Get Adobe Flash player

เหล้าเก่าในขวดใหม่ใหม่ โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

ถ้าจะนับวันเวลา ตามแต่ละชั่วโมงของนาฬิกาที่ผ่านไปว่า จะเหลือเวลาอยู่สักกี่ชั่วโมงกี่วันจึงจะถึงวันขึ้นปีใหม่.. นั่งนิ้วมือทีละนิ้ว  ก็รู้ว่า วันเวลาของวันขึ้นปีใหม่ นับจากมือข้างเดียว นับช้าๆ แค่อ้าปากนับอยู่ไม่กี่คำ ก็ครบทุกนิ้วแล้ว หมายความว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า.. ก็จะถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว..

ผมห่างหายจากผู้คนในสังคมไทย..เหมือนคนไม่มีตัวตน ก่อนหน้านั้นห่างจากเทศกาลฉลองศักราชใหม่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ท่ามกลางความเก่า (ที่เป็นสนิม) ถึง “วันขึ้นปีใหม่” (หน้าตาจุ๋มจิ๋ม) แต่ปีนี้ เหมือนกับว่าไม่ค่อยรู้สึกอะไรนักหนา ไม่ว่าจะเป็นความกระตือรือล้นที่เคยรู้สึกอย่างนั้นมาก่อน ย้อนหลังวันเวลาผ่านไปหลายสิบปี ที่ผ่านมา แล้วผ่านไปอย่างรวดเร็ว บทบาท (ความเป็นอยู่ที่เป็นจริง) ของชีวิตมีความเป็นอยู่อย่างไร ยังจำเจเหมือนยี่เกตัวเสนาหลงโรงอยู่อย่างนั้น  ..มันคือความซ้ำๆ ซากๆ ที่ผ่านมาแล้วผ่านไป จะเอาอะไรมากไปกว่านั้นอีกล่ะ เวลาที่ผ่านมา (จนหงอกแด็กส์) ทั้งรู้ทั้งเห็นรู้..อะไรต่อมิอะไรไปหมด เก่าไปแต่ยังไม่มีใหม่สิ่งใหม่ๆมาแทนที่ เวลาลืมตาขึ้นมาตอนเช้า (หรือบ่ายเย็น) แต่ส่วนมากก็จะเป็นตอนสายๆ   มองสภาพสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป หรือไม่น่ามีอะไร (ในกอไผ่) มากไปกว่า ปีเก่า..

เมื่อสิ้นสุดวันเวลาของปีเก่า .... ต่อเนื่องไปถึง วันต้อนรับปีใหม่..ต่างกันตรงไหน.. สำหรับตัวเรา มันเป็นแค่ “วันเวลา”ที่ล่วงเลยไปแล้วเท่านั้นเอง..อะไรต่อมิอะไรที่ผ่านมา ก็ให้ผ่านไป..กับปีเก่า เริ่มต้นกันใหม่.. เริ่มต้นอีกที.แต่ละปี.. แต่ละปี.. เริ่มต้นใหม่ทุกต้นปีจนกว่าจะพบกับความหวัง ความตั้งใจของเรา..เป็นจริงขึ้นมา..เพียงแค่คิด ก็เลยต้องเตือนสติตัวเองว่า อย่าไปหวังอะไรให้มากนัก

(ขณะทีกำลังเขียนเรื่องนี้อยู่) จะเรียกว่า “ระบายความทุกข์” ก็ย่อมได้ หรือกำลังขอให้สิ่งที่เรียกกันว่า “ความสุขกับปีใหม่” ที่กำลังย่างกรายมาถึงอีกไม่กี่วันข้างหา ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ..ไร้ความกระตือรือล้น รู้สึกเฉยๆ ก่อนหน้าวันปีใหม่ มานานหลายปี (หลังจากมาอยู่ที่นี่..มะริกา)แล้ว  ปีใหม่แต่ละปี ๆ คล้ายกับ“ย่ำเท้าอยู่กับที่” ปีใหม่ปีนี้ เช่นเดียวกันกับปีที่ผ่านๆ มาจำไม่ได้ไว่า มีปีไหน..ปีไหนบ้าง มีความรู้สึกอย่างไรในแต่ละปี  .. แม้แต่ความตั้งใจจะทำอะไรที่เรียกกันว่าดี  เมื่อถึงวันเวลาขึ้นปีใหม่.. ปีนี้. ก่อนหน้าวันขึ้นปีใหม่..ไม่กี่วัน หลับตาเห็นปีใหม่ผ่านเข้ามาแล้วก็ผ่านไป..อยากจะได้รับความแปลกๆ ใหม่ๆ เข้ามาแทนที่ “ความจำเจ”(ซ้ำแล้วซ้ำอีก) ก็คงจะ “ต้องกินแห้ว” นั่งตาแป๋วคิดอะไรไม่ออกต่อไปอีกปี.. ที่ละปี..ทีละปี..ต่อๆไปจนถึงปีสุดท้าย..(ของชีวิต) คงจะต่อเติมคำพูดใหม่เข้าไปอีกคำสองคำ คือ “ลาที..สวัสดีปีใหม่”

        ความ “จำเจ” (อย่างจำใจ) ติดต่อกันมานานหลายๆ ปีเข้า...  ก็รู้สึกว่า ความตั้งใจดีกับการเริ่มต้นชีวิตใหม่หลายครั้งหลายครากับ “วันขึ้นปีใหม่”  เนื้อหามันมีเพียงแค่ความตั้งใจ เพิ่มความกระตือรือล้น สร้างความมั่นใจให้กับตัวเองด้วยการ สวดมนต์ภาวนาขอพรพระ สำหรับปีใหม่..ปีนี้  ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน ไม่น่าจะนานมากว่าหนึ่งสัปดาห์ เกือบจะถึงเวลา “วันขึ้นปีใหม่” ความคิดความฝัน ความตั้งใจให้ตัวเอง (คือเหล้าเก่า) จะเข้าไปอยู่ในขวดใหม่ ขึ้นศักราชใหม่ ก็เพียงแต่ภายนอกเท่านั้นที่เปลี่ยนไปเป็น “เหล้าเก่าในขวดใหม่” แต่เนื้อในเปรียบได้ว่า ไม่ต่างอะไรไปจากเหล้าเก่าถ่ายเทเข้าไปอยู่ในขวดใหม่ ก็เท่านั้น ตัวตนของเราเป็นมาอย่างไร ก็จะเป็นไปอย่างนั้นต่อไปอีก..ที่เปลี่ยนไป (ภายนอก) คือ“ขวดใหม่” อาจจะทำให้ดูรู้สึกว่า สดใส แต่ความเป็นจริงยังคงเป็น “เหล้าเก่า”รสชาด (ขื่นคอ) เหมือนเดิม มีสันดานเดิมติดอยู่  เหมือนเหล้าเก่า ยี่ห้อไหน ชื่อใคร ก็ยังคงมีรสชาดเดิมๆ เป็นมาแบบไหนก็เป็นไปแบบนั้น สิ่งที่เปลี่ยนไปเพียงแต่สิ่งห่อหุ้มภายนอก (คืออยู่ในขวดใหม่ “ปีใหม่”) เท่านั้นเอง จิตวิญญาณ เป็นมาอย่างไร ก็คงจะเป็นไปเหมือนเดิมเช่นเดียวกัน

 “ปีใหม่” เป็นแต่เพียงการกระตุ้นเตือนใจว่า ปีนี้จะขอมีความสุขเฉกเช่น ผู้ที่ได้ความสุขความสบาย ไร้ความทุกข์ใจ ไร้ความกังวล อยากจะรู้อยากจะเห็นอยากจะประสบพบเจอกับสิ่งใหม่ๆ บ้าง.. ตั้งใจด้วยความ “กระตือรือล้น ว่าน่าจะมี แต่ยังไม่มีวี่แววปรากฏขึ้นมาให้เห็นกับตาตัวเอง แล้วจะไปหวังอะไร..กับปีใหม่..ปีนี้..สิ่งที่เฝ้ารอคอยเรียกหา คือความมีชีวิตชีวา ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บบั่นทอนร่างกายและจิตใจตลอดเวลา. อยู่อย่างไร้ชีวิตจิตใจ อยู่กับร่างกาย..ที่เกิดมาตามธรรมชาติ  “เกิด..แก่.. เจ็บ ตาย” (ทุกวันนี้ ยังไม่ถึงกับตายแต่อยู่กับ ความแก่ชรา .น่าชัง).

ก่อนที่จะมาอยู่ มะริกา..ผ่าน“วันขึ้นปีใหม่” มาหลายต่อหลาย ปี “ทุกครั้งเมื่อถึงวันขึ้นปีใหม่”  เตรียมตัวเตรียมใจสนุกสนานกับงานเฉลิมฉลอง. ”ตั้งต้นชีวิตใหม่” อย่างกระตือรือล้น ..แล้วก็เลยคิดก้าวกระโดดต่อไปว่าขอให้มีความสุขสบายเหมือนในความฝันต่อไปอีก  ปีถัดไป ..ถัดไป..แล้วก็ถัดไป .. ความฝัน ก็คงเป็นเพียงความฝัน ส่วน“ความจริง”(ที่ยังฝังแน่นอยู่ในใจ ตลอดมา) มันน่าจะเวียนไปวนมา ให้ได้พบประสบกันเหมือนอย่างที่เคยฝันๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้ามาแต่ละปี พอจะมีความสุขใจอยู่บ้าง กับงานเฉลิมฉลองวันปีใหม่ที่ผ่านๆ มา (เมื่อยังอยู่ “กรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมร”.. ครั้งกระนั้น ถือว่า เป็น  “ความฝันดี” ชั่วครั้งชั่วคราวที่ยังติดอยู่ในสมอง

สมัยหนึ่ง เมื่อยังเป็นนักเรียนชั้นมัธยมปลายๆ (เป็นหนุ่มน้อยรุ่นใหม่)  ตื่นเต้นกับงานฉลองขึ้นปีใหม่ตามสถานที่ต่างๆ กัน พบกับเพื่อนเก่าและมิตรใหม่.. ต่างก็ดีอกดีใจที่ได้พบหน้าค่าตาพร้อมเพรียงกัน .. ในวัน “เริ่มต้นชีวิตใหม่” เมื่อถึง”วันขึ้นปีใหม่” .. มีความตั้งใจ..สร้างความฝันให้กับ “ชีวิตใหม่” ด้วยความหวังทุกครั้งว่า น่าจะสดใสกว่าปีที่ผ่านๆมา ความหวังนั้นพังพับพาบลง..ก่อนจะถึงเวลาทุกตรั้งไป

ต่อจากนั้น..ไม่เคยหวังอะไรกับ “วันขึ้นปีใหม่” ทั้งยังไม่เคยเพ้อๆ ฝันๆ ลมๆ แล้งๆ ไปกับแดนดินถิ่น .แอล.เอ. ที่อยู่มานาน.ฝากเนื้อฝากตัวกับนางฟ้านางสวรรค์ “ลอส แองเจลิส...เมือง ”นางฟ้า”  จะเรียกชื่อว่า ลอส แองเจลิส หรือ ลอส...แอนเจลิส ก็ย่อมได้..ตามสบาย หมายถึง แอล.เอ .( เหมียนๆกัลล์) แต่ก็ยังคงมีความหวังอยู่บ้าง เพื่อสร้าง “กำลังใจ” ให้กับตัวเองตลอดมา (หลอกตัวเองอีกต่างหาก)   

ฝันต่อไปอีกว่า  ปีใหม่ปีนี้น่าจะตื่นจากความฝันเสียที  ควรจะอยู่กับความจริงไม่อิงนิยาย ได้ไหม.. หยุดถนอม “ความเรื้อรังปวดใจ” โอย..โอ้ย..ปวดใจ . น่าจะอยู่กับความจริง..ที่ทั้งรู้ทั้งเห็น.ทั้งยังเคยสัมผัสมาบ้างแล้ว.. ปีใหม่ ปีนี้ นับหนึ่งกันใหม่ .จะสุขจะทุกข์อย่างไร .. อย่าไปกล่าวโทษโกรธใคร. กระทั่ง “ดวง”  ที่ชอบอ้างกันนักหนา..

ส่วนตัวตนของตัวเอง ตั้งใจ (แค่ตั้งใจเท่านั้น) จะ “ตั้งหลักสู้” กับเขาด้วย เวลาก็ผ่านไป นานหลายปีดีดัก ยังอ้างว่าไม่พร้อม ที่จะมุ่งหน้าเดินต่อไปให้พบกับความฝันของตัวเอง จนกระทั่งทุกวันนี้ ยอมรับความเป็นจริงว่า “ยังเป็นคนที่น่าจะเรียกได้ว่า ผลัดวันประกันพรุ่ง..” อยู่อย่างสม่ำเสมอ (ไม่เป็นโล้ไม่เป็นพาย..อีกต่างหาก) อยู่เรื่อยๆ มาเรียงๆ ผลาญเวลาอีรุ่ยฉุยแฉก สุรุ่ยสุร่ายๆ (ไร้ประโยชน์ไปวัน..วัน)  ยังดื้อดันรวมทั้งดื้อดึงต่อความรู้สึก (ด้านดี) ไม่ปรับปรุงตัวของตัวเองไม่มีความสำนึกว่า ควรจะใช้ชีวิตอย่างไรในต่างบ้านต่างเมือง เหมือนกับ “ผู้คน” ที่เขาประสบสิ่งที่เรียกว่า “ความสำเร็จ” ในชีวิต ทั้งหน้าที่การงานและการเงิน  เพราะตัวเองไม่รู้จักสลับปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบรรยากาศ สถานที่.และถิ่นฐานที่อยู่อาศัย ณ ที่แห่งนี้ได้..อีกทั้งยังคงอยู่กับ “ความเป็นหัวหลักหัวตอ..”ผุๆ” (ไว้ให้บรรดาหมาข้างถนน พาดขาขึ้นฉี่รด อยู่นั่นแล)

ลอส แองเจลิส เป็นเมืองใหญ่ตั้งอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย อากาศดี ผู้คนน่ารัก ทั้ง มะริกันชนในลอส แองเจลิส  รวมทั้งคนต่างชาติที่เข้ามาเรียนหนังสือ หรือประกอบธุรกิจ ทำมาหากินในแอล.เอ.มากมายคละเคล้ากันไป  ตัวเองนั้น เป็น “กะเหรี่ยง” คนหนึ่ง ในแอลเอ.กว่าจะสำนึกขึ้นมาได้ ก็สายเกินไปเสียแล้ว เวลาผ่านไป..อย่างน่าเสียดาย  มีชีวิตอยู่อย่าง “ผลัดวัน..ประกันพรุ่ง”  แล้วพาลพลุ่งพล่านอารมณ์เสีย..บ่จอย..ไปทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเป็นราว “ขี้หมูรา..ขี้หมาแห้ง”  ( แต่ละเรื่องไม่เข้าท่า ปัญญาอ่อนทั้งนั้น)    

ใครๆ ที่มา “มะริกา”  ต่างตั้งความหวังเอาไว้ว่า จะมีชีวิตชีวา ความเป็นอยู่ดีๆต่อไปในอนาคต สำหรับตัว (ผม) เอง เปรียบได้เพียง “เม็ดทราย” ลมพัดลมเพซัดเซเข้ามาอยู่ใน “ป่าคอนกรีต” แห่งนี้.. ไม่ค่อยจะคิดถึง อนาคตอนาเคล็ด อะไรเท่าไรนัก สิ่งที่ใครๆ เขาเรียกว่า “อนาคต” ไม่เคยคิดตั้งหน้าตั้งตามองหาให้เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ระริกระรี้..เหมือนปลากระดี่ได้น้ำ ทั้งยังไม่กุลีกุจอ ปล่อยเนื้อปล่อยตัว อยู่อย่างสบายอกสบายใจไปเรื่อยๆ เหมือนลมพัดชายเขา  อยู่ไปวันๆ ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไปตามยะถา.. ดูกระจกเห็นหน้าตาตัวเองครั้งใด “สะดุ้งอยู่ในใจเหมือนกัน” เห็นด้วยกับคำพูดที่เคยได้ยินจากเพื่อนๆ อยู่บ่อยๆ ว่า “เป็นอะไรวะเม็ง หน้าแก่กว่าอายุไปหลายรอบทีเดียวเชียวนะเอ็งน่ะ”

จะเป็นเรื่องอะไรรับเอาไว้ได้หมด.. ถ้าอะไรมันจะเกิด ก็ย่อมเกิดขึ้นได้ ทั้งนี้และทั้งนั้น ต้องทำใจ..ไม่ว่า “โชคชะตา”จะผลิกผันไปทางไหน..กัดฟันรับได้เสมอ อย่าคิดว่าอยู่ “หายใจทิ้ง” ไปวันๆ เท่านั้นเอง ปีเก่า..หรือ ปีใหม่.. ไม่มีอะไรแตกต่าง..คิดมากกัน ถึงอย่างนั้นเชียวละ ความกระตือรือล้นสมัยมา “มะริกา” ใหม่ๆ หดหายไม่เหลือ..แล้วละหรือ

หรือจะเป็นเพราะว่าวัน เวลาเปลี่ยนไปแต่ละปียินดีที่เป็นแค่. “เหล้าเก่า” ใน “ขวดใหม่” เท่านั้น

ยังมีโอกาสหาความรู้ ควานหาดอลล่าร์..ได้อยู่..เพื่ออยู่ได้..

มาตั้งต้นนับหนึ่งกันใหม่..ในเมืองที่เรายังมีโอกาส

จะได้ยืนเด่นเป็นสง่า ถึงคราที่จะกลับคืน”สู่เหย้า”อย่างมั่นใจ...