Get Adobe Flash player

กฏหมายครอบจักรวาล โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

ประเทศเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ในเอเซีย ทุกวันนี้ขอเรียนให้ทราบโดยทั่วๆ ไปว่า ไม่มีประเทศไหน.. จะยิ่งใหญ่อลังการ์ล้ำหน้าประเทศไทย ขอใช้คำว่า “ของคุณและของผม”

อดภาคภูมิใจไม่ได้ว่าผู้มีอำนาจในประเทศไทยในปัจจุบัน ควรจะมี “จดหมายเป็นทางการบอกกล่าวให้ประเทศทางเอเซียทุกประเทศรู้ว่า ประเทศไทย บรรลุเป้าหมายการปกครองอย่างเป็นระบบมีระเบียบเรียบโร้ย อยู่ได้ทุกวันนี้  ประการแรกและเป็นประการสำคัญ ที่ประเทศต่างๆ น่าจะมองเห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยสงบเสงี่ยม เจียมสังขารของประชาชนชาวไทย  ไม่เละเทะ ไม่รุ่มร่าม เหมือนกับหลายๆ ประเทศที่เรียกตัวเองว่า มีการปกครองระบอบประชาธิปไตย ทั่วๆไป ( ทั่วๆ ไปขอรับ. ไม่ใช่ “มั่วๆไป”) ถ้าเขียนผิดเขียนพลาด ผิดเพียงนิดเดียว จากคำพูดที่ว่า ทั่วๆ ไป เป็น มั่วๆไป แล้วละก้ออันตรายถึงกับ “หัวหลุดออกไปจากบ่า” เอาได้ง่าย  

แม้ว่าจะกระดิกตัว.. สักนิดสักหน่อย จะต้องคิดกันเสียให้ดีกันก่อนคิดก่อนสามตลบนะพี่น้องชาวไทยว่า จะเข้าข่ายต้องห้าม ตามกฏหมาย ม. 44 หรือไม่ (อย่าทำเป็นล้อเล่นไป)    ต้องขอยกย่องความคิดความอ่านความแหลมคมของ รัฐบาลชุดปัจจุบัน  ซึ่งเป็นรัฐบาล ที่มาจากการยึดอำนาจรัฐมาด้วยการปฎิวัติ  ได้รับความยินยอมพร้อมใจจากปวงประชาราษฎร์..? (นอกจาก ชาวกระเหรี่ยง นอกประเทศ ที่อยู่ในอเมริกา) กลุ่มปฎิวัติมองว่าหาใช่เป็นคนไทยไม่ (จะให้ยืนยันหรือนอนยัน..ก็ได้ คิดว่าป็นอย่างนั้นจริงๆ)  ประชาชน.. ประชาชน..นะ..ขอรับ อย่าพูดรัวจนลิ้นพันกัน กลับหัวกลับหางกลายเป็นว่า “ชน..ประชา (ถูกชน)” จนกลิ้งล้มลุกคุกคลานคลุกฝุ่น หัวโหนกหัวโนไปตามๆ กันจนทุกวันนี้

คณะ คสช. ของประเทศไทย กลายเป็นผู้นำของโลกตะวันออก..ทำให้ประเทศต่างๆ ทางตะวันตก งุนงงกันไปตามๆ กัน ไม่ว่า จะเป็นสหรัฐอเมริกา หรืออังกฤษ เบิ่งตามามองดู ยอมรับ”ความเก่งกาจสามารถ” ของ ผู้นำปัจจุบัน คือหัวหน้าคณะทำรัฐประหาร พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ความเก่งที่กล้าแสดงออกนั้น เป็นความสามารถส่วนตัว “เป็นของแท้” หาใช่ “ของเทียม” เลียนแบบมาจากประเทศไหนๆ ที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตย ประเทศต่างๆ เหล่านั้นกว่าจะได้มี “กฏหมายปกครองประเทศ” ครบเครื่องครบครันมากที่สุดในทุกมิติ ต่างก็ต้องชิดซ้าย “กัดฟันกัดลิ้น” (โทษตัวเองว่าโง่เง่า)  ยอมรับกันแล้วโดยดี..ไม่เสียเวลามาถกเถียงกันตะลึงมึนงงกับการใช้กฏหมายของประเทศไทย  ทุกวันนี้  สมัยก่อนการจะร่างกฏหมายขึ้นมาเรียกว่ารัฐธรรมนูญ กว่าจะได้มาแต่ละมาตรา ถกเถียงกันเรื่อง “ร่าง” กฏหมายออกมาได้แต่ละกฏแต่ละข้อ กว่าจะรวบรวมได้ทั้งหมดให้ชื่อว่า รัฐธรรมนูญ คือกฏหมายแต่ละขั้นแต่ละตอน แต่ละเรื่องแต่ละราว  แต่ละฉบับที่ผ่านๆ มาจาสภานิติบัญญัติ ถูกแก้ไขกันไปเรื่อยๆ แบบไม่รู้จักจบจักสิ้น ในที่สุดก็ถูกฉีกเผาไฟทิ้งลงถังขยะทุกครั้งไป หรือเป็นเพราะว่าที่ถูกตัดถูกทิ้งเพราะกฏหมายแต่ละฉบับ “ห่วยแตก” เสียค่าโง่ในการร่างกฏหมายมาทุกยุคทุกสมัยมานาน (นานกว่า ท่านหัวหน้าคสช.จะเกิดเสียอีกมั้ง)น่าสะอิดสะเอียนติดต่อกันมายาวนาน รอจนกระทั่ง “ผู้มีบุญ” ที่เกิดมาแล้ว ชื่อ”บิ๊กตู่”  ที่ยังได้เห็นหน้าเห็นตากันอยู่หลัดๆ (ทางทีวี.) ยังไม่ได้พลัดไม่พรากจากไปไหน (เพราะฉะนั้น..นั่นแล..) จึงไม่ควรพูดถึงเรื่องการเลือกตั้ง เพราะจะทำให้รัฐบาลต้องควักกระเป๋า เสียเงิน “คงคลัง” อีกไม่รู้ว่าจะเป็นหลักหมื่นหรือหลักแสนล้าน จัดการเลือกตั้งที่ประชาชนเรียกร้อยโหยหา อย่างโหยหวล กันอยู่ทุกวันนี้ (จากใครหรือ) จากนักการเมืองและพรรคการเมืองไทยที่ ”เอาไหน” (หรือไม่เอาไหน) จับจ้องจองเก้าอี้ในสภาฯกัน ชนิดไม่ต้องหาคำพูดใดๆ มาเปรียบเทียบ นอกจากจะพูดว่า “ ขิงก็รา..ข่าก็แรง” กันทั้งนั้น ถ้าอยากจะพูดหรือเจรจากับ รัฐบาลชุดปัจจุบัน (ค่อยๆ กระซิบกันเบาๆ ดีกว่า) ว่าขอให้ “ผลัดกันแด๊กสส์” สักหน่อยได้ไหม? (อะไร..ก็ไม่รู้คำว่า แด๊กสส์ เป็นภาษาต่างด้าว(กะเหรี่ยงช่วยแปลให้ที).. ดีก่า..ไหม..คุณพี่สีเขียว ชอบอ้างว่า ประเทศไทยไม่ใช่ของใคร คนหนึ่งคนใด .. หรือไม่ใช่ของใคร..กลุ่มใด กลุ่มหนึ่งเท่านั้น  แต่เมื่อมีคณะ คสช.เกิดขึ้น อยู่นานๆเข้า ก็จะเป็นไส้เห็นพุง (กาง) มากกว่าเก่า ต่างชาติน่าจะจ้องมองดูว่า หน้าใครจะมียางมะตอย ( หรือยางอาย) มากน้อยกว่ากัน  ถ้าจะเล่น “พนันขันต่อกันขอร้องรัฐบาลคสช”อย่าไปเชื่อลมปากของใคร.. เพราะทุกวันนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างคณะคสช. ควบคุมเอาไว้ไหมดแล้ว.. ไม่น่าจะรีบร้อนจรลี..หนีไปไหน.. 

ใครๆ ก็เข้าใจว่า คณะ คสช. เปรียบเหมือนจรเข้  ปัจจุบันประชาชนผู้เป็นเจ้าของบ่อ มีจรเข้ฝูงเดียว อยู่ในบ่อ ชาวประชาป้อนอาหารให้อิ่มหมีพีมันจากที่เคยท้องกิ่วกลายเป็นท้องกางอยู่ทุกวันนี้ อีกไม่นานนักหรอก  จรเข้ในบ่อที่เลี้ยงดูไว้ ตัวเป็นเป็นตัวจริงเสียงจริง (ตัวหัวหน้า) จะต้องท้องแตกตายไปเอง “จรเข้” ที่กล่าวถึง..ข้างต้นนั้น ไม่ใช่ตัวเล็กๆ มีชื่อเรียกไปอีกอย่าง ตัวที่มีหางแดง คนบางตัว เรียกว่า “ตัวเงินตัวทอง”  หาใช่”จรเข้” แต่อย่างไรไม่

ความปราชญ์เปรื่องเฉลี่ยวฉลาด เรื่องเกี่ยวกับกฏหมายของ คสช. ที่ต้องการใช้ในการปกครองประเทศ  ถูกต่างชาติจับจ้องมองกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่เรียกว่า “เจริญแล้ว” หรือประเทศที่ยังห่างไกลความเจริญ ก็ตาม ณ วันนี้สายตาชาวต่างชาติ ต่างเหลียวหน้าแลหลังกลับมามอง “ประเทศไทย” ด้วยความลังเลใจเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งกับเรื่องประชาธิปไตย

แต่ส่วนใหญ่าน่าจะพูดได้ว่า “ซูฮก” เห็นดีเห็นงามไปด้วย

คำว่า “ซูฮก” คนที่เคยได้ยินได้ฟังคำพูดนั้น ส่วนใหญ่ในประเทศไทย จะรู้ความหมายทันทีทันใดว่า คำว่า “ซูฮก” ก็รู้อย่างซาบซึ้งตรึงใจกันเป็นอย่างดีขนาด (วาดภาพอยู่ในใจว่า นั่งคุกเข่ากราบสามที..ก้มกราบแต่ละทีต้องเอาหัวโขกพื้น) ถามว่า ทำไมใครๆ ต่างก็ “ซูฮก”กับ คณะ คสช. ชนิดสุดใจขาดดิ้น ก้มหัวจนคางไปติดอยู่กับคอ หมายความว่า “ซูฮก” พินอบพิเทาอย่างราบคาบ กับความปราชญ์เปรื่อง ของ ผู้นำ คสช. พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้ว ละหรือ

ตัวเกล้ากระผมเองยอมรับว่า  “ซูฮก”ไม่น่าจะใช้กับผู้นำ คสช. แค่คนสองคน แต่ควร”ซูฮก” กับคณะ คสช. ทุกคน ที่ “รวมหัว” กันนั่งคิดคนละนิดคนละหน่อย คลอดออกมาเป็น “กฏหมายครอบจักรวาล” มาตรา 44 อย่างเข้มข้น ม.44 ข้อเดียวก็เสียวสันหลัง ลงไปถึง “ก้นกบ” ประชาชนเสียวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งประเทศ  ไม่ต้องใช้กฏหมายข้ออื่นใดจะเฉียบขาดเท่า เพราะคำจำกัดความของ   ม.44 ครอบคลุมได้ทั่วถ้วน ตั้งแต่”.ส.ก.บ...ยันเรือรบ

ครอบคลุมกล่าวหา “ประชาชน” ได้ครบทุกเรื่องทุกราวหมดทุกเม็ด

ตั้งแต่ “ไม้จิ้มฟัน..ยันเรือรบ..” ...เชียวละนะ..ท่าน...

คณะคสช. อยู่นานพอ..สมควรแก่เวลาแล้ว...

ใครมาทางไหนกลับไปทางนั้นเถอะ.ที่ผ่านๆ มาคณะของท่านๆ

ท่านๆ ทหาร คสช. ทั้งหลายฟันธงลงไปได้เลยว่าเรื่องการบ้านการเมือง

ขอประทานโทษ..มีกันอยู่คนละนิดๆหน่อยๆ เท่านั้น..

ปล่อยให้นักการเมืองทำงานตามความถนัดความสามารถขอพวกเขา

คณะ คสช.  แค่คอยติดตามดูกันไป..ถ้าออกนอกลู่นอกทางเมื่อไหร่..

ก็ว่ากันไปตามสถานะการณ์ ดีกว่าคณะ คสช. จะเข้ามาควบคุม

ยึดอำนาจบริหารการเมืองเสียเอง. อย่างเช่นทุกวันนี้...