จพระร่วงเจ้าเสด็จลงพระที่นั่งชลพิมาน พร้อมด้วยพระอัครชายา พระบรมวงศ์ และพระสนมกำนัล นางท้าวชาวชะแม่(หญิงที่อยู่ในวัง)ทั้งปวง พราหมณ์ก็ถวายเสียงสังข์อันเป็นมงคล ชาวพนักงานก็ชักสายโคมชัยโคมประเทียบบริวารขึ้นพร้อมกัน เพื่อจะให้ทรงพระราชอุทิศสักการะบูชาพระจุฬามณี ฝ่ายนางท้าวชาวชะแม่ก็ลอยโคมพระราชเทพีพระบรมวงศานุวงศ์ โดยพระสนมกำนัลเป็นลำดับกันลงมา ถวายให้ทอดพระเนตรและทรงพระราชอุทิศ

ครั้นถึงโคมรูปดอกกระมุทของข้าน้อย สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรพลางตรัสชมว่า โคมลอยอย่างนี้งามประหลาดยังหาเคยมีไม่ เป็นโคมของผู้ใดคิดกระทำ ท้าวศรีราชศักดิ์โสภาก็กราบทูลว่าโคมของนพมาศ ธิดาพระศรีมโหสถ ครั้นได้ทรงทราบก็ดำรัสถามข้าน้อยว่าทำโคมลอยให้แปลกประหลาดจากเยี่ยงอย่างด้วยเห็นเหตุเป็นดังฦา ข้าน้อยก็กราบบังคมทูลว่า ข้าพระองค์สำคัญใจคิดเห็นว่าเป็นนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 พระจันทร์แจ่มแสงปราศจากเมฆมลทิน อันว่าดวงดอกชาติโกสุมปทุมมาลย์มีแต่จะเบ่งบานกลีบรับแสงอาทิตย์ ถ้าชาติอุบลเหลาใดบานผกาเกสรรับแสงจันทร์แล้วก็ได้ชื่อว่าดอกกระมุท ข้าพระองค์จึงทำโคมลอยเป็นดอกกระมุท ซึ่งบังเกิดมีอยู่ยังนัมมทานที อันเป็นที่บวรพุทธบาทประดิษฐานกับแกะรูปมยุราคณานกวิหคประดับ และมีประทีปเปรียงเจือด้วยไขข้อพระโคถวายในการทรงพระราชอุทิศครั้งนี้ ด้วยจะให้ถูกต้องสมกับนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 พระราชพิธีจองเปรียง โดยพุทธศาสน์ ไสยศาสตร์

ครั้นสมเด็จพระร่วงเจ้าได้ทรงสดับ ก็ดำรัสว่าข้าน้อยนี้มีปัญญาฉลาดสมที่เกิดในตระกูลนักปราชญ์ กระทำถูกต้องควรจะถือเอาเป็นเยี่ยงอย่างได้ จึงมีพระราชบริหารบำหยัดสาปสรรว่า แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับกษัตริย์ในสยามประเทศ ถึงการกำหนดนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือน 12 พระราชพิธีจองเปรียงแล้ว ก็ให้กระทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุทอุทิศสักการะบูชาพระพุทธบาทนัมมทานทีตราบเท่ากัลปาวสาน อันว่าโคมลอยรูปดอกกระมุทก็ปรากฏมาจนเท่าทุกวันนี้ แต่คำโลกสมมติเปลี่ยนชื่อเรียกว่า ลอยกระทงทรงประทีป เหตุดังนี้ข้าน้อยผู้ชื่อว่านพมาศก็ถึงซึ่งมีชื่อเสียงปรากฏอยู่ในแผ่นดินได้อย่างหนึ่ง

อันราชประเพณีสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงประพฤติมาแต่ก่อน ถ้าทอดพระเนตรชักโคมลอยโคมแล้ว ก็เสด็จทรงเรือพระที่นั่งไปถวายดอกไม้เพลิงบูชาพระรัตนตรัยทุกพระอารามหลวง บรรดาที่อยู่ริมฝั่งนทีรอบกรุง ทั้งทรงทอดบังสุกุลจีวร ทรงพระราชอุทิศถวายพระภิกษุสงฆ์อันพึงปรารถนานั้นด้วยแล้วก็ทรงทอดพระเนตร ทรงฟังประชาชนชายหญิงร้องรำเล่นนักขัตฤกษ์เป็นการมหรสพต่างๆ สำราญพระราชหฤทัยทั้งสามราตรีฯ”

ด้วยหลักฐานตามที่ปรากฏจากบทความที่ได้คัดลอกมาจากหนังสือนางนพมาศหรือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ทำให้รู้ถึงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับประเพณีการจัดลอยกระทรงในสมัยพระร่วงเจ้า และที่มาของลักษณะกระทงลอยที่ได้สืบทอดมาถึงปัจจุบันนี้

คำบูชาสำหรับการลอยกระทง

มะยัง อิมินา ปทีเปนะ อสุกายะ นัมมทายัง นทิยา ปุสิเน ฐิตัง ปาทะวะสัญชัง อภิปูเชมะ อะยัง ปทีเปนะ มุนิโน ปาทะวะลัฐชัส สะ ปูชา อะมังทากัง ทีมรัตตัง ทิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ

คำแปล

ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอบูชาซึ่งรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่เหนือหาดทรายในแม่น้ำชื่อนัมมทานทีโน้นด้วยประทีปนี้ การบูชารอยพระพุทธบาทด้วยประทีปนี้ขอจงเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนานเทอญ

กิจกรรมในวันลอยกระทง

1.ทำบุญตักบาตรในตอนเช้า

2.ลอยกระทง