Get Adobe Flash player

หนังกลางแปลง..เรื่องปฎิวัติ โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

สถานการณ์ความเป็นไปในบ้านเมืองไทยที่เป็นมาและเป็นไปทุกวันนี้ เหมือนหรือคล้ายกับเป็นหนัง ม้วนเดียวกันกับหนังไทย (สมัยโบราณ) เรื่อง ปฏิวัติ แต่เปลี่ยน “พระเอก” หน้าใหม่ (รับทเป็นหัวหน้าคณะะปฎิวัติ) เท่านั้นเอง

หนังจากรถเร่ขายยา ชื่อ “ปฎิวัติ” ชื่อนี้..ฉายมานานนับเหลายสิบปีมาแล้ว จนฟีมล์เปื่อย แต่อัดก็อปปี้ของเก่ามาฉายใหม่อยู่ตลอดเวลา กำลังเป็นที่ฮือฮาอยู่ ณ วันนี้ น่าจะเป็นหนังขายยากลางแปลง อาจจะสร้างใหม้ สคริปเก่า เนื้อหาของเรื่องทั้งเรื่องยังคง “เฉิ่ม” และ “เชย” เหมือนเดิม ลอกบทกันมา แบบว่า “ผู้อำนวยการสร้างคนใหม่” (รับบทเป็นพระเอกเสียเอง)  ไม่มีความคิดหรือลูกเล่นใหม่ๆ มาให้ดูให้ชมกัน หนังเนรื่อง “ปฎิวัติ” ที่สร้างใหม่ สร้างขึ้นมาเดินสายโดยใช้ รถเร่ขายยา (หอม) เป็นตัวแทนเดินสาย ฉายไปทั่วราชอาณาจักรไทย  หนังเรื่อง”ปฎิวัติ” นั้นสร้างมานานแล้ว ที่เดินสายฉายตามงานวัด ทุกวันนี้ ถ่ายทำกันใหม่แต่ใช้สคริปเก่า ใช้ชื่อเรื่องเก่า ชื่อเรื่องคือ “ผปฎิวัติ”   (มีพระเอกตัวใหม่) เนื้อเรื่องเลียนแบบคล้ายหนังขายยารุ่นเก่า ที่เร่ฉายหนังพร้อมกับขายยาไปด้วย เวียนไปเวียนมา ตามต่างจังหวัดต่างตำบล “เนื้อเรื่อง”  เหมือนกับว่า น่าจะเป็นก็อปปี้มาจากหนังเก่ายังกับว่าเป็น “คนละม้วนเดียวกัน” เริ่มฉายก็รู้เลยว่าจะเดินเรื่องอย่างไร มีแต่แค่ตัวแสดงเปลี่ยนไปตามกาลเวลา พระเอก คนใหม่เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตาไปบ้างตามยุคตามสมัย (พระเอกเรื่อง “ปฎิวัติ” รุ่นใหม่ หน้าตาก็ยังงั้นๆ แต่มีจุดหล่อ (พอขายได้) กว่าพระเอกหนังเรื่อง”ปฎิวัติ” อยู่ที่ผมดกหวีเรียบแปร้..(ไม่รู้ว่าไปเลียนแบบมาจากอดีตพระเอกยี่เกหลงโรงคณะไหนหรือไม่..แต่คงจะไม่ใช่พระเอก ยี่เก คณะ “หอมหวล” (พระเอกคณะยี่เกหอมหวลแต่ละคนหล่อมาก )อยากจะรู้แต่ไม่กล้าจะถามใคร จะถามคนที่รู้จริง “พ่อยก..” ที่อุปถัมภ์ พระเอกหน้าใหม่คนนั้นอยู่ ก็ไม่กล้า (กลัวว่าจะเป็นการแหว่างปากไปหาเสี้ยนเปล่าๆ)     

รถเร่ขายยาหอม (ยี่ห้อนั้น..นั่นแหละ) จะฉายหนังกลางแปลงอยู่เรื่องเดียว คือเรื่อง “ปฎิวัติ” (เอาต้นเนื้อต้นฉบับหามาจากยี่เก) มีหลายตอนก็จริงอยู่ แต่ฉายซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งหลายครา จนฟิล์มเปื่อย แต่ก็ได้ทำ “ก็อปปี้” สำรองเอาไว้ทุกตอนเรื่อยมา ฉายซ้ำๆ ซากๆ ให้ “ตาดู..หูฟัง” (ซ้ำๆ ซากๆ)  ตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า ตา ยาย ลงมาเรื่อยๆจนถึงลูก ถึงหลาน ถึงเหลน แล้ว ก็ถึงโหลน

ด้วยความที่เคยเป็นเจ้าประจำ “ดูหนังกลางแปลง” จากรถเร่ขายยามาตั้งแต่เด็ก เลยติดหูติดตามาจนกระทั่งทุกวันนี้ อยากจะบอก คนแต่งเรื่องว่า เรื่องเก่า มาเล่าใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำอีก เปลี่ยนเรื่อง ถ่ายทำกันใหม่ได้ไหม.. หรือว่า ฝึกปรือมาจาก “ครอกเดียวกัน”  ใช้บทบาทเดียวกัน “เล่นไม่ยากส์” ไม่ว่าจะถ่ายทำซ้ำกี่ครั้งกี่หน แล้วก็ตาม จนน่าเบื่อ แม้จะเปลี่ยนตัว ฎพระเอก” หน้าใหม่สลับกันไปสลับกันมา ถ่ายทอดกันมาหลายรุ่น (เรียกว่าผูกขาด) ก็ยังน่าเบื่อ.. อยู่นั่นเอง

ผมคนหนึ่งละ...เป็นเด็กแก่แดดมาตั้งแต่หัวเท่ากำปั้น แต่ความที่เคยเป็น “ขาประจำ” หนังกลางแปลง จากรถเร่ขายยา  แทบทกครั้ง รู้ทุกทีว่ารถเร่ขายยา (หอม) จะมาตามนัด (รู้ก่อนเนิ่นๆ) จะมาฉายหนังกลางแปลงให้ดู วันนั้นหรือจะเป็นวันนี้ ที่ไหน .... ไม่ว่าจะใกล้จะไกลจากบ้าน ก็รีบไปจองที่ไว้ ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ตกดิน ชะเง้อมองดูรถขายยา เข้าเขตวัดมาเมื่อไหร่ ตั้งจอหนังกลางแปลงตรงไหนจะไปนั่งจองตรงนั้น ..จะได้ดูหนังจากรถเร่ขายยาเรื่อง “ปฎิวัติ” (ตอนใหม่)  แน่ๆ..แต่ไม่รู้ว่าจะเป็น ตอนไหน.. (มีหลายตอนจบ)  อยากจะถาม (คนขับรถขายยา)ว่าหนังเรื่อง “ปฎิวัติ” ที่นำมาฉาย (ในวันนั้น) มีพระเอกหน้าใหม่เข้ามาเล่นเป็นตัวนำไหม  ไม่ว่าหน้าตาจะ “เสร่อ” แค่ไหนไม่เกี่ยง  ได้ข่าวว่าสปอนเซ่อร์ (คือบริษัทขายยาหอม) สร้างตอนใหม่ๆขึ้นมาใช้”ตัวเล่น”ใหม่ๆ คงจะน่าดูน่าชมกว่าหลายๆตอนที่ผ่านมา น่าเบื่อ “เสียของ” แทบจะทุกตอน (ไม่มีบทบู๊ถึงใจ)  พระเอกมีแต่จะคอย แด๊กส์ ทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นพระเอกคนเดิมหน้าเดิมที่ผ่านมาก็ยังงั้นๆ  แว่วว่ามีพระเอกหน้าใหม่มารับบทตอนใหม่ มาฉายคืนนี้ (คือคืนนั้น) มิใช่เหรอ ? มีหนัง (กลางแปลง) เรื่อง “ปฎิวัติ”ตอนใหม่มาฉาย น่าจะมีมุขใหม่ให้ดูให้ชม จะได้ไม่ต้อง “ยี้” กันเสียที..ใช่ไหม  

ตัว (เกล้ากระผม) เอง..เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมามากแล้ว  ชอบดูหนังบู๊ จากเมืองนอกที่เข้าามาฉาย เป็นตอนๆ ติดตามเรื่อยมา คือเรื่อง “เจมส์ บอนด์ 007” เข้าท่า น่าดูกว่าหนังจากรถเร่ขายยาที่ทำท่าว่ามันส์.. พ่ะ..ย่ะ..ค่ะ.. เรื่อง “ปฎิวัติ” มีหลายตอนเหมือนกัน เมื่อมาทบทวนดูแต่ละตอนที่ผ่านสายตามาตั้งแต่เด็กๆ เลยรู้ว่า หนังขายยา “ เรื่อง “ปฎิวัติ” แม้ว่าจะเลียนแบบเอาเนื้อหาของแต่ละตอน “พลิกไปพลิกมา”  สมัยเมื่อยังเป็นเด็กก็ดูได้ดูดี ติดหนังขายยางอมแงมเหมือนกัน แต่ทุกวันนี้.. หนังกลางแปลงเรื่อง “ปฎิวัติ”เดินสายฉายไปทั่วทุกสารทิศ จากรถเร่ขายยา (หอม) ยี่ห้อเดิม.. มันก็เป็นแค่หนัง “หลอกเด็ก” เนื้อหาเนื้อเรื่องเมื่อได้ดูหลายๆครั้งแล้วคิดว่า ที่แท้เป็นหนัง “หลอกเด็กส์” ที่เลวร้ายไปกว่านั้น แต่ละฉากแต่ละตอน นอกจากจะเรียกอย่างน่ารักว่า เป็นหนังหลอกเด็ก.ก็ย่อมได้. แต่สำหรับผู้ใหญ่ จะเรียกกันว่า “เป็นหนังหลอกแด๊กส์” สำหรับคนที่ได้ดูหนังกลางแปลงเรื่อง “ปฎิวัติ” มาแล้วหลายๆ ตอน ทั้งบทบาทและเนื้อหาการเดินเรื่อง เขาเรียกกันว่าอยู่ในระดับหนัง  “หลอกแด๊กส์” เช่นกัน ชนิดที่จะ “แหกตา” คนดูค่อไปไม่ได้อีกแล้ว น่าจะสร้างเรื่องใหม่ จะใช้แนวทางเดิมก็ไม่ว่ากัน ตั้งชื่อหนังชื่อใหม่ได้ไหม ..จะใช้ชื่อว่า “ปรองดอง”ก็ยังน่าจะดีกว่าแม้ว่า เนื้อหาจะคล้ายๆ กันก็ตาม หรือจะให้มันรู้สกว่า เนื้อหาเข้มๆ แทรกบทบู๊ หรือขู่กรรโชก โฮกฮากมั่ง ตั้งชื่อหนังเสียใหม่ว่า “ตบหัวแล้วลูบหลัง” จะดีกว่ามั้ย..

ตัวเอง..แม้ว่าจะเข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ ก็ยังเป็น “เจ้าประจำ” หนังกลางแปลงเร่ขายยา ที่นำมาฉายซ้ำซากอยู่เรื่องเดียว ชื่อเรื่อง ปฎิวัติ (มีหลายตอน) จนอยากจะเป็นพระเอก หรืออย่างน้อยได้เป็นพระรองก็ยังดี จะได้สมใจนึกกับที่ใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็กว่า อยากจะได้เป็น “พระเอก” หนังกับเขามั่ง ยิ่งได้เล่นหนังขายยาเรื่อง “ปฎิวัติ”  (หรือจะเปลี่ยนชื่อแป็นอะไรก็ช่าง.. ) นั้นน่ะ น่าจะเท่ห์ไม่หยอก..อย่าบอกใครเชียว..

ยอมรับว่า เมื่อดูหนังดูละคร ควรจะย้อนมาดูตัวเองบ้าง เมื่อได้ดูหนังกลางแปลง อย่างเรื่อง “ปฎิวัติ” แทบจะทุกตอนค่อนข้างจะไม่มีเรื่องความโหดร้ายทารุณ เข้าใจว่าเพราะความเป็นไทย กับพุทธศาสนาแยกกันไม่ออก

วันนี้.. มีความรู้สึกว่ารับม่ได้ รับไม่ได้จริงๆ เมื่อได้เห็นความโหดร้ายของ..“คนไทย” ด้วยกัน ทำร้าย พระสงฆ์องคเจ้า มันสะทือนใจ ยิ่งกว่า ดูหนัง เรื่อง “ปฎิวัติ” ที่ว่า “เถื่อนพอท้วมๆแล้ว” คิดเพียงแต่ว่าเป็นเรื่องอยู่ในหนังเท่านั้นเอง   

แต่ความเป็นจริงที่ได้รู้ ได้เห็นในวันนี้...เห็นเรื่องราวชนิดที่ไม่เคยเห็นและไม่เคยคิดว่าจะได้เห็น เหตุการณ์เช่นนั้นมาก่อน.ในชีวิต

กลับได้เห็นเรื่อง บัดสียิ่งนัก..ครั้งเดียวก็เกินพอ.ขออย่าได้พบได้เห็นอีก..

มีการทำร้ายพระสงฆ์องค์เจ้า ทั้งๆ ที่ยังครองจีวร นุ่งเหลืองห่มเหลืองอยู่.

คนพวกนั้น..นั่นหรือหรือคือ “มนุษย์..” ที่มีอยู่ในประเทศไทย

ประเทศที่ประกาศก้องไปทั่วโลกว่า..มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ..