Get Adobe Flash player

ถามหาความถูกต้อง..? โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

ในสายตาของประชาชนชาวไทยทั่วๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นใครต่อใคร ต่างเหลียวหน้าแลหลังมาดู ประเทศไทย ณ วันนี้

จะเห็นได้ว่า การบ้านการเมืองของประเทศ “สลบเหมือด” ลงไปแล้วอบย่างยาวนาน ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่จะต้องมีโรงเรียน “ตำรวจทหารและการเมือง” เหมือนสมัยก่อนที่มีมหาลัย “ธรรมศาสตร์และการเมือง” ทุกวันนี้รื้อคำว่า “การเมือง” ออกไปแล้ว เหลือแต่เพียงชื่อ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์โด่เด่โดดเด่นอยู่ เท่านั้น

ทหารเอง..มีโรงเรียน “ทหาร” อยู่ คือโรงเรียนเตรียมทหาร กระผมไปเข้าเรียนผิดที่ผิดทาง ไปเรียนอยู่โรงเรียนเตรียมทะหอย เรียนร่วมชั้นกับนักเรียนหญิง) จบออกมาจึงมีความกล้าๆ กลัวๆ อยู่ในจิตติดอยู่ในใจ 

 เมื่อทำผิด คิดเลือกเรียนวิชาความรู้อย่างสับสน (ไม่เสียคนหรอกครับ แต่เสียหมา มาตั้งแต่บัดนั้น..เป็นต้นมา)  ถ้าจะต้องขอพูดความจริงกันบ้างว่า ทหารกับนักการเมืองมัน “เป็นคนละเรื่องเดียว”ให้ตายหอง..ตายอ่า..ซิเอ้า )

 บางคนเรียนวิชาทางการทหารมาแล้ว อวดรู้ดีอวดฉลาด คิดว่าตัวเองนั้นมีความสามารถทางด้านการเมืองอยู่ด้วย รู้เรื่องมั่ง (ไม่รู้มั่ง) ทางด้านเศรษฐหกิจ และการปกครอง ถ้าจะถามว่า ความหมายของประชาธิปไตย คืออะไร ก็กลายเป็นใบ้ (แดกส์) ไปตามๆ กัน เพราะเท่าที่เรียนมา ถูกสอนให้เคร่งครัดกับคำบังคบบัญชา ประสานมือไว้หว่างขา  ห้ามคิดห้ามทำสิ่งที่ผิดไปจากคำสั่ง.. ใช่เลย

 ทหารยึดอำนาจ การเมืองเอาไว้  อ้างว่าพยายามแก้อยู่ (ไม่รู้ว่าแก้อะไร แก้ในที่มืดหรือที่สว่าง)  ต่างประเทศมองดูประเทศเราว่ายัง “มีศักยภาพ” ในการบริหารบ้านเมือง (จากทหาร) อยู่มั่งไหม....

 ประเทศที่เป็นเสรีประชาธิปไตย กับ ประเทศที่กำลังพัฒนา (รวมทั้งประเทศที่ทำตัวคล้ายเผด็จการด้วย) ยอมรับความจริงกันเถิดว่า มีประเทศไทย รวมอยู่ด้วย ถ้าจะเรียกกันให้เห็นชัด น่าจะเรียกว่า ประเทศล้าหลัง..

ประเทศที่พัฒนาแล้ว กับ ประเทศล้าหลัง ..แตกต่างกันตรงๆไหน..หลักใหญ่คือการปกครองของประเทศ สำคัญที่สุดคือ “สิทธิเสรีภาพ” ของประชาชน  เป็นหลักใหญ่ที่สุดในการปกครองประเทศ  แต่ยังมีอีกหลายประเทศ มีเพียงคณะบุคคลกลุ่มหนึ่ง (ถืออาวุธ) กุมอำนาจประเทศไว้ ไม่ได้มาตามทิศทาง “การเลือกตั้ง”ไม่มีการปกครองนอกระบอบประชาธิปไตย จะถูกเรียกว่า “เผด็จการ”  

ประเทศไทยมี “พระมหากษัตริย์” ทรงเป็นพระประมุข ประเทศชาติ บ้านเมืองมีความร่มเย็นเป็นสุขอยู่ได้ตลอดมาเ พราะพระบารมี จนกระทั่งถึงทุกวันนี้  เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลอดุลยเดชฯ  เสด๊จสวรรคต  พระราชโอรสหรือ พระราชธิดาองค์ใดองค์หนึ่ง จะขึ้นครองราชฯ แทน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่เสด็จสวรรคต เพื่อสืบต่อพระราชวงศ์ ”และเป็นพระประมุขของประเทศสืบต่อไป

เป็นเวลานานนับเดือนแล้ว ยาวนานพอสมควร.. ที่ยังไม่มีพระมหากษัตริย์ไทย ทั้งๆ ที่มี พระราชบุตร และ(หรือ) พระราชธิดา ไม่ว่าจะเป็นพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง ที่จะขึ้นมาครองราชย์ ในฐานะ “พระมหากษัตริย์”  สืบสันติวงศ์ต่อเนื่องกันไป..ในทันที (หรือถ้าทิ้งช่วงไว้ ก็ไม่น่าจะนานนัก) ณ วันนี้ เวลาผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร ..ยังชักช้าอยู่..เพราะคณะรัฐบาลจะต้องเสนอพระนามกษัตริย์พระองค์ใหม่ “ขึ้นครองราช” (ต่อสภาฯ แทนองค์ที่สวรรคต (คือรัชกาลที่ ๙)  จะเสนอพระนามพระราชบุตร หรือพระราชธิดาขึ้นมาครองราชย์  สืบต่อสันติวงศ์ เป็นพระมหากษัตริย์องค์ต่อไปได้ คือเป็น รัชกาลที่ ๑๐  (แทนพระราชบิดา)

วันนี้ พระราชบัลลังค์ ยังคงว่างอยู่  ตามแถลงข่าวของ รัฐบาลว่า “สมเด็จพระราชโอรส” ยังทำใจไม่ได้ (กับการสิ้นพระชนม์ของพระมหากษัตริย์ภูมิพลฯ พระบิดานับแต่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ภูมิพลฯ เสด็จสวรรคต  เมื่อยังไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ( อย่างเป็นทางการ ) ก็จะให้  ท่านเปรม ทำหน้าที่ผู้รักษาการณ์แทนพระองค์ (พระเจ้าอยู่หัวฯ) อย่างรวบรัดตัดตอนอยู่ในขณะะนี้ไปพลางๆ ก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้ง พระประมุของค์ใหม่

รัฐบาลไทยในปัจจุบัน มี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี  อ้างว่าพูดแทน พระดำรัสของเจ้าฟ้าชาย  ตรัสไว้ว่า  “ขอทำใจก่อน” (คือยังทำใจไม่พร้อม ที่จะขึ้นมาเป็นพระมหากษัตริย์ แทนสมเด็จพ่อ) ฟังแล้วขัดรูหูอย่างไรบอกไม่ถูก ถ้าพระบรมฯ ทรงตรัสเองก็น่าจะฟังได้ ”รื่นหู” มากกว่า

คิดถึงเหตุการณ์ เมื่อรัชกาลที่ ๘ สวรรคต  มีประกาศให้ประชาชนรับรู้กันทั่วแผ่นดินว่า กษัตริย์พระองค์ใหม่คือ พระอนุชา (น้องชาย) คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว “ภูมิพลอดุลเดชฯ” ขึ้นครองราชย์แทน... ณวันนี้ ยังมองกันไม่เห็นไม่รู้ (ไม่ชี้)  ว่าควรจะคำนึงกันหรือไม่ว่าจะต้องประกาศว่า ประเทศไทยมีพระเจ้าแผ่นดินขึ้นครองราชย์องคต์ต่อไป คือพระองค์ใดพระองค์หนึ่ง อย่างที่เคยมีตัวอย่างมาแล้ว  น่าจะเป็นแบบอย่างที่ควรจะดำเนินไปตามทางที่ถูกที่ควร

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ขึ้นครองราชย์ พระองค์ท่านก็ยังทรงพระเยาว์อยู่ จึงเสด็จไปศึกษาต่อ ณ ต่างประเทศ

ด้วยเหตุนั้น? หมายถึงว่าจะต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์)

แต่อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยก็ยังคงมี “พระเจ้าอยู่หัวฯ” ติดต่อสืบเนื่องกันมา.. ประวัติศาสตร์..ก็ยังคงบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์

บันทึกเหตุการณ์ทางประวัติ ไม่สูญหายไปไหน.. ย่อมจะต้องรับรู้กันอยยู่ได้เรื่อยๆ เหตุการณ์บ้านเมืองจะเป็นอย่างไร ชนรุ่นหลังก็จะได้รับได้รู้เรื่องราวต่างๆ ได้จากประวัติศาสตร์ สืบต่อกันมาตั้งแต่สมัยโบราณจะถึงปัจจุบัน 

บ้านเมืองไทย วันนี้ มี  พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ เป็นหัวหน้าคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จะทำงานแทน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ  (ร.๙) ที่เสด็จสวรรคต (โดยไม่มีกำหนดบอกกล่าวเวลาว่าใครจะขึ้นครองราชย์ได้เมื่อไร) อย่างน่าฉงนใจ..ในเวลาต่อมา สมเด็จพระราชโอรสฯ องค์ปัจจุบัน เสด็จกลับไปประเทศเยอรมัน...ไม่อยากจะถาม(ใครๆว่า)  สมเด็จพระราชโอรสฯ จะต้องเสด็จไป “ทำใจ” อยู่ที่นั่น เป็นพระราชประสงค์ของตัวท่านเองหรือไม่

อยากจะถาม (องคมนตรี เปรม ติณสูลานนท์) ว่ารับใช้พระมหากษัตริย์ (ร.๙) มาเป็นเวลานาน ท่านเปรม อายุอานามก็ปาเข้าไปเกือบร้อยปี (ขอให้ท่านมีอายุยืนยาวจนถึงสองร้อยปี..สาธุ)  ท่านเกษียณอายุมาเกินสิบๆ ปีแล้ว (กระมัง)  ถวายงานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาก็นานโขแล้ว วันนี้น่าจะเป็นช่วงเวลา “เปลี่ยนรัชกาล” ท่านเปรม น่าถวายบังคมลาออก เสียก่อนแต่งตั้ง “กษัตริย์”พระองค์ใหม่ (หรือไม่รู้ว่าจะต้องลาออกกับใคร ) กลับไปพักผ่อนนอนหลับให้สบาย (ไม่ต้องกังวลว่าจะตื่นลืมตาขึ้นมาเวลาไหน) .... เจ้าฟ้าชายฯ ท่านเป็นหนุ่ม (กว่าท่านเปรมแยะ) มีพระชนม์พรรษาเหมาะสม หาได้เป็นผู้เยาว์แต่อย่างไรไม่ พระชนม์พรรษา (อายุ)พระราชโอรส ก็เกิน ๖๐ พรรษาแล้ว  พระองค์ท่านน่าจะทรงงานแทนพระราชบิดาได้ทันที ถ้ามีปัญหาใดๆ ก็ปรึกษากับอดีตองค์มนตรี ได้ทุกเวลา หรือเป็นบางครั้งบางคราก็ตาม .. เชื่ออย่างเต็มร้อยว่า “ท่านเปรม น่าจะได้รับการแต่งตั้ง ยถวายงานเป็นที่ปรึกษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” พระองค์ใหม่  ไม่ว่าพระราชบุตร หรือ พระราชธิดา ก็ย่อมได้..อย่างสง่างาม ด้วยอีกต่างหาก

เมื่อยังไม่มีพระมหากษัตริย์ ก็ไม่น่าจะมีที่ปรึกษา คือ“คณะองคมนตรี”รวมทั้งประธานองคมนตรีด้วย แต่ประการใด จะเรียก  พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ว่าเป็น ประธานองคมนตรี อยู่ ณ เวลานี้ จะเหมาะสมหรือไม่-อย่างไร (สับสนขอรับ ยังไม่เข้าใจ) ท่านเปรม มีอายุอานามเกินวัย เมื่อยังเกษียณใหม่ๆ มานานนับเป็นสิบๆปีแล้ว ท่านก็ยังขยันขันแข็งอยู่อย่างน่านับถือ ถ้ากระผมแก่ชรา เมื่อมีอายุเท่าท่านเปรม ณ วันนี้  (ยกตัวอย่างไปยังงั้นเอง ผมน่าจะตายไปเสียก่อนแล้ว) ท่านเปรมท่านยังอยู่ดีกินดี (รูปหล่อ แต่งตัวเนี๊ยบ ทั้งยังอ่อนนอก แข็งใน อยู่ตลอดกาล)  ท่านยังแข็งแรงอยู่ มีความจำดี .. ไม่หลงๆ ลืมๆ ตามประสาคนแก่ (แม้ว่าท่านอายุมากกว่าผม..มากกว่าผมอยู่เยอาะก็ตาม)

เลยต้องคิดทบทวนดูอีกทีว่า ท่าน (เปรม) ทำงานอย่างกระฉับกระเฉงตลอดมาอย่างไม่มีเวลาพักผ่อนได้อย่างไร ตั้งแต่เกษียณอายุใหม่ๆ จะเป็นบุญกรรม หรือเวรกรรม อะไรกันแน่..  ผมเป็นห่วงท่านเปรมอยู่เหมือนกัน ที่ท่านทำงาน (หนักสมอง) เกินกว่าวัย ท่านเปรม ยังทำงานหนักอยู่ คือยังยืนหยัดอยู่ในตำแหน่ง “ประธานองคมนตรี” (ซึ่งไม่น่าจะมีอยู่แล้ว ณ วันนี้)หรือว่าจะเป็นเพราะเหตุนั้น สภาฯ จึงยังไม่ได้เสนอพระนาม พระราชโอรส หรือ พระราชธิดา พระองค์ใด ขึ้นมาเป็นพระมหากษัตริย์ หรือ พระมหากษัตริย์(ส)ตรี น่าจะเป็นความหวังดี (ไม่น่าจะมีความประสงค์ร้ายแต่ประการใด) มีใครหรือขอร้อง (หรือเปล่าไม่รู้) ให้ท่านเปรม ทำงานหนัก..ในตำแหน่งหัวหน้าคณะองค์มนตรี ต่อไปอีก ในตำแหน่งองคมนตรี เข้าใจว่า องค์พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้งขึ้นมาด้วยพระองค์เอง)ให้กับคนดีศรีแผ่นดิน

ท่านเปรม ขอรับ..ผมคิดว่า ตำแหน่งสำคัญที่ท่านควรจะทำเพื่อรับใช้ประเทศชาติโดยตรง  คือตำแหน่งผู้บัญชาการป้องกันราชอาณษจักร.. ท่านก็รู้ว่า เป็นตำแหน่งอะไร ใช่เลย..(กินรวบ)  รวมหลายตำแหน่ง  “ผู้บัญชาการกองทัพบก” ผบ.กองทัพเรือ ผบ.กองทัพอากาศ รวมกันคือ ตำแหน่งผู้บัญชาการป้องกันราชอาณาจักร  ผมเบื่อขอรับ..(ไม่ใช่เบื่อท่าน อย่าเข้าใจผิด)เบื่อพวกนายพลหลายๆ คน ทั้งวิ่งทั้งเต้น แซงซ้ายแซงขวาตัดหน้าตัดหลัง ถึงขนาด “หักหลัง” กัน เพื่อจะได้ตำแหน่ง ผอ.ทบ. หรือว่าอยากจะเป็น เพราะว่ามีค่าคอมมิสชั่นมากมายในการจัดซื้ออาวุธ ผู้บัญชาการทหารบก น่าจะเป็นผู้เลือกอาวุธเอง เพราจะรู้ยุทธวิธีการสู้รบเป็นอย่างดี ว่าน่าจะใช้มีดพก ใช้หอก ใช้ดาบ ใช้ขวาน  ใช้ปืน จนถึงกระทั่ง ใช้ตะเกียบปลายแหลม สั่(งซื้อจากจีนแดง) มาเป็นอาวุธต่อสู้กับ   สัตรู นอกจากจะเอาปากกัด ตีนถีบ สัตรูของบ้านเมือง ไม่ว่าหน้าไหนใครมาราวีประเทศไทย เมื่อไหร่.. เมื่อเอย..ก็เมื่อนั้น  แต่อย่าได้เอาเงินภาษีของประชาชน ไปซื้อาวุธ ระเบิด นิวเคลียร์ ราคาแพง หูดับตับไหม้ (ขอให้ใช้ระเบิดขวด เมดอิน ไทยแลนด์ แทนไปพลางๆ ก่อน) มีระเบิดนิวเคลียร์ก็ไม่รู้จะเอาไปถล่มประเทศไหน ถ้าเก็บไว้นานมันเกิดระเบิดขึ้นมาเอง (หลายๆลูก)  ประเทศทั้งประเทศ ก็จะเหลือเพียงแค่ฝุ่นเท่านั้นเอง ต่างคนต่าง (ตาย) ไปคนละทิศคนละทางสองทาง...แล้วอย่ามาหาว่า “หล่อไมเตือน”

ถ้าท่าน (เปรม) ยังดื้อดัน ที่มีมาพร้อมอยู่แล้วกับความเป็นชายชาติทหารของท่าน แถมยังมียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็นถึง นายพลเอก ท่านลาออกจากหัวหน้าคณะองคมนตรี เสียเถิดครับ (ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ท่านจะไปลาออกจากใคร (จุดธูปจุดเทียนบูชาศาลพระภูมิ ลาออกที่ตรงนั้นก็ได้)  ยังไง..ก็ตาม ท่านก็มีเหตุมีผลว่า จะไปรับงาน เป็น “ผู้บัญชาการป้องกันราชอาณาจักร” ดีก่า (ดีก่า แปลว่าดียิ่งกว่าดีกว่า”) เหมาะสมกว่า สถานการณ์ในบ้านเมืองปัจจุบันที่กำลังยุ่งเหยิงเป็นอย่างยิ่ง. แหม..ท่านน่าจะถือ “คติ”อย่างผมว่า ใครมือยาวสาวได้สาวเอา มานานแล้วใช่ไหมครับ..

ใครที่เป็น ผบ.ทหารทุกเหล่าทัพ อยู่ โปรดกรุณา “ลาออก” ให้ท่าน พล.อ  เปรม ติณสูลานนท์  คนซื่อ ไปรับตำแหน่งใหม่เป็น “ผ.อ. ป้องกันราชอาณาจักร” รวมสามเหล่าทัพเข้าด้วยกัน ..ผบ.แต่ละ.เหล่าทัพต้องรีบ “ลาออก” อย่างรีบด่วนได้แล้วในขณะนี้

ผมรู้ใจท่านดีว่า ถ้ามีข้อเสนอไปให้ คำตอบของท่านคือ  “ย่อมได้”

ผมฝากความคิดความเห็นให้ท่าน“คิดดูให้ดี” เสียก่อน นะครับว่า

เมื่อท่านเปรม ยิ่งใหญ่คับฟ้า..คับแผ่นดินแล้ว จะขอท่านอยู่อย่างเดียวว่า

ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ฯ น่าจะมาจากการเลือกตั้ง รับใช้ประเทศชาติและประชาชน ไม่ควรจะให้ใช้อาวุธสงครามเป็นทางเลือก ข่มขู่ประชาชนแล้วเข้ามายึดอำนาจรัฐไป แถมยัง “ขี้ลืม” ไม่ยอมคืนอำนาจการปกครองให้กับประชาชน.. อีกต่างหาก..บอกหน่อยได้ไหมว่าเมื่อไหร่...ไหว้วานขอให้ไปกระซิบถามนายกรัฐมนตรี ที่มาจากการยึดอำนาจว่า บอกกับประชาชนทั้งหลายว่า จะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อไหร่” บอกมาตรงๆก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ชาตินี้.. ชาติหน้า..หรือว่า..ชาติไหน ประชาชนจะได้ทำใจ.ไม่ให้เสียความรู้สึก”กลืนไม่เข้า..คายไม่ออก”บอกไม่ถูก..ได้แต่ทำ “ตาเหลือก” ส่ายหน้า ระอาใจ..อยู่กันจนถึงวันนี้

ตัวเกล้ากระผมเองนั้นอยากจะกลั้นใจตาย.แต่.. (กลัวจะหายใจไม่ออก)

ยังลังเลอยู่ไม่กล้าทำ..อยากจะตาย..แต่ยังกลัวตายอยู่.. ขอรับท่าน...