Get Adobe Flash player

การเมืองควรอยู่ในกรอบพอดีพองาม โดย วิจารณ์ จันทนะเวส

Font Size:

                ภาพใหญ่ของการเมืองไทยทุกวันนี้ เหมือนแหล่งรวมเพาะบ่มโรคร้ายต่างๆ สารพัดโรคมาอยู่ในวงจร อุบาทว์ แห่งเดียวกัน  แต่งตั้งคนที่ไม่เหมาะกับงาน งานไม่เหมาะกับคน คนเร่ชายชาติ คนขาดความอบอุ่นต้องการเปลี่ยนการปกครองในประเทศ....เร่เข้ามามีครบหมดครบหน้าครบตา..ปรับตัวเข้ากันได้เพราะนิสัยใจคอ..หน้าไหว้หลังหลอกไม่แตกต่างกัน

                เอาคนหางแถวกลับขึ้นมาเป็นหัวแถว ไปบริหารงานระดับประเทศ เดินตามความตั้งใจของผู้กำกับรัฐบาล คำสั่งจาก ทักษิณ ชันวัตร กับ “วอร์รูม” เอา เสือ สิงห์ กระทิง แรด ซ้ายจัด  แดงทฤษฎี”เหมา” ช่วยกันจำไว้ให้แม่นยำว่า ระดับ “หัวแถว” ของเหล่าวอร์รูม มี “สหาย” ต่างๆ  รับบัญชาสนองความกระสัน สมใจอยาก ทูนหัวให้ เด็กหญิงวัยละอ่อนทางการเมืองที่เป็นหัวแถว เละตุ้มเป๊ะ เละเทะโตงเตงอย่างที่เห็นๆ กันอยู่ “เละ” ทั้งขบวนตั้งแต่หัวจรดหาง  ของเหล่าแดงวอร์รูม  จัดให้ มีทั้งตัวแสบและตัวแส่ พูดไทยไม่ชัด อย่างอาตี๋ “โหวง วังเวง” อาตี๋มีเมียใจเหี้ยมฉายา  “ซิ้มดำ”  ธิดาพญายม เป็นคู่ขาซ้อมยิงเป้ากันตุงไปตุงมาตั้งแต่อยู่ในป่ามาด้วยกัน ทั้งยังเป็นหัวหน้าพวกอสรกุ๊ย “โจรเสื้อแดง” อาซิ้มดำ กับ ตี๋โหวง วังเวง มีอะไรคล้ายๆ กัน ทั้งคู่เรียนเก่ง ที่จริงแล้ว “ท่องจำเก่ง”ถ้าจะคุยกันถึง เรื่อง “นอกตำรา” เป็นเรื่องไม่ได้ท่องจำมาแล้ว “คุยกันไม่รู้เรื่อง”  แต่ถ้าจะถามอะไรที่อยู่นอกตำรา “จะต้องทำแกล้งบ้า ฮึดฮัด ตัดบท ตะโกนอยู่ในใจว่า ไม่รู้โว้ย”

                  คนในวอร์รูม เหล่านั้น เกิดเป็นตัวเป็นตน หลังจากคนจีนโพ้นทะเลอพยพเข้ามา ตั้งรกรากถิ่นฐานในสยามประเทศ คนจีนโพ้นทะเล รุ่นแรก ๆ ปรับตัวได้ว่า “ จีนไทย ไม่ใช่อื่นไกล..พี่น้องกัน” แต่รุ่นที่เกิดในสยาม อ้างว่า “สยาม” มีความเหลื่อมล้ำต่ำสูง สองมาตรฐาน อ้างว่าเคยเห็นอาก๋ง อาเตี่ย อาม้า อาซ้อ  อาเฮีย อาหมวย  ถูก “รังแกรีดไถ” (ส่วนใหญ่จากตำรวจโจร)แค้นฝังหุ่นตลอดมา เผอิญสมัยนั้น มีการปฎิวัติในจีนแผ่นดินใหญ่ (เรื่องมันยาวเล่าไม่หมด) เหล่า “อาตี๋” พวกอั๊งยี่จำพวก “จิ้งก่าได้ทอง” จึงดิ้นรนกันสุดฤทธิ์สุดเดช หาหนทางยกระดับขึ้นมา (บางยุคบางสมัย ถึงขนาดตีตัวเสมอเจ้า)

                พวกนั้นดีดตัวขึ้นมา“เข้าตา” (หรือแหกตา) คนที่พวกเขาเรียกว่า “นายใหญ่”  จบจากโรงเรียน  “นายร้อยตำรวจ” (ตี๋หน้าเหลี่ยม)ถูกขอร้องให้ “ลาออก” จากราชการ หลังจากการติดยศ เป็น นายพัน  (เพราะมีหนี้สินรุงรัง) ถูกฟ้องร้อง “เรื่องเบี้ยวๆ เงินๆ ทองๆ”  สืบสาวราวเรื่องดูกันเถิดจะเห็นว่า คนใหญ่คนโตระดับรัฐมนตรี ตั้งแต่ นายกรัฐมนตรี ลงมาเป็นลูกหลานจีน ”โพ้นทะเล” เป็นส่วนใหญ่  นั่งหัวโด่กระดิกหาง กระดิกหัว  (นายกฯคนปัจจุบัน กระดิกหู) ชี้นิ้ว สั่งงานราชการอยู่ด้วยนอกนั้น มี อาแป๊ะ อาเฮีย อาซิ้ม มีทั้งอาตี๋ อาหมวย คุมเกือบทุกกระทรวงแล้ว..ใช่หรือไม่..

                 มีเรื่องหลักๆ เกิดขึ้นในแผ่นดินสยาม เป็นเรื่องสยอง แบ่งแยกประชาชนออกไปเป็น สามก๊กสามกลุ่มเข้าไปแล้ว  คนในวอร์รูม ของ พรรคเผาไทย “กระทุ้งความคิด”  ให้สมาชิก ระดับคุมกระทรวง บริหารประเทศหมกมุ่นเรื่องความแตกต่างทางสายพันธุ์ เชื้อชาติ กลับมาอีกครั้งในยุคนี้ ยุคที่มีคนเกิดมากกว่าคนตายทั่วๆ ไป ทำให้โลกทั้งใบแคบลง ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนในโลกนี้ “ความแตกต่างใน ชาติพันธุ์” คงจะหลงเหลืออยู่บ้าง เราพูดกันอยู่เสมอๆ ว่า “เลือกเกิดไม่ได้” (เลือกกัดได้)  

                ในเมืองหลวงกรุงทพฯ ก็อลเวง ขอเอ่ยถึงพวกวอร์รูมของทักษิณ  มีความคิดติดหนึบอยู่สมองยกเอาเรื่อง  ”สายพันธุ์” ของตนขึ้นมาเป็นปมด้อย .. ควรจะเลิกคิดได้แล้ว ฉะนั้นจึงไม่เห็นด้วยกับ กลุ่มคนใน “วอร์รูม” ที่คิดจะเปลี่ยนประเทศไทย ชนิด “พลิกฟ้าคว่ำดิน”  ถ้ายังคิดเช่นนั้นอยู่อีก คงจะหนีไม่พ้นคำว่า “เลือดนองแผ่นดิน”ไปได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็น ไทยเล็ก ไทยใหญ่ ไทยเทียม ตายหมด เหลือแต่ ”ไทกอ” อยู่เท่านั้นเอง

                เห็นชัดถนัดตากันแล้วไหมว่าการดิ้นรนของคนบางกลุ่มพยายามเปลี่ยนแปลงประเทศไทยตามล้างตามผลาญ ฆ่าฟันกันเอง คล้ายสัตว์สถุน ช่างเหมือนกับ“คนเนรคุณประเทศ” (คนหน้าสี่เหลี่ยมคนหนึ่ง) หาได้ให้คุณประโยชน์กับประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยทุกชาติพันธุ์ แต่อย่างไรไม่  นอกจากพวกบ้าลัทธินิยมของคน “หน้าเหลี่ยม” ต้องการรวบอำนาจบ้านเมือง  จำเอาไว้ให้ขึ้นใจเถิดว่า ถ้ามีคนอำนาจยึดบ้านเมืองได้ ก็จะใช้อำนาจที่ยึดมาด้วยการฆ่าผู้คนพลเมืองให้ล้มหายตายจาก เหมือน”สั่งฆ่า” คนที่สงสัย ซื้อขาย หรือผลิตยาเสพติดมาแล้ว กว่า 2,000คน

                มีเรื่องราว “น่าคิด” เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง คนชื่อ ธาริต เพ็งดิษฐ อธิบดี  DSI  กรมสอบสวนคดีพิเศษ  สังกัดกระทรวงยุติธรรม พูดถึงเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของ  ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายธาริต สีดวงทวารหนัก  แต่งตั้ง ให้ “ยิ่งลักษณ์” เป็น “อะไร” มากไปกว่านั้นอีก ทำให้ หายข้องใจในคำพูดของ ชัย ราชวัตร พูดไว้ถึง “สันดานธาริต” ว่าเป็นอย่างไร  ขอทำความเข้าใจกันให้ถูกต้องคำว่า“สันดานธาริต” มันเป็นอย่างนี้ นี่เอง

                ธาริต (สีดวงทวารหนัก) เพ็งดิษฐ น่าจะเป็นคนมีจิตสำนึกตกหล่น  เป็นจิ้งจกเปลี่ยนสี คนหน้าตาล็อกแล็กอย่าง “ธาริต” ไม่รู้จริงๆ หรือทำแกล้งโง่ว่า ไม่รู้ เรื่องรู้ราวเกี่ยวกับระดับชั้นตำแหน่ง ข้าราชการการเมือง  ของ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รูปร่างหน้าตาดี น่าจะฉลาด ใครหนอช่างตอแหล เรียกหล่อนว่า “อี..Oง่” ทบทวนดูใหม่ว่า “จิก” (กันมากไปหรือเปล่า ) นิสัยส่วนตัวของหล่อน น่าจะ”น่ารัก”มากกว่าน่าชัง ที่น่าชังเพราะทำเรื่องน่าเกลียดตามใจพี่ชาย  จนตัวหล่อนเองเสีย ผู้เสียคนเสียรังวัดไปเยอะ  หล่อนเอา หัวชนฝา(”เอาหู”ช่วยดัน) จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้พี่ชาย ถูกก่นด่าทั้งประเทศ

                ยิ่งลักษณ์ เป็น “หัวหน้ารัฐบาล” บริหารงานประเทศไทย  ในนามของพระบาทสมเด็จสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นายธาริต พูดถึง ยิ่งลักษณ์ ที่มีตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอยู่ว่าเป็น “ประมุขของประเทศ” (เชลียร์กันอย่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง) อย่างนั้น ความเกลียดชังของพสกนิกรไทย ไปตกอยู่กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อย่างน่าสงสาร (เพื่อเรียกหาความชอบธรรม)  นายกรัฐมนตรีควรฟ้อง”อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ”( ดี เอช ไอ) กล่าวหาตนว่าเป็นประมุขของประเทศ ทำให้ประชาชนเกลียดชัง ตัวนายกรัฐมนตรี ไปทั่วทุกหนทุกแห่ง เพื่อความโปร่งใสในขั้นแรก จึงขอยกตัวอย่าง (ดีหรือเลว) ทำความเข้าใจกับประชาชนก่อนว่า  เรื่องไม่หนักหนาสาหัส ที่ ชัย ราชวัตร เขียนลงในเฟซบุ๊คของเขา สองสามประโยคสั้นๆ ยังเก้าอี้ร้อน นั่งไม่ติด ทั้งๆ ที่ ชัย ราชวัตร ไม่ได้ออกชื่อเสียงเรียงนาม หรือบ่งบอกว่าเป็นใคร..ทำเป็นใจร้อนเกินเหตุ สลดใจ นายกฯฟ้องคน นสพ. ด้วนเรื่องขี้ประติ๋ว อย่างนั้น เอาเรื่องกับคนที่เอาชื่อนายกฯ ไป”เขียนข่มขย่มขวัญชาวประชา ถูกมองว่า ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ได้อย่างไร  จึงขอชี้แจงถึงเรื่อง “แสลงใจ” ว่า    

                 โปรดทราบ..นายกรัฐมนตรีหาใช่ประมุข ของประเทศ แต่อย่างไรไม่....

                มาพูดกันถึงสันดาน “จอมเชลียร์บันลือโลก” กันสักหน่อย ฟังเรื่องราวที่เขาพูดแล้ว “เพลียใจจริงๆ” ธาริต เพ็งดิษฐ พูดถึง  นางสาว ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีประเทศไทยในปัจจุบันว่า เป็นประมุขของประเทศ  คงจะเป็นเพราะว่า นายธาริต (เมื่อก่อนเคยชื่อ ทาลึ่ง ใช่ไหม)  เกิดมีปัญหาสัญญาณการรับรู้ประสาท บกพร่อง หรือว่า สมองเสื่อม จะตั้งใจพูดหรือเผลอพูดว่า นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นประมุขของประเทศ เชลียร์กันอย่างแรง ไม่เกรงฟ้าดิน

                ขอค้านสุดใจขาดดิ้นอีกครั้ง ในฐานะเป็น พสกนิกรคนหนึ่งที่รู้ว่า “ยิ่งลักษณ์” ไม่ใช่ “ประมุข” ของประเทศ

                ธาริต จะพูด ในนามของข้าราชการสยามประเทศ...อย่างไม่เกรงอกเกรงใจพสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย.เพื่ออะไร

                 .ใช่เลย...มีปากมีลิ้นไว้ เชลีย์น้องสาว..ไล่ไปจนถึงพี่ชาย ด้วยหวังว่าคำพูดนั้น “เข้าตา” นายกฯ ( ฮ่วย..)

                ขอบอกว่า  ทั้งพลาดทั้งพังลงไปแล้ว..พ่อแก้วแม่แก้ว ก็คงจะช่วยไม่ได้ (จะโทษว่า ผียัดปากอีกหรือเปล่า)

                 รอฟังข่าวภาคสองต่อไป “คนเสื่อม” ขนาดนั้น จะใช้น้ำลาย (เชลียร์)เอาตัวรอดไปได้ไหม......”

                วันนี้ เชื่อเอาไว้ก่อนว่า เป็นความหวังดี..แต่ประสงค์ร้าย ต่อ นายกรัฐมนตรี นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร.

                ทำให้เปรอะเปื้อนน้ำลายธาริตไปด้วยอีกคน..ไม่สมเหตุ.สมผล ..เหตุผลที่แท้จริงต้องการอะไรแน่

                จากวันนี้ต่อไปขากรรไกรค้าง ประสาทรับประทานพูดจาไม่เป็นภาษาคนไปเสียแล้ว...ก็ไม่รู้...