Get Adobe Flash player

วันอาสาฬหบูชา (จบ) โดย พรชัย ภู่โสภา

Font Size:

3.นิโรธ หมายถึง การดับทุกข์ คือการละจากสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ทั้งหลาย เมื่อรู้ว่ากิเลสตัณหาคือหนทางแห่งทุกข์ ก็ระงับกิเลสตัณหานั้น ก็จะพบความสุขที่แท้จริงปราศจากทุกข์ทั้งหลาย

4.มรรค หมายถึง ข้อปฏิบัติที่ทำให้พ้นทุกข์ ประกอบไปด้วย 8 ประการ ได้แก่

-สัมมาทิฐิ ความเห็นชอบ หมายถึง การเห็นสิ่งต่างที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริง รู้ว่าสิ่งใดทำให้ทุกข์ สิ่งใดทำให้สุข

-สัมมาสังกัปปะ ความดำริชอบ หมายถึง การที่ไม่มัวเมาอยู่กับตัณหาทั้งหลาย

-สัมมาวาจา วาจาชอบ หมายถึง การพูดในสิ่งที่ดี ที่เป็นจริง ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบคาย ไม่พูดให้ร้ายผู้อื่น ไม่พูดเพ้อเจ้อไร้สาระ

-สัมมากัมมันตะ การประพฤติชอบ หมายถึง การเว้นการทำลายชีวิต เว้นจากการลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม

-สัมมาอาชีวะ เลี้ยงชีพชอบ หมายถึง การประกอบอาชีพสุจริต

-สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ หมายถึง การพยายามในการสร้างความดี และไม่กระทำในสิ่งที่ไม่ดี

-สัมมาสติ การระลึกชอบ หมายถึง การมีสติสัมปชัญญะในการระลึกถึงสิ่งที่ดี และสิ่งที่ชั่ว

-สัมมาสมาธิ ตั้งใจมั่นชอบ หมายถึง การทำจิตใจให้เป็นสมาธิ

ประวัติการประกอบพิธีกรรมวันอาสาฬหบูชาในประเทศไทย

การประกอบพิธีกรรมวันอาสาฬหบูชาในประเทศไทยนั้น เริ่มต้นเมื่อปีพ.ศ.2501 จากการที่คณะสังฆมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้กำหนดประเพณีวันอาสาฬหบูชาขึ้น เป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่ง เมื่อข้อเสนอผ่านมติสังฆมนตรีจึงเสนอต่อไปยังรัฐบาล และคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ.2501 และมีระเบียบรับรองเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ.2501

ทางสังฆมนตรีได้มีประกาศเกี่ยวกับการเหตุที่กำหนดวันอาสาฬหบูชาเป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่ง และพิธีกรรมในวันอาสาฬหบูชา สำหรับพระภิกษุและพุทธศาสนิกชนได้รับรู้ ดังต่อไปนี้

ประกาศสำนักสังฆนายก กำหนดพิธีอาสาฬหบูชา

เมื่อนับถอยหลังขึ้นไป ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปีนั้นเป็นปีที่พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ในวันวิสาขปุณณมี ต่อมาอีก 2 เดือนเต็ม ก็ถึงวันอาสาฬหปุณณมีดิถีพระจันทร์เพ็ญ เสวยอาสาฬหฤกษ์ คือ วันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8 วันนี้แหละเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา ด้วยเป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงพระมหากรุณาประกาศพระพุทธศาสนาแสดงพระปัญญาคุณให้ประจักษ์แก่ตาชาวโลก

ถ้าจะถามพุทธศาสนิกชนที่ได้เล่าเรียนรู้พระประวัติของพระพุทธเจ้ามาดีแล้ว จะตอบได้ความว่าต้องกันว่า วันขึ้น 15 ค่ำ กลางเดือน 8

ก.เป็นวันแรกที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา

ข.เป็นวันแรกที่พระบรมศาสดาทรงแสดงพระธรรมจักร ประกาศสัจธรรม อันเป็นองค์แห่งพระสัมมาสัมโพธิญาณ

ค.เป็นวันที่พระอริยสงฆ์สาวกองค์แรกบังเกิดขึ้นในโลก คือ พระอัญญาโกณฑัญญะ ได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสัมปทาในวันนั้น

ง.เป็นวันแรกที่บังเกิดพระสังฆรัตนะสมบูรณ์เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ และพระสังฆรัตนะ

อาศัยปรากฏการณ์อันเป็นมหามงคลดังกล่าวแล้ว คณะสังฆมนตรีจึงมีมติเป็นเอกฉันท์ว่าเป็นกาลพิเศษ ควรแก่การประชุมทำพิธีบูชาพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ประกาศพระเกียรติคุณและเทิดทูนพระคุณสมบัติ ให้สมกับที่พระองค์ทรงเป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เพื่อเป็นการเตือนใจพุทธศาสนิกชนให้ซาบซึ้งในคุณพระรัตนตรัยเจริญภาวนามัยกุศลเช่นเดียวกับวันวิสาขบูชาเพิ่มขึ้นอีกวันหนึ่ง จัดเป็นมหากุศลอำนวยอิฏฐวิบูลมนุญยผลให้เกิดวุฒิสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลแก่ทุกคนผู้บูชาทั่วกัน จึงได้กำหนดพิธีอาสาฬหบูชาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

1.เมื่อถึงวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 8 ให้เจ้าอาวาสที่วัด แจ้งแก่ภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกาในวัดให้ทราบล่วงหน้าว่าวันพระขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 อันจะมาถึงข้างหน้านี้เป็นวันทำพิธีอาสาฬหบูชา ถวายแด่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นเดียวกับทำพิธีวิสาขบูชา

2.ครั้นถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 ให้ภิกษุสามเณร ตลอดจนศิษย์วัด คนวัด ช่วยกันปัดกวาดปูลาดเสนาสนะ จัดตั้งเครื่องสักการะ ตั้งน้ำใช้ น้ำฉัน เช่นเดียวกับทำงานวิสาขบูชา

3.ให้ประดับธงธรรมจักรรอบพระอุโบสถเป็นพิเศษเท่าที่สามารถจะจัดได้ เพื่อประกาศวันธรรมจักรให้ปรากฏแก่มหาชน เตือนใจให้ระลึกถึงสัจจธรรมอันวิเศษ ที่ทรงแสดงไว้ในพระธัมมจักกัปปวัตนสูตรปฐมเทศนา

การเวียนเทียน ณ ศาสนสถาน ในตอนค่ำ

การเวียนเทียนในพระพุทธศาสนานั้นกำหนดขึ้นไว้ทั้งหมด 3 วัน ได้แก่ วันวิสาขบูชา, วันมาฆบูชา รวมถึงวันอาสาฬหบูชาด้วย ซึ่งปฏิบัติเหมือนกันหมดทั้ง 3 วัน การเวียนเทียนนั้นมีหลักการดังต่อไปนี้ เมื่อถึงเวลาที่กำหนดให้เป็นเวลาเริ่มพิธีเวียนเทียน พระภิกษุสงฆ์จะตีระฆังเพื่อให้สัญญาณพระภิกษุ สามเณร อุบาสกและอุบาสิกา พร้อมกันบริเวณด้านหน้าพระอุโบสถหรือลานพระเจดีย์ ทุกคนจะถือเครื่องสักการะบูชาอันได้แก่ ดอกไม้ ธูป และเทียน เมื่อพุทธศาสนิกชนมาพร้อมกัน ณ ที่แห่งนั้น หัวหน้าคณะสงฆ์จะเป็นผู้นำในการประกอบพิธี ทุกคนสวดนะโมพร้อมกัน 3 จบ และต่อด้วยคาถาบูชาพระรัตนตรัยตามแบบที่กำหนดไว้ เมื่อสวดมนต์จบตามที่กำหนดแล้ว หัวหน้าพระภิกษุเดินนำทุกคนเดินไปทางด้านขวามือรอบพระอุโบสถหรือพระเจดีย์ จำนวน 3 รอบ โดยรอบแรกนั้นให้ตั้งใจนึกถึงพระคุณของพระพุทธคุณ รอบที่สองให้ระลึกถึงพระคุณของพระธรรมคุณ ในรอบสุดท้ายให้ระลึกถึงพระคุณของพระสังฆคุณ เมื่อเวียนเทียนครบ 3 รอบแล้ว พระภิกษุสามเณร พร้อมด้วยอุบาสกและอุบาสิกานำดอกไม้ ธูป เทียน เข้าบูชาภายในพระอุโบสถหรือพระเจดีย์ เมื่อมาประชุมพร้อมกันสถานที่แห่งนั้น ก็จะเริ่มพิธีทำวัตรค่ำและสวดมนต์พร้อมกันทั้งหมด เมื่อทำวัตรเสร็จแล้ว พระภิกษุจะเทศน์จำนวน 1 กัณฑ์ เป็นอันเสร็จพิธีเวียนเทียนในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา