Get Adobe Flash player

วันเทโวโรหนะ โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

ความสำคัญ

วันเทโวโรหนะ หมายถึง วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากเทวโลกมาสู่มนุษยโลก หลังจากที่ได้แสดงธรรมเทศนาโปรดพระมารดา และเสด็จจำพรรษา ณ ดาวดึงส์พิภพครบไตรมาสแล้ว โดยเสด็จลงทางบันไดสวรรค์ที่ประตูเมืองสังกัสสนคร ทางตอนเหนือของกรุงสาวัตถี ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 หรือ วันพระเจ้าเปิดโลก

ประวัติ

เหตุที่เกิดวันเทโวโรหนะนั้น มีเรื่องเล่าตามอรรถกถาธรรมบท พอจะสรุปได้ว่า

ภายหลังจากที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ ทรงเสด็จไปประทับ ณ นครสาวัตถี และทรงแสดงธรรมโปรดประชาชนอยู่เป็นประจำ จนมีประชาชนจำนวนมากหันมานับถือศาสนาพุทธ การที่ประชาชนหันมานับถือศาสนาพุทธนั้น ทำให้เหล่าเดียรถีย์(นักบวชนอกพระพุทธศาสนาในอินเดียสมัยพุทธกาล)เสื่อมลง เครื่องสักการะที่ประชาชนนำมาสักการะเดียรถีย์เหล่านี้ก็ลดน้อยลงด้วยเช่นกัน ทำให้พวกเดียรถีย์เดือดร้อน ต่างพากันคิดหาวิธีทำลายพระพุทธศาสนา โดยการกล่าวร้ายพระพุทธเจ้า และเหล่าสาวกบ้าง แกล้งเบียดเบียนพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนบ้าง แต่ก็ไม่สามารถทำให้ประชาชนเสื่อมความศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้ ในทางกลับกันพวกเดียรถีย์กลับได้รับผลร้ายนั้นเสียเอง

ในที่สุดเหล่าเดียรถีย์จึงคิดแผนการทำลายพระพุทธศาสนาขึ้นอีกอย่างหนึ่ง โดยอาศัยพระพุทธบัญญัติในข้อที่ว่า ห้ามมิให้พระสาวกในพระพุทธศาสนาแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ซึ่งเหล่าเดียรถีย์เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าคงไม่กล้าฝ่าฝืนข้อห้ามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ด้วยพระองค์เอง จึงช่วยกันกระจายข่าวว่า “พระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกสิ้นท่าหมดปาฏิหาริย์ไรๆแล้ว จึงงดการแสดง ตรงกันข้ามกับเหล่าคณาจารย์เดียรถีย์ซึ่งมีปาฏิหาริย์ อบรมมั่นคงเต็มที่พร้อมเสมอจะแสดงให้ปรากฏเมื่อไรได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่เชื่อก็เชิญพระพุทธเจ้ามาแสดงปาฏิหาริย์แข่งกันดู ว่าใครจะเก่งกาจสามารถกว่าใคร”

ข่าวที่เดียรถีย์กล่าวหาพระพุทธเจ้านั้นได้กระจายไปทั่ว เป็นที่โจษจันของชาวเมืองโดยทั่วไป บ้างไม่รู้แก่นแท้ในพระพุทธศาสนาก็พากันวิพากษ์วิจารณ์ในทางเสื่อมเสีย พวกเดียรถีย์เห็นว่าพระพุทธเจ้าและเหล่าสาวกเงียบเฉยไม่ออกมาแก้ความ ก็กล่าวหาพระพุทธเจ้าหนักขึ้นว่า “พระพุทธเจ้าไม่มีความสามารถในการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์จึงเงียบอยู่เช่นนี้ ไม่กล้ารับคำท้าทายจากเหล่าเดียรถีย์ทั้งหลาย”

ความนี้ได้รู้ถึงพระพุทธเจ้าในเวลาต่อมา ทรงใคร่ครวญว่าหากพระองค์ไม่แสดงปาฏิหาริย์ให้เดียรถีย์ประจักษ์แก่สายตา จะเกิดผลเสียแก่พระพุทธศาสนามากกว่าผลดีเป็นแน่ พระพุทธเจ้าจึงทรงประกาศว่า พระองค์จะแสดงยมกปาฏิหาริย์(ปาฏิหาริย์เป็นคู่ๆ ซึ่งมีเพียงครั้งเดียว) ณ ต้นมะม่วง ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8

เมื่อเหล่าเดียรถีย์ได้รู้ความที่พระพุทธเจ้าที่จะแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ ก็พากันหวาดกลัว ต่างหากลวิธีกลั่นแกล้งมิให้พระพุทธเจ้าทรงสามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้ โดยแบ่งออกเป็น 3 พวก พวกหนึ่งช่วยกันทำลายต้นมะม่วงในเมืองสาวัตถีจนหมดสิ้น ส่วนพวกหนึ่งช่วยกันสร้างมณฑปในวัดเพื่อแสดงปาฏิหาริย์ของตน ส่วนอีกพวกหนึ่งให้ช่วยกันประกาศให้ประชาชนไปชมการแสดงปาฏิหาริย์ของพระพุทธเจ้า และคอยชมความล้มเหลวในการแสดงปาฏิหาริย์ครั้งนี้

(อ่านต่อฉบับหน้า)