Get Adobe Flash player

สาคร ยังเขียวสด ผู้สืบสานงานศิลป์ “หุ่นละครเล็ก” (จบ) โดย... ทักษพร ขาวปลื้ม

Font Size:

ครั้งแรกที่ผมออกแสดงก็ที่สวนอัมพร งานเที่ยวเมืองไทย ครั้งนั้นสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ด้วย พอเสด็จฯ มาตรงที่ผมแสดง ท่านก็หยุดทอดพระเนตรตั้งชั่วโมงกว่า จนการแสดงภาคอื่นๆไม่พอใจก็ดับไฟที่โรงเรียนเสีย สมเด็จท่านก็รับสั่งว่า เขาให้เราดูแค่นี้ แล้วท่านก็เสด็จฯ ไป ต่อจากนั้นทาง ททท.ก็จัดให้หัวหน้าคณะต่างๆเข้าเฝ้าฯ ท่านก็รับสั่งอีกว่าขอดูอีกหน่อยนะ ทำให้ผมปลื้มใจในพระมหากรุณาธิคุณมาจนถึงทุกวันนี้

หุ่นละครเล็กที่เล่นกันอยู่ในขณะนี้เป็นหุ่นที่ครูสาครทำขึ้นใหม่เองทั้งสิ้น มีขนาดและขั้นตอนรายละเอียดเช่นเดียวกับหุ่นของครูแกร ต่างกันก็เพียงทรวดทรงของหุ่น หุ่นของครูแกรจะแลดูหนากว่าหุ่นครูสาครอยู่บ้าง

“ลักษณะก็คล้ายๆของพ่อครูแกรนั่นแหละครับ เอามือล้วงเชิดได้ มือหุ่นก็พอกระดิกได้ แต่เอวไม่อ่อนเพราะตัวเล็ก ทำละเอียดคงไม่ได้”

ครูสาครเล่าถึงวิธีการประดิดประดอยหุ่นให้ฟังว่า “ขั้นแรกนำดินเหนียวมาปั้นทำศรีษะและโครงตัว แล้วเอากระดาษฟางหรือกระดาษปูนติดกับดินเหนียว ก่อนที่จะนำไปตากแดดให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วจึงผ่าโครงตัว ต่อจากนั้นก็เอาดินมาปั้นเป็นหน้าตาให้สมบูรณ์ เสร็จแล้วเอากระดาษว่าวมาปิดทับอีกครั้ง ใส่ตาแก้วแล้วเอาดินสอพองลง ขัดให้เรียบ ล้างตาให้ใส จึงเขียนหน้าเขียนตาหุ่น...

ส่วนลำตัวจะขึ้นโครงที่ทำจากกระดาษปูน บริเวณกลางลำตัวจะมีโครงลวดพันเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้ แขนขาเป็นผ้ายัดนุ่น และมีไม้แกะตามบริเวณข้อพับต่างๆเพื่อทำให้งอได้เหมือนข้อต่อคน ส่วนมือและเท้าใช้ไม้เนื้ออ่อนแกะและปิดทับด้วยกระดาษข่อยอีกครั้งหนึ่ง”

ส่วนใหญ่การเชิดหุ่นละครเล็กนี้ ครูสาครบอกว่า “คนจะชอบให้เชิดนอกฉากมากกว่าในฉาก เหมือนเราดูหนังใหญ่ แต่หนังใหญ่ไม่ค่อยมีอะไรมาก แค่ยืดยุบ และมีคนเดียว แต่หุ่นละครเล็กมีตั้ง 3 คน และท่าของหุ่นนี้ หุ่นว่าอย่างไร คนเชิดก็ต้องทำตามนั้น ประเภทเดียวกับโขน แต่ตัวเล็กกว่า แล้วคนเชิดหุ่นของผมก็เป็นลูกๆหลานๆ ผมฝึกมากับมือตั้งแต่อายุ 6 ขวบ รู้ท่ารู้ทางกันดี อย่างเชิด 3 คนนี่จะรู้ว่ามือหนึ่งใช้ทำอย่างนี้ อีกมือหนึ่งจะใช้ทำอะไร รู้ว่าขาต้องเป็นอย่างไร พอเชิดยกเท้าขวา คนเชิดก็ต้องยกเท้าขวา ถ้าเอาคนที่ไม่รู้เรื่องมาคงเชิดไม่สวยงามอย่างนี้”

การเชิดหุ่นละครเล็กนี้ต้องใช้คนเชิด 3 คน ต่อหุ่น 1 ตัว โดยเฉพาะหุ่นที่เป็นตัวเอก พระ นาง ยักษ์ ลิง ส่วนตัวตลกจะใช้คนเชิดเพียงคนเดียว ผู้เชิดต้องมีความชำนาญและรู้ท่าโขนเป็นอย่างดี สามารถประสานการเชิดให้ได้อย่างสอดคล้อง

“คนที่หนึ่งที่เป็นหลักในการเชิดต้องสอดมือซ้ายเข้าไปอยู่ในลำตัวหุ่นเพื่อจับเดือย ซึ่งเป็นก้านคอให้ตัวหุ่นกลอกหน้ายักคอกับผู้ชม ส่วนมือขวาต้องจับก้านเหล็กซึ่งต่ออยู่กับมือขวาของตัวหุ่น ซึ่งมีลูกรอกติดอยู่เพื่อบังคับให้มือหุ่นเคลื่อนไหวได้...

...สำหรับคนที่สองต้องใช้มือขวาจับก้านเหล็กที่มือซ้ายของตัวหุ่น เวลาเชิดต้องให้ท่ารำสัมพันธ์กับมือขวาด้วย คนที่สามต้องใช้มือทั้งสองข้างจับเดือยที่วางอยู่ที่เท้าของหุ่น เพื่อคอยยกเท้า เปลี่ยนเท้า ซอยเท้า ให้สัมพันธ์กับท่ารำ”

ด้วยใจรักในเชิงนาฏศิลป์ ครูสาครจึงตั้งใจทำงานต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งร้องเต้นเล่นละคร เพราะอยากให้ศิลปะไทยที่ปู่ย่าตายายสร้างไว้คงอยู่ต่อไปถึงลูกหลาน ไม่ใช่ตายไปพร้อมกับตัวครู

ตราบใดที่ไฟศิลป์ในดวงใจของครูยังไม่สิ้น ตราบนั้นศิลปะการเชิดหุ่นละครเล็กที่เยื้องกรายเคลื่อนไหวดั่งมีมนต์ขลังก็จะคงอยู่ในหัวใจผู้ชมต่อไปอีกนาน