Get Adobe Flash player

วันเทโวโรหนะ(จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

เมื่อถึงกำหนดที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศไว้ ปรากฏว่า เกิดพายุใหญ่พัดมณฑปของพวกเดียรถีย์พังจนหมดสิ้น ส่วนพระพุทธเจ้ายังมิได้ทรงมีทีท่าว่าจะแสดงปาฏิหาริย์แต่อย่างใด และในตอนบ่ายของวันนั้น นายคัณฑะ คนเฝ้าพระราชอุทยานของพระเจ้าปเสนทิโกศล ได้ถวายมะม่วงผลหนึ่งแก่พระพุทธเจ้า ซึ่งในตอนแรกนายคัณฑะจะนำมะม่วงที่หลงอยู่ผลนี้ไปถวายแด่พระเจ้าปเสนทิโกศล แต่ระหว่างทางได้พบกับพระพุทธเจ้าเสียก่อน เกิดความศรัทธาเลื่อมใสในพระพุทธองค์ จึงนำมะม่วงผลนั้นถวายแด่พระพุทธเจ้า

เมื่อพระพุทธเจ้าได้รับมะม่วงสุกผลนั้นจากนายคัณฑะ ทรงรับสั่งให้พระอานนท์นำมะม่วงสุกผลนั้นไปทำน้ำปานะถวาย และให้นำเมล็ดมะม่วงวางลงบนพื้นดินบริเวณนั้น เมื่อทรงฉันน้ำปานะหมด ทรงล้างพระหัตถ์ให้น้ำล้างพระหัตถ์รดบนเมล็ดมะม่วงนั้น ปรากฏว่า ต้นมะม่วงได้งอกขึ้นและใหญ่โตอย่างรวดเร็ว พระพุทธเจ้าทรงรับสั่งว่า พระองค์จะแสดงปาฏิหาริย์ ณ ต้นมะม่วงแห่งนี้ พระพุทธเจ้าทรงบเนรมิตช่อไฟและท่อน้ำแล่นเป็นคู่สลับกันไปมาในอากาศรอบต้นมะม่วงนั้น และทรงเนรมิตบุคคลผู้เหมือนพระองค์ทุกประการขึ้นองค์หนึ่ง พร้อมกับทรงเปล่งพระฉัพพรรณรังสี(รัศมี 6 ประการ ได้แก่ 1.นิลเขียวเหมือนดอกอัญชัญ 2.ปีต เหลืองเหมือนหรดาลทอง 3.โลหิต แดงเหมือนตะวันอ่อน 4. โอทาต ขาวเหมือนแผ่นเงิน 5.มัญเชฐ สีหงสบาทเหมือนดอกเช่งหรือดอกหงอนไก่ 6.ประภัสสร เลื่อมพรายเหมือนแก้วผลึก) กระจายออกทั่วบริเวณ พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมพร้อมกับทรงจงกรมสลับกับพระพุทธนิมิต เมื่อประชาชนได้เห็นแก่สายตาของตนเองว่าพระพุทธเจ้าสามารถแสดงปาฏิหาริย์ได้เสมอ ก็เกิดความเลื่อมใสศรัทธากันโดยทั่วไป ส่วนเหล่าเดียรถีย์นั้นประชาชนต่างพากันสมน้ำหน้าสาปแช่งจนพวกเดียรถีย์นั้นต้องย่อยยับลงไปในครั้งนี้เอง

ในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันเข้าพรรษา พระพุทธเจ้าทรงประกาศว่า พระองค์จะไปจำพรรษายังดาวดึงส์เทวโลก เนื่องจากทรงระลึกว่าทรงเทศนาโปรดพระเจ้าสุทโธทนะ พระพุทธบิดา พระนางมหาปชาบดี พระนางยโสธราพิมพา และพระราหุลราชกุมาร ตลอดจนประยูรญาติทั้งหลายให้บรรลุมรรคผลตามสมควรแล้ว แต่ยังมิได้สนองพระคุณพระนางสิริมหามายา พระพุทธมารดา เนื่องจากพระพุทธมารดาสิ้นพระชนม์ไปตั้งแต่พระองค์ประสูติได้เพียง 7 วันเท่านั้น เห็นว่าควรจะสนองพระคุณพระพุทธมารดาให้สมควรแก่พระคุณ ทรงเทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธมารดาตลอดเวลา 3 เดือน

เมื่อออกพรรษา พระองค์จึงเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลกมาสู่โลกมนุษย์ ณ ประตูเมืองสังกัสสนคร โดยมีขบวนเทพยดาและประชาชนตามส่งเสด็จ และรับเสด็จอย่างสมพระเกียรติ ในวันเทโวโรหนะนี้ พระพุทธองค์ทรงเนรมิตให้เทวดา มนุษย์ และสัตว์นรก สามารถมองเห็นซึ่งกันและกันได้

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จลงจากดาวดึงส์เทวโลก ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 ประชาชนจำนวนมากต่างพร้อมใจมาเฝ้ารับเสด็จและนำภัตตาหารมาถวายแด่พระพุทธเจ้า แต่ประชาชนที่มาเฝ้ารับเสด็จนั้นมีจำนวนมาก บางพวกที่อยู่ห่างไม่สามารถใส่อาหารลงในบาตรได้ จึงนำข้าวสาลีมาปั้นเป็นก้อนๆ แล้วโยนใส่บาตรจนกระทั่งเป็นประเพณีนิยมมาจนถึงปัจจุบันนี้ที่ต้องทำข้าวต้มลูกโยนใส่บาตรในวันเทโวโรหนะ

กิจกรรมวันเทโวโรหนะ

1.ทำบุญตักบาตรเทโว ซึ่งเป็นประเพณีนิยมดังที่กล่าวมาแล้วในข้างต้น

2.ฟังธรรมเทศนา

3.ทำทาน

4.รักษาศีลภาวนา