Get Adobe Flash player

ศึกในอกทักษิณ.. โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                การตั้งเป้าหมายที่จะดึงหลายๆ ฝ่ายทั้งในสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)  และบุคคลนักวิชาการวิชาเกิน ผู้เคยมีชื่อเสียงและชื่อเสียเก่าๆ หง่อมเกินงามมานานแล้ว อีกทั้งนักการเมือง นักวิชาการ เลือกเอาที่เรียกได้ว่า “แก่กะลา” มา ยื่นหน้าตาย่นๆ คอหยักๆ สักแต่ว่าเป็นคนให้เห็นหน้าตาน่าสังเวชอีกสักครั้ง ก่อนจะม้วยมรณาลาจากโลกนี้ไป อย่างไม่มีใครอาลัยอาวรณ์

                 ให้พวก อดีต เสือ สิงห์ กระทิง แรด ทั้ง “บักจิ๋ว”  พิชัย รัตนกุล อดีตผู้ร่วมก่อตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ ให้มาเห็นด้วยเรื่องจะตั้งสภาปรานีประนอมปรองดอง ให้ ทักษิณ ชินวัตร หลอกตีหัวกะบาลกลับบ้านเมืองไทย ได้อย่างสบายๆ อาจจะมี ธงชัย “เบิร์ด” แม็คอินไตย์  แห่งค่ายเพลง “อากู๋” ไปร้องเพลงสบายๆ  ต้อนรับตั้งแต่โผล่หน้าเหลี่ยมๆหัวโต ออกจากเครื่องบิน”ส่วนตัว” ของ “เฮียแม้ว”  ขนาบข้างด้วย น้องหนูนักร้องนักแสดงสาวใหญ่ จากค่าย “อากู๋” (คู่ซ้อม) ควงแขนลงมาด้วยกัน งานนี้อาจจะมี “แม่หม้ายหน้าผากโหนก”  แอบมายืนตุ้ยนุ้ย เมียงๆ มองๆ อยู่ห่างๆ น้ำตาไหลไม่รู้ว่าดีใจหรือเสียใจกันแน่ “เงินมหาศาลมีอยู่ล้นหลาม “มากมายมาก่อนหย่า ประกันว่า จะไม่ถูก “ปลิ้น” ไปให้สาวๆ ที่เปลี่ยนหน้าเปลี่ยนตารับทรัพย์กันอย่างไม่เว้นไม่ว่าง ที่ ดูไบ บางคนยังครางเสียงกระเส่าว่า “ทักษิณ แวร์ อาร์ ยู” รับเงินค่าตัวก่อนล่วงหน้าไปแล้ว น่าจะมีความสุข

                 ข้อเสนอทั้งหลายนั้น ทักษิณ ชินวัตร น่าจะเขียนบนกระดาษเงินกระดาษทอง ให้ ผู้ที่ได้รับ “สาสน์” ก็คงมืออ่อน ใจอ่อนก่อนจะตีนอ่อน ก่อนที่จะได้รับการขอร้องว่า ถ้าไม่พูดไม่จาในสภาปรองดอง ก็ขอให้ยกมือนานๆ หน่อย เมื่อยจักกะแร้ก็ขอให้ทนเหน่อยนะพรรกเพียกผู้เฒ่า ถ้าเข้ามาวงจรอุบาทว์ทั่วกันแล้ว รับประกันได้ว่า  ทักษิณ ชินวัตร มีจะชัยชนะทั้งหมด ไม่ต้องไปให้หมอดูหล๊อกแด็กส์  ไม่ว่าจะเป็นหมดดู อี.ที.หมอดดู อี.หอยหลอด หมอดู.ดี.ดี.ที. ที่ไหนก็ตาม ต้องดูว่า มีแต่ชนะทั้งสามสภาฯ ไม่ว่จะเป็นสภาสูง สภาเตี้ย สภาเอี้ย ๆ ที่ไหนก็ตาม ทักษิณ ชินวัตร ชนะหมด เพราะ“พระเจ้าเงินตรา”ที่อยู่กับ ทักษิณ ชินวัตร จะดลบันดาลให้มีชัยชนะอย่างท่วมท้นในครั้งนี้

                กลับเข้ามาเหยียบหน้า ..เอ้ยไม่ใช่ เหยียบแผ่นดินไทย อีกครั้ง ..ในเร็วๆนี้  อย่างเท่ห์ๆ ไม่ต้องทำท่าโยงโยโยงโยย่ง นั่งคุกเข่า “กราบแผ่นดิน”  ไม่ถวิลอายใคร อย่างกับคราวที่ผ่านมาหรอก ใครหวา.. หลอกให้เล่น ยี่เก” น่าเกลียดอย่างงั้น..กลายเป็นตลกชนบท ไปได้  เอาไว้ถึงครา ที่จะออกไปปลอบขวัญพี่น้อง “ชาวรากหญ้า” ค่อย ว่ากันอีกที

                 สภายี่เกปรองดอง ตั้งขึ้นเมื่อไร จะยัดไส้ข้อเสนอของทักษิณ ชินวัตร เรื่อง นิรโทษกรรม รวมทั้งให้พวกสาวกลามกชั่วช้าที่ทำเวรทำกรรมไว้ร่วมกัน ตั้งแต่ 19 กันยายน 2549  คือหลังจากวันที่ ทักษิณ ชินวัตร ถูก พล.อ. สนธิ บุญยะรัตกลิน ปฎิวัติ ด้วยความกลัวว่า จะถูก “ปลดกลางอากาศ” จากตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก  ถ้า  ทักษิณ ชินวัตร กลับมาจากอเมริกา มีคำสั่ง “ปลด” รออยู่แล้ว เพียง ทักษิณ ชินวัตร ในฐานะ นายกรัฐมนตรี จะกระดิกนิ้วเซ็นชื่อ ลงไปในกระดาษฟอร์มเท่านั้น กลายเป็นว่า “พี่บัง” สนธิ บุญยะรัตกลิน ชิงออกแขกก่อน แล้ว “บัง” ไปประจบแจง พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ขอให้เลือกนายกรัฐมนตรีให้ จึงได้ พล.อ. สุรยุทธ จุลานนท์ มาขัดตาทัพให้ จนฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร ต้องชิ่งออกไปเข้ารั้วเข้าวังไม่ติด

                ชัยชนะเด็ดขาดอย่างปราศจากเสียงคัดค้าน จากคนเก่าคนแก่พรรคประชาธิปัตย์ ที่เจรจากันรอบนอก ระหว่างผู้หลักผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย “เพื่อไทย” มี พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ รับบท “กาวใจ” (ใช้กาวหมดอายุครั้งนี้ยังเหนียวน่าใช้ได้อยู่อีกหรือ) ส่วนพรรค พระแม่ธรณีบีบผมมวย ได้รุ่นใหญ่จริง ๆ ชื่อ พิชัย รัตนกุล ถือยาดมเข้ามาเจรจา  เพื่อระงับยับยั้งความปั่นป่วนในบ้านเมืองไทย (เตรียมตัวมาพูดอย่างสวยหรู อะไรจะปานนั้น) เรื่องของเรื่อง มองเห็นง่ายๆ ว่าฝ่าย ทักษิณ ชินวัตร เล่นไพ่สองหน้าทำแต้มนำชนะขาดลอย ทั้งเสียง ส.ส. ข้างมากในสภาฯ ผู้แทน กับ ส.ว.วุฒิสภาฯ จึงเป็นฝ่ายกำไพ่ในมือเหนือกว่า อีกฝ่ายหนึ่ง ”หวังกล่อม” ผู้ใหญ่หลายๆฝ่ายนอกสภาฯ  (เหิมเกรียมมขนาดอ้าง ชื่อ พล.อ.เปรม ตินสูลานนท์ (รับรู้)  รวมทั้ง “ผู้เฒ่า” เลอะๆเลือนๆหลงๆ ลืมๆ ที่เคยเป็นผู้นำทางการเมืองมาก่อน ซึ่งบุคคล “สูงวัย” เหล่านั้น ต่างอ้างว่า อยากเห็นความสงบสุขของบ้านเมืองจะได้ตายตาหลับ  (ก่อนจะกระย่องกระแย่งดูไฟที่เชิงตะกอน) จึงเออออห่อหมก ปลาไหลปลาช่อน ปลากระดี่ รวมทั้ง “ปาหี่” มีความหวัง เป็นเหมือน “น้ำบ่อหน้า”   พอสดชื่นรื่นรมย์หน้าชื่นอกตรมลืมตามัวๆ ขึ้นมาอีกครั้ง เห็นด้วยกับ แนวทางที่ ทักษิณ ชินวัตร ยื่นข้อเสนอมา ขอบใจนะหลานที่ยังไม่ลืม ปู่ ย่า ตา ทวด

                ทักษิณ ชินวัตร เศรษฐีขี้เหนียว รีบเร่งเจรจา “น้องสาว” ให้เร่งหาเงินกู้ ด้วยงวิธีพิเศษไม่ต้องผ่านการรับรู้ของ ครม. แล้วก็งัดโครงการณ์ มโหฬาร ทำรถไฟความเร็วสูง เพื่อให้เศรษฐกิจพุ่งเป็นจรวด โดยเปลี่ยนจากสินค้าออกนัมเบอร์วัน คือ “ข้าว” ไปเป็น “ผัก” คนไทยจะได้กินผักสด แข็งแรงเป็นมหาอำนาจทางเอเซีย ส่วนข้าวไทยเคยส่งออกเป็นสินค้ารายได้ดีที่สุดของประเทศ ก็ จะรูด “มหาราช” ไปให้อินเดีย กับเวียตนาม เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่แทน ผักสดที่ทางไทยประกันว่าจะเป็น “สินค้าออกสำคัญ” ชาวโลกต้องการ ณ วันนี้ ต้องรีบผลิตให้มากพอทำรายได้ทดแทนการส่งข้าวได้ คือ “ผักชี” ทุกประเทศทั่วโลกต้องการ “ผักชี” ไว้โรยหน้าอาหารทุกชนิด ไม่ว่า จะเป็นเสต็ก แฮมเบอร์เกอร์ ทาโก้  ส่วนประเทศเอเซียต่างๆ ใช้ “ผักชี” โรยหน้าอาหารทุกอย่างอยู่แล้ว คือเห็นดีด้วยว่า ประเทศไทย ต้อนรับแขกบ้านแขกเมือง ด้วยอาหารการกินแต่ละอย่าง จะต้องมีผักชีโรยหน้า ทุกจาน โดยมี นางยก รัฐมนตรี ยินดีจะเป็น “นางแบบเพื่อชาติ” โปรโมทในครั้งนี้ เมื่อครั้งที่ผ่านมา นางแบบพริ๊ตตี้คนเดียวกันนี้ ได้แสดงแบบ “หม่ำข้าวสวย” โดยไม่ต้องใช้กับข้าว กินอย่างเอร็จอร่อยมาแล้ว คราวนี้ จะใช้ “ฟันยาวขาววับเป็นเงางาม”  ตักกับข้าว มีผักชีโรยหน้า ยิ้มปากกว้างเอาไว้เพื่อจะได้เห็น “ผักชี” ติดอยู่ตามฟันบางซี่ และตามซอกเหงือก เขียวขจี น่ารัก ยิ่งนัก

                ช่วย ๆ กัน เชียร์กันให้สนั่นเมือง กับ “ผักชีโรยหน้า” ของไทยให้เป็นสินค้าออก แทน “ข้าวไทย” ที่เคยมีชื่อเสียงมาก่อน ตกกระป๋องไปแล้ว แล้วยังมาแผ่วลงไปอีก ตรงที่สู้ “เนื้อสด”จากประเทศไทย มีคุณภาพดีเป็นที่กล่าวกันอยู่ทั่วโลกมา เป็นเวลานาน บัดนี้ จะมี “ผักชี” โรยหน้า อาหารเสริมเพิ่มรสชาดให้หอมหวลน่ากินเป็นยิ่งนัก..มาสู่ตลาดโลกแทนที่  กำลังปลื้ม ๆ อยู่กับ “ผักชีโรยหน้าอาหารไทย” อย่างภูมิอกภูมิใจ กลับมาเขียนต่อว่าทำไมจึงตั้งชื่อเรื่องครั้งนี้ว่า “ศึกในอก(นรกในใจของทักษิณ)”

                เป็นเรื่องเศร้า..ขอรับที่จะบอกว่า  ทักษิณ ชินวัตร มี  “ศึกในอก..”แสลงใจที่คำๆ นั้นผุดขึ้นมาในความคิด..ไม่เว้นว่าง

                คำๆ นั้นคือ “อัลกอ อิดะห์” ทำเทปอวยพรวันเกิด.. ให้ ทักษิณ ชินวัตร มีอายุ 64 ปี นับแต่วันเกิดของ ทักษิณ ชินวัตร เมื่อ วันที่ 19 กรกฎาคม ที่ผ่าน ทุกๆ วันต่อจากนั้นคือ “วันตาย” ของเขา ไม่ว่าจะไปอยู่ส่วนใดในโลก “อัลกออิดะห์” จะตามฆ่า เจอที่ไหน “หลับไม่ฟื้น ตื่นไม่มี” อยู่ที่นั่น ทักษิณยังพูดเป็นเรื่องขำขันว่า เป็น “เทปปลอม” ประเทศใหญ่ๆ ในโลกพิสูจน์แล้วว่าจริง ..ทักษิณ ชินวัตร จึงกระวนกระวายใจยิ่งนัก ดิ้นรนจะกลับไทย เพื่อเริ่ม “วางรางรถไฟความเร็วสูง” จากบ้านพักหลายจังหวัด พร้อมๆกับจะ “ทำอุโมงค์ใต้ดิน” คู่กันไป หลายส่วนหลายจังหวัด โดยไม่มีใครรู้ว่า ณ เวลาไหน เขาอยู่ที่ไหนใน “รู” ที่ขุดไว้ 

                จากบ้านพักส่วนตัวหลายๆ แห่ง ทั้งภาคอีสาน และภาคเหนือ.. นั่นคือ “นรกใจใน” ของทักษิณ.. นับแต่วันนี้เป็นต้นไป

                ทุกวันนี้ “ดูไบ” เชิญให้ออกนอกบ้านเขา ..ไปอาศัยอยู่ในมอนโตริโก้..อยู่อย่างกล้าๆ กลัวๆ..ขนหัวลุกชัน....