Get Adobe Flash player

กว่าจะถึงวันนี้... โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

เป็นไปตามขั้นตอน ตามระเบียบราชประเพณี แต่งตั้งสมเด็จพระราชโอรสาธิราชขึ้นเป็น “พระมหากษัตริย์” รัชกาลที่๑๐ สืบแทนพระราชบิดา ที่ทรงเสด็จสวรรคต ตามพระราชประเพณีที่ผ่านๆ มา

ข้าพระพุทธเจ้าฯ ในนามของหนังสือพิมพ์ เสรีชัย

ขอถวายสักการะ ขอให้พระองค์ ทรงพระเจริญ..

เสรีชัย นสพ.ไทยในสหรัฐอเมริกา ตีพิมพ์ด้วยตัวอักษรภาษาไทย สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ ณ นคร ลอสแองเจลิส เป็นเมืองใหญ่แห่งหนึ่ง ของรัฐแคลิฟอร์เนีย มีชาวไทยอาศัยอยู่ ทั้งประกอบอาชีพ และมาศึกษาเรียนต่อเป็นจำนวนมาก มาเรียนรู้วิชาการ เพื่อจะได้นำวิชาความรู้ ไปร่วมกันพัฒนาประเทศ สืบต่อไป  

เสรีชัย มีอายุยืนยาวยืนหยัด เป็นกระบอกเสียง เรื่อง “ข่าวสาร” จากประเทศไทยให้กับคนไทย ในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งข่าวที่น่าสนใจของคนไทย ณ เมืองแอล.เอ.ข่าวและความคิความเห็นที่น่า น่าสนใจจะมีให้ติดตามกันอยู่ในหนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ เสรีชัยขอย้ำว่า “ชาวไทย” ส่วนใหญ่ ณ นครลอส แองเจลิส รักเคารพและนับถือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รวมทั้งพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐ พระองค์ทรงขึ้นครองราชฯ แล้ว ในปัจจุบัน  

เสรีชัย..ขอให้พระองค์ทรง ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญของประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ..ตลอดกาลนาน..เทอญ..

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ...

จากพสกนิกรของพระองค์และชาวคณะผู้จัดทำ นสพ.เสรีชัย..ในอเมริกา   

เคยมีความหวาดหวั่นใจพรั่นใจว่า ตั้งแต่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ” สิ้นพระชนม์ฯ เวลาก็ผ่านไปเนิ่นนานพอสมควร กว่า ๕๐ วัน แต่ยังไม่มีการแต่งตั้ง “สมเด็จพระราชโอรส”  ขึ้นมาครองราชย์ตามพระราชประเพณี  ขอฟื้นฝอยหาจะเข็บกันหน่อย เพื่อความชัดเจน ขจัดความคิดต่างที่ติดอยู่ในจิตใจของผู้คน ใคร่จะถาม.ถึงเรื่องนั้น แต่ไม่รู้ว่าจะถามใคร เพราะประเทศไทยยังคงอยู่ในการปกครองบริหารงานของ “ทหารไทย คณะ คสช.” ยึดอำนาจมาด้วยการทำ “รัฐประหาร” แน่นอนว่า เมื่อยังไม่มีประชาธิปไตย(เต็มใบ) จึงได้เห็น “การปกครอง”เป็นไปตามครรลองด้วยการใช้ พระเดชมากกว่าพระคุณ ถึงจะหย่อนยสนลงหน่อยๆ ไม่เต็มร้อย..ก็ตามที.

ตามที่เคยมีความเข้าใจว่า รัฐบาลไทย เคยมีหลักการปกครองบริหารประเทศ จะต้องมาจากการเลือกตั้ง จาการลงคะแนนเสียงส่วนใหญ่ของประชาชนเลือก ส.ส.จากพรรคการเมือง (หลักๆ) เข้ามา “ตามระบอบประชาธิไตย  ยังงุนงงสงสัยว่า การ”ปฎิวัติ” ยึดครองอำนาจบริหารของประเทศนั้น “เป็นข้อห้าม” ตามกฏหมาย และยังมีบท “ลงโทษ” ผู้ก่อการรัฐประหาร อย่างรุนแรง ถึงขั้น “ประหารชีวิต” (เคยเห็นมาแล้วก็ตาม) แม้ว่าตัวบทกฏหมายจะเขียนไว้ชัดเจนถึงปานนั้น ก้อ..ยังมีผู้ที่ “กล้าคิด กล้าทำรัฐประหาร ต่อๆ กันมา ต่างกรรมต่างเวลาเรื่อยมา เท่าที่เห็น ตั้งแต่ จอมพล.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นตัวอย่าง

..ผู้กำชัยชนะ.. ก็ปรีย์เปรมเกษมสันต์เบิกบานสำราญใจ เพราะมีเดิมพัน คือ การได้ครองอำนาจรัฐ เข้ามาบริหารแบบง่ายๆ มาง่าย ไปยาก ไม่ต่างกับ “แช่แข็งระเทศเอาไว้” ไม่สามารถจะเดินไปข้างหน้าได้ตามทำนองครองธรรม เฉกเช่นประชาคมของประเทศที่เจริญแล้ว การปฎิวัติ จึงเป็นความน่ากลัวอย่างหนึ่งของประชาชนคนที่รักอิสระภาพและเสรีภาพ หัวหน้าคณะปฎิวัติ ทำรัฐประหารสำเร็จลงได้ รายไหนก็รายนั้น จะต้องเป็นคนควบคุมสถานการณ์ ในประเทศไว้โดยการยึดเอา “ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี” ไว้ จึงคล้ายว่าเป็นการสมนาคุณให้กับผู้ที่ทำปฎิวัติสำเร็จ ส่วนใหญ่แต่งตั้งตัวเองเป็น นายกรัฐมนตรี..(ซะละมาก)  มีหน้ามีตาทำท่าทีขึงขังเอาจริงเอาจังกับประชาชน เป็นลูกไล่ เป็นเหมือนไก่อยู่ในกำมือ ไม่เห็นริ้วรอยของการกระทำผิดกฏหมายแต่อย่างไรทั้งสิ้น น่าจะเขียนเองเออเองเรื่อง “นิรโทษกรรม” แล้วชำระสะสางความผิดให้พวกเขาเป็นสิ่งถูกต้อง ในการกระทำนั้นๆ แล้วหรือ อ้างว่าเป็นการช่วยชาติและประชาชน เป็นเรื่องดีขาวสะอาดหมดจด ไม่ต่างกับเอาผงซักฟอก ขัดถูไปทั่วตัวผู้ร่วมทำปฎิวัติ ชำระล้างการกระทำให้ “ขาวผ่อง ไร้มลทิน” ขึ้นมาทันที

ยังอดคิดไม่ได้ว่า เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลฯ” เสด็จสวรรคต ณ ช่วงเวลาที่คณะปฎิวัติครองเมืองอยู่ ไม่ทราบว่าใครแต่งตั้งให้ประธานองคมนตรี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ขึ้นมาเป็น  “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” หมายถึงเป็นผู้แทนทำภารกิจต่างๆ แทน องค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ทรงเสด็จสวรรคต เอาอะไรมาพูดถึงความถูกต้อง เอาะไรมาเป็นมาตรฐานว่า “ทำได้”  ที่ถามถึงเพราะอยากจะรู้ว่า  ณ เวลานั้นหรือเวลาใกล้เคียงกัน มีการแต่งตั้ง “พระเจ้าอยู่หัวฯ” พระองค์ใหม่กันแล้วหรือไม่เป็นเพราะอะไร..ทำไม..

เคยคิดกันบ้างหรือไม่ว่า สิ่งที่ทำขัดหูขัดตาพสกนิกร ไม่เป็นไปตามพระราชประเพณีดั้งเดิม หรือถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่เมื่อไหร่  “ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” รับช่วงงานทำหน้าที่ต่างๆ.. ต่อเมื่อ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงติดพระราชกรณียกิจอยู่ (อาจจะเสด็จไปเยือนต่างประเทศหรือทรงพระประชวร)  หัวหน้าคณะองคมนตรี (ในรัชกาลที่ ๙) คือสมเด็จเปรมฯ เอ้ยไม่ใช่ คือ ประธานองคมนตรี พล.เอก เปรม ติณสูลานนท์ จะเป็นผู้รับ สะสางรับภาระงาน แทนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่ครั้งนี้หาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ถูกต้องตามทำนองครองธรรมแล้วหรือ? แม้จะได้รับและได้รู้กันมาว่าเป็นอย่างนั้นแล้วก็ตาม ย่อมจะขัดกับความรู้สึก (นึกคิด) ของประชาชน คนรักพระมหากษัตริย์ ทั่วๆไป รู้สึกหงุดหงิดกันอยู่อย่างค่อนข้างจะขัดเคืองใจ  

“ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” จะทำหน้าที่แทน “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” ตามพระราชประเพณีได้ต่อเนื่อง ถ้า องค์รัชทายาทฯ ยังทรงพระเยาว์ (หรือยังไม่บรรลุนิติภาวะ..) จึงจะต้องมี (พระพี่เลี้ยง) คือ “ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์” แต่นี่ สมเด็จเจ้าฟ้าชายโอรสาธิราชฯ มีพระชนมายุเกิน ๖๐ พรรษา แล้ว ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ท่านเปรมฯ ยังจะต้องเป็น “พระพี่เลี้ยง” สมเด็จพระราชโอรสาธิราชฯ  อีกด้วยหรือ  (ทั้งๆ ที่พระองค์ท่าน ทรงมีพระชนมพรรษาเกินกว่า ๖๐ พระชนมพรรษาแล้ว )

ประธานองคมนตรี.. ท่านเปรม..เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ร.๙) อยู่นั้น เป็นไปตามคำบัญชาหรือตามคำสั่งของใคร  เพราะยังไม่ได้ยินว่า  ร.๑๐ พระองค์ท่านทรงแต่งตั้งให้ ท่านเปรม หัวหน้าคณะองคมนตรี () มียศฐาบรรดาศักดิ์ เป็น ประธานคณะองคมนตรี (ร.๙) จะสืบเนื่องเป็นผู้สำเร็จราชการฯ ต่อไปได้เลย.หรือไม่ อย่างไร...(ไม่น่าจะใช่) เพราะตำแหน่ง “ประธานองคมนตรี.ย่อมจะต้องแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ (อีกครั้งแม้จะเป็นคนหน้าเดิม) ก็ย่อมได้  ตามพระราชประสงค์ของ พระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน (ร.๑๐)

อีกประการหนึ่งทุกวันนี้ ไม่มีใครเคยเห็น ท่านเปรมฯ ไปปรากฏตัวที่แห่งหนตำบลใด  หายเงียบเข้ากลีบเมฆไป “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”  ผลุบหาย ยังไม่โผล่มาให้เห็นหน้าค่าตา ทิ้งตำแหน่ง หัวหน้าคณะองคมนตรีไว้อย่างนั้น ..ทางที่ถูกที่ควร .ควรจะลาออกจากตำแหน่ง ให้ พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ เลือกแต่งตั้งคณะองคมนตรีชุดใหม่ ตามพระราชประสงค์  

เสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าท่านเปรมฯ (ผู้ลึกลับ..มีอภินิหารย์ หายตัวได้)ถ้ายังไม่ตาย ก็คงเก็บตัวเงียบ(หรือท่านจะแปลงตัว ในเรี่ยวในรูก็อยู่ได้) ถ้ายังมีชีวิตอยู่ ก็น่าจะปรากฏตัวออกมาทำหน้าที่แถลงเอง ว่า คณะองคมนตรี (ร.๙) ได้ลาออกทั้งคณะ .การจะเลือกหรือแต่งตั้ง คณะองคมนตรี  ใน รัชกาลที่๑๐ เป็นพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ พระองค์ใหม่ จะเลือก “คณะองคมนตรี” เองจะเป็นคณะเดิมหรือไม่.(คณะเดิมชื่อดังไม่ต่างจากคณะ ยี่เก“หอมหวล”)..ตามพระราชประสงค์ของพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ ๑๐

ประชาชนเลยไขว้เขว ก่อนที่จะมีการป่าวร้อง (ป้องปาก) กันลั่นสนั่นเมือง ว่า สมเด็จพระราชโอรสาธิราช..ฯ ขึ้นครองราชย์เป็น รัชกาลที่ ๑๐  ทุกวันนี้คือความจริง ท่านเปรม เงียบหายไปไหน.? .รู้หรือไม่ว่า มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่แล้วก่อนหน้านั้น มีการประโคมข่าว (ยุแยงให้เกิดเสียงกระซิบให้รู้ๆ รู้แล้วอย่าบอกใครเชียวว่า) พี่ๆ น้องๆ แตกแยกกันเอง เพราะมี “บ่างช่างยุ”  ความจริงเห็นๆ กันอยู่ในวันนี้แล้วว่า “เป็นข่าวโคมลอย” แอบๆ กระซิบกระซาบระริกระรี้ว่า เป็นอย่างนั้น.อย่างนี้ แต่ความจริงคือความจริง สิ่งที่กระซิบกระซาบกันมาปากต่อปากเหมือนไฟไหม้ป่า  ใครประโคมข่าวเพื่อหวังผลอะไร ?  

วันนี้..โลกเปลี่ยนแปลงไป.แทนที่จะหมุนรอบตัวธรรมดาๆ กลับกลายเป็นหมุนเอียงกระเท่เร่ เป๋ไปก็เป๋มา (คนใหญ่คนโตเลยแป๋ตาม)  สวนทางกัน ทั้งวิธีคิดและปฎิบัติของผู้คน ..ก็เปลี่ยนไป

ใครเห็นหน้าค่าตา “ท่านเปรม” บ้างไหม ถ้าบังเอิญได้พบประสบท่าน  ช่วยกราบเรียนท่านว่า ราคาคุณค่าความเป็นตัวเป็นตนของคนชื่อ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เว้าๆ แหว่งๆ หดหายลงไปเรื่อยๆ  แต่ไม่ถึงกับไร้ค่า ความดีของท่านยังคงมีอยู่บานเบอะ  ยังคงจะมีอยู่..ไม่ถึงกับเลอะเลือนหายวับไปกับตา ถ้าไม่ทำตัวเป็น “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” ยืนค้ำหัวกบาลของใครต่อใครต่อไปอีกเลย”..คน “บ้าระห่ำ” ยังมีอยู่ใกล้ๆ ตัวท่านนั่นแหละ “เหนือฟ้า..ยังมีฟ้า”นะขอรับ..

ถึงแม้ว่าท่านเปรมฯ จะถูกยกย่องว่าเคยเป็นถึง “รัฐบุรุษ”(?) ก็ตาม.ยังจะล้มครืนทั้งยืนก็ย่อมได้... ครั้งกระโน้นกับวันนี้..ต่างกัน เป็น หน้ามือกับหลังมือ..”เพราะความลุ่มลึกตามฉายา “นักฆ่า แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา”.ของท่านเองแท้ๆ  ใครๆ ก็พากันกลัวจนหัวยืดหัวหดสลับกันไป(ถามนายกฯ คนปัจจุบันดูซี..น่าจะรู้ดีกว่าใครอื่น)เกรงฉายา “นักฆ่าแห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา” แปดเหลี่ยม สิบสองคม มีทั้ง หวานนอกขมใน อยู่ท่านตัวท่านทั้งนั้น

แต่วันนี้ อะไรต่อมิอะไร..เปลี่ยนแปรไป  ณ เวลานี้ ท่านคือ “ชายชรา” ไม่มีความคงเส้นคงวาเป็นไปตามธรรมชาติ ของผู้ที่มีอายุถึง ๙๖ ปี ทั้งความคิดความจำการกระทำจะให้เหมือนเดิม.ย่อมเป็นไปไม่ได้อีกเช่นกัน...ในชาตินี้..

คำว่า “รัฐบุรุษ” ที่ใครๆเคยยกย่องสรรเสริญท่านต่อหน้า แต่ความจริงกลับกลายเป็นว่า “หน้าไหว้หลังหลอก”..หรือ.”.ลิงหลอกเจ้า”  บารมีที่ท่านเคยมีอยู่เลือนลางลงไปตามวันเวลา “มีลาภ..เสื่อมลาภ..มียศ..เสื่อมยศ”  แต่กระผมยังนับถือท่านอยู่ใน ฐานะผู้เฒ่า”.(เก๊าส์เกมส์การเมือง)..ไม่ว่ามท่านจะเสื่อมไปถึงไหนๆ กระผมจะนับถือท่านด้วยความเวทนาเรื่อยๆ ไป ตราบใดที่ท่านยังมีชีวิตอยู่.. (ขอเพียงให้ดูโลกให้โสภากว่านี้..อีกสักหน่อย)

ให้คนรุ่นใหม่ เขาว่ากันไปตามเหตุการณ์...บ้านเมือง

ตามยุคตามสมัยของเขา.ดีกว่ามั้ย?..ขอรับ..ครับกระผม.