Get Adobe Flash player

ว่าด้วยเรื่องศักราช (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

สำหรับประเพณีในการทำบุญตักบาตรเนื่องในวันขึ้นปีใหม่นี้ ก็ได้สืบเนื่องกันมาหลายยุคหลายสมัย ร่วมกับพิธีทางพระพุทธศาสนา

สำหรับพุทธศาสนิกชนชาวไทยทั้งหลายโดยทั่วไปก็จะพร้อมใจกันนำเอาอาหารหวานคาวไปทำบุญตักบาตรกันที่วัดในละแวกใกล้เคียงกันกับที่อยู่อาศัยแต่ละบุคคลหรือบางทีบางครั้งก็อาจจะพากันไปทำบุญตามสถานที่ต่างๆที่มีผู้จัดงานการทำบุญขึ้นมาตามที่ได้กำหนดกันไว้ เช่น ในกรุงเทพมหานคร ก็จะเป็นท้องสนามหลวง และตามสถานที่ราชการทั่วไป ตามตรอก ตามซอย ตามหมู่บ้าน และศาลากลางจังหวัด หรือหน้าอำเภอต่างๆ ทั้งสถานที่ราชการและภาคเอกชน รวมทั้งห้างร้าน บริษัท และโรงงานทั่วไป ในเวลากลางคืนก็มักจะมีมหรสพเป็นการฉลอง เช่น ภาพยนตร์ ลิเก ละคร ดนตรี เช่นนี้เป็นต้น

และส่วนใหญ่ตามโรงงาน ห้างร้าน หรือบริษัท ก็มักจะมีการกินเลี้ยงฉลองปีใหม่กันด้วย รวมทั้งพวกชาวบ้านธรรมดาทั่วไป ในคืนวันที่ 31 ธันวาคมตลอดรุ่ง บางแห่งก็จะจัดการให้มีพระสงฆ์มาเจริญพระพุทธมนต์เย็น(สวดมนต์เย็น)กันอีกด้วยตามแต่ความสะดวกสบายของผู้จัด และรุ่งขึ้นในตอนเช้าของวันที่ 1 มกราคม ก็จะมีการร่วมกันตักบาตร หรือบางแห่งก็อาจจะมีการถวายภัตตาหารแก่พระภิกษุสงฆ์ เช้า หรือเพล และตามจำนวนองค์ที่ได้กำหนดเอาไว้ เป็นการฉลองให้บังเกิดมีโชคลาภมากขึ้น ทำจิตใจให้สบายใสสะอาดปราศจากความมัวหมองใดๆ สิ่งที่เห็นว่าเลวร้ายในอดีตของปีที่ผ่านมาก็ให้มันเลยผ่านไป และก็จงทิ้งไปให้หมดสิ้น แล้วหันหน้ามาเดินตามทางแห่งความดีให้เป็นสิริมงคลในสิ่งใหม่ๆ ชีวิตของตัวเราเองและครอบครัวก็จะได้บังเกิดเป็นสิริมงคลและสิ่งดีงามเข้ามาสัมพันธ์ในชีวิตตลอดทั้งปี

สิ่งนี้จึงได้กลายเป็นธรรมเนียมและประเพณีของชาวไทยทั้งชาติ ในการพบปะสังสรรค์ จัดงานกินเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เป็นการฉลองรื่นเริงบันเทิงใจกันทั่วไป มีการร้องรำทำเพลงกันอย่างเต็มที่ตลอดทั้งคืนวันที่ 31 ธันวาคมนั้น บางท่านที่ร้องเพลงเพราะๆ พอตกดึกๆเข้าสักหน่อยก็อาจจะได้รับรางวัลให้เป็นเกียรติ ถ้าไม่ใช่ดอกไม้ ก็คงจะเป็นก้อนอิฐแหละครับ ในวันนั้นผู้ที่รับเชิญมาร่วมสังสรรค์ก็ควรที่จะมีของขวัญติดไม้ติดมือมาบ้างเป็นการอวยพรซึ่งกันและกัน หรือมอบให้กับคนที่เคารพนับถือ หรือในบางแห่งก็อาจจะเก็บเอาของขวัญทุกชิ้นที่ถือกันมาในงานทุกคนรวมกันจับฉลาก ใครจะได้ของใครก็นำเอากลับไปพร้อมทั้งคำขวัญและคำอวยพรที่มีความไพเราะด้วย

สำหรับธรรมเนียมที่ได้มีการอวยพรกันนั้นก็จะมีแนวทางที่เน้นไปทางที่ว่า ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป มักจะอวยพรซึ่งกันและกันให้อยู่เย็นเป็นสุข ปราศจากทุกข์โศกโรคภัย ให้มีอายุที่ยืนยาว ให้มีลาภยศสูงขึ้น และมีโชคลาภร่ำรวยมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ห่างไกลกันก็มักจะส่งบัตรอวยพรเป็น ส.ค.ส.ทางไปรษณีย์ หรืออาจจะมีการส่งของขวัญทางพัสดุไปรษณีย์ตามหลักฐานที่มีมาแต่โบราณกาล ก็คือผู้น้อยมักจะส่งของขวัญและคำอวยพรไปให้กับผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือ ทางผู้ใหญ่ท่านก็จะให้ศีลให้พรเป็นการตอบแทน ก็นับได้ว่าเป็นธรรมเนียมประเพณีที่ดีงามของคนไทย ที่ได้ปฏิบัติกันมาตั้งหลายยุคหลายสมัยผ่านมาแล้ว และในอนาคตกาลก็ควรที่จะอนุรักษ์ประเพณีอย่างนี้ให้มีความเจริญก้าวหน้าต่อไป