Get Adobe Flash player

หมอที่ดีที่สุดในโลกคือ... ตัวคุณเอง ! โดย.. ลีนา ดีสมเลิศ

Font Size:

โรคอ้วนนับเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลก ที่นับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น การกินแบบตามใจปาก ติดรสอร่อย ด้วยรสจัดจากความหวาน มัน เค็มมาก อีกทั้งความเร่งรีบ ความเครียด การทำงานแข่งกับเวลาจนอดหลับอดนอน ภูมิคุ้มกันก็น้อยลง ทำให้มีการติดเชื้อไวรัส แบคทีเรีย โรคต่างๆ จึงถามหา ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูง และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ต่างๆ นานา

เนื่องจากวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสโลกาภิวัตน์ วิถีชีวิตที่ไม่พอเพียงและขาดความสมดุล ขาดการใส่ใจดูแล กอปรกับปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และการทานผักและผลไม้น้อย สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกายอีก ทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจนน่าตกใจ

จากสถิติข้อมูลของ CDC (Centers for Disease Control and Prevention) ได้ระบุสาเหตุการตายของคนอเมริกันด้วย 10 โรคหลักๆ ดังนี้ (ปี 2014)

1. โรคหัวใจ 23.4%

2. โรคมะเร็ง 22.5%

3. โรคทางเดินหายใจ/ปอด/หอบหืด/ปอดบวม/ถุงลมโป่งพอง 5.6%

4. จากอุบัติเหตุ 5.2%

5. เส้นเลือดสมองตีบ/แตก 5.1%

6. โรคอัลไซเมอร์ 3.6%

7. โรคเบาหวาน 2.9%

8. โรคไข้หวัดใหญ่/นิวโมเนีย 2.1%

9. โรคไตเสื่อม/อักเสบ 1.8%

10. การฆ่าตัวตาย 1.6%

สถิติการตายจากโรคมะเร็งของชายและหญิง คือ

ชาย

1. มะเร็งปอด 62.3%

2. มะเร็งต่อมลูกหมาก 18.9%

3. มะเร็งลำไส้และทวารหนัก 18.8%

หญิง

1. มะเร็งปอด 54.5%

2. มะเร็งทรวงอก 28.9%

3. มะเร็งลำไส้และทวารหนัก 16.6%

มะเร็งลำไส้เป็นอะไรที่สามารถตรวจและป้องกันได้ เรียกว่า โคโลนอสโกปี้Colonoscopy คือการส่องกล้องเข้าไปทางทวารหนักเพื่อตรวจหาก้อนเนื้อหรือติ่งเนื้อ (Tumors/Polyps) เพื่อมาตรวจว่าเป็นเซลล์มะเร็งไหม ถ้าตรวจแล้วปกติ หมอก็จะนัดมาตรวจอีก 10 ปีข้างหน้า โดยอายุที่จะเริ่มตรวจคือ 50 ปี ถ้าไม่มีปัญหาก็กลับมาตรวจอีก ตอนอายุ 60 ปี, 70 ปี, 80 ปี เป็นต้น

แต่ถ้าตรวจแล้วพบว่าเป็นเซลล์มะเร็งหรืออาจจะเป็นเซลล์มะเร็ง หมอก็จะนัดตรวจอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกัน และให้แน่ใจว่าเซลล์จะไม่กลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง  ขนาดคุณหมอดังๆ Dr. Oz เมื่อหลายๆ ปีก่อน ได้เข้าห้องตรวจ Colonoscopy นี้ โดยให้กล้องและทีมงานตามเข้าไปถ่ายทำด้วย ตอนส่องกล้อง ก็พบติ่งเนื้อที่อาจกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง (Precancerous Cells) ได้ ทำเอาคุณหมอตกใจและใจไม่ดีกลางอากาศเหมือนกัน แต่การตรวจอย่างต่อเนื่อง ก็เป็นการป้องกันการเกิดมะเร็งลำไส้ได้ จึงเป็นที่น่าเสียดายที่คนยังไม่เห็นความสำคัญนี้

จึงเป็นที่มาของคอลัมน์วันนี้ ที่เรามาเป็นหมอดูแลตัวเองกันเถอะ ตามแนวองค์รวมเทคนิคสุขภาพพึ่งตนเอง แนวเศรษฐกิจพอเพียงตามหลักแพทย์ทางเลือกวิถีพุทธ (บุญนิยม) ของท่านอาจารย์หมอใจเพชร กล้าจน (หมอเขียว) ที่เน้นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ พึ่งตนเองได้

หมอเขียว ชื่อสกุลเดิม:  นายสำเริง มีทรัพย์

            ชื่อสกุลใหม่: นายใจเพชร กล้าจน

ประวัติการศึกษาอบรม

1. ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์สุขภาพ สาธารณสุขบัณฑิต มสธ.

2. ปริญญาตรี วิทยาศาสตร์สุขภาพ บริหารสาธารณสุขศาสตร์ มสธ.

3. วิทยาศาสตร์การแพทย์แผนไทย แนวคิดและทฤษฎีแพทย์แผนไทย เภสัช   พฤกษศาสตร์ เวชกรรมแผนไทย ธรรมานามัย และสังคมวิทยาการแพทย์ มสธ.

4. แพทย์ทางเลือกจากประเทศมาเลเซีย และจีนไต้หวัน

5. ปริญญาโท พัฒนาบูรณาการศาสตร์ (เศรษฐกิจพอเพียง) ม.อุบลฯ

6. ปริญญาเอก วิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสาธารณสุขชุมชน ม.ราชภัฏศรีสะเกษ

7. ปริญญาเอก ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขายุทธศาสตรการพัฒนาภูมิภาค

ม.ราชภัฏสุรินทร์

การงานปัจจุบัน

  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ทางเลือกวิถีธรรม สำนักการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข
  • นักวิชาการสาธารณสุข ระดับชำนาญการ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
  • แพทย์วิถีธรรมและครูฝึกแพทย์แผนไทย ศูนย์สุขภาพสวนป่านาบุญ
  • ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
  • ประธานหลักสูตรผู้ประกอบการสังคม สาขาแพทย์วิถีธรรม สถาบันอาศรมศิลป์

อ.หมอเขียวได้กล่าวถึงความเสื่อม และความเจ็บป่วยของคนในยุคนี้ ว่าส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจาก 5 ข้อหลัก ดังนี้

1. อารมณ์เป็นพิษ เช่น ความเครียด ความเร่งรีบ เร่งรัด รีบร้อน ความกลัว วิตกกังวล ความไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่สบายใจ ความไม่พอ รำคาญใจ ความมุ่งร้าย อาฆาต พยาบาท ความโลภ โกรธ หลง ยึดเกิน เอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดคอ ปวดท้อง เจ็บหัวใจ อ่อนเพลีย เกิดการไม่สบายไปตามอวัยวะส่วนอื่นๆ

2. อาหารเป็นพิษ

- สารเคมีในพืชและสัตว์ ทำร้ายเซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะต่างๆ

- เนื้อสัตว์ที่มีไขมัน กรดยูริค กรดแลคติก แอดดรินาลิน และสารพิษอื่นๆ จึง                ควรบริโภคเนื้อปลาที่เทียบว่ามีพิษน้อยที่สุด

- อาหารที่ไม่สมดุลกับร่างกาย ตามสภาพภูมิอากาศ

- พิษจากของเสียและความร้อนจากกระบวนการย่อยหรือเผาผลาญอาหาร              เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย และอื่นๆ

- ไม่รู้เทคนิคการทานอาหารเพื่อสุขภาพ เช่น การลด ละ ล้าง ความอยากในจิต   ต่ออาหารที่เป็นพิษ

3. ไม่ออกกำลังกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ กระดูก เส้นเอ็น เพื่อความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ และเส้นเอ็น และเพื่อการเข้าที่เข้าทางของกระดูก เส้นเอ็น และกล้ามเนื้อ เพื่อการไหลเวียนของเลือดลมอย่างมีประสิทธิภาพ จึงควรกดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ซึ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพ

4. มลพิษต่างๆ ในโลกที่เพิ่มมากขึ้น

5. พิษจากการสัมผัสเครื่องยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็คทรอนิคส์มากไป อย่างไม่รู้ความสมดุล และไม่รู้วิธีถอนพิษ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้มีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หากเข้าในร่างกายมากไป จะทำร้ายเซลล์เนื้อเยื่อ เร่งความเสื่อมของร่างกาย และก่อโรคภัยไข้เจ็บได้ แก้ไขด้วยการดื่มน้ำดับพิษร้อน การพอก ทา หยอด ดมสมุนไพร ขูดพิษ กดจุด นวดตัว ดัดตัว ยืดเส้นยืดสาย และพักการใช้เครื่องบ้าง                                     เมื่อเกิดความไม่สมดุลในร่างกาย ทำให้เกิดอาการไม่สบาย และเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ซึ่ง อ.หมอเขียวได้สรุปอาการเป็น 3 ส่วนใหญ่ๆ คือ

1) 80% ของคนยุคนี้มีภาวะร้อนเกิน เช่น ปากคอแห้ง กระหายน้ำ ปวด บวม แดง ร้อน ตึง แข็ง มึนชา ผื่นคัน อุจจาระแข็ง ปัสสาวะเข้ม ปริมาณน้อย แผลพุพอง อ่อนเพลีย เส้นเลือดขยาย ชีพจรเต้นแรง

2) 5% มีภาวะเย็นเกิน เช่น ปากคอชุ่ม ไม่กระหายน้ำ รสของน้ำจืดผิดปกติ ปวด เหี่ยว ซีด เย็น ท้องอืด หัวตื้อ มือเท้าเย็น หนาวสั่น ปัสสาวะใส ปริมาณมาก อุจจาระเหลว กำลังตก อ่อนเพลีย เส้นเลือดหดตัว ชีพจรเต้นเบา

3) 15% มีภาวะร้อนเกินและเย็นเกินเกิดขึ้นพร้อมกัน เช่น มีไข้สูงแต่หนาวสั่นหรือเย็นมือ เย็นเท้า ปวดศีรษะ ตัวร้อน ร่วมกับท้องอืด ปวด บวม แดง ร่วมกับ มึนชา หนาวสั่น

อ.หมอเขียว จึงมีเทคนิคการดูแลสุขภาพตามหลักแพทย์วิถีธรรมเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เป็นการป้องกันโรค ควบคุมโรค ส่งเสริมสุขภาพ และฟื้นฟูสุขภาพสำหรับประชาชน ทั้งผู้มีสุขภาพดี และผู้ป่วยด้วยโรค หรืออาการเจ็บป่วยต่างๆ ที่ไม่ใช่อุบัติเหตุรุนแรง โดยเทคนิคปฏิบัติด้วยยา 9 เม็ด ดังนี้

1. การรับประทานสมุนไพรปรับสมดุล

- หากภาวะร้อนเกินให้ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น เพื่อคลอโรฟิลล์สดจากธรรมชาติ เช่น ย่านาง ใบเตย บัวบก ใบอ่อมแซบ หญ้าปักกิ่ง มาปั่นรวมกัน เพื่อดื่มตอนท้องว่าง หรือก่อนอาหาร

- หากภาวะเย็นเกิน ให้ดื่มน้ำสมุนไพรฤทธิ์ร้อน เช่น ขิง ตะไคร้ กระชา กะเพรา น้ำต้มขมิ้น

2. กัวซา หรือขูดซา หรือขูดพิษ หรือขูดลม ระบายพิษ

3. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ (การดีท็อกซ์)

4. การแช่มือ แช่เท้า ในน้ำสมุนไพร

5. การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ ด้วยสมุนไพร

6. การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหารที่ถูกต้อง

7. การรับประทานอาหารปรับสมดุลร่างกาย ลดหรืองดเนื้อสัตว์ ใช้โปรตีนจากถั่วแทน ทานผัก ผลไม้ไม่หวานจัด ปรุงรสไม่จัดจนเกินไป

8. ใช้ธรรมะ ทำใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด

9. รู้เพียร รู้พัก ให้พอดี

นอกจากนั้น การทานอาหารตามลำดับเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ร่างกายในปริมาณที่พอดี โดยการเคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืนลงคอ ตามลำดับ คือ

  • ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล ก่อนอาหาร 15-20 นาที
  • เริ่มมื้ออาหารด้วยผลไม้
  • ผัก
  • ข้าวเจ้าพร้อมกับข้าว
  • ถั่วหรือธัญพืช
  • แกงจืด
     

ตั้งแต่ปี 2012 จนถึงปีที่แล้ว 2016 .หมอเขียวได้มาเปิดค่าย 5-6 วันที่อเมริกา รวม 4 ครั้งแล้ว เพื่อต้องการช่วยลดทุกข์เรื่องความเจ็บป่วย และค่าใช้จ่ายในการรักษาสุขภาพของคนไทยในต่างแดน

ครั้งที่ 1: ดัลลัส และ แอลเอ

ครั้งที่ 2: ฟลอริด้า และ หลุยเซียน่า

ครั้งที่ 3: ชิคาโก้ ฟลอริด้า ฮิวสตั้น และ นิวยอร์ค

ครั้งที่ 4: วอชิงตัน ดีซี และ แอลเอ

ทั้งนี้ทั้งนั้น งานค่ายแพทย์วิถีธรรม (หมอเขียว) สัญจร จะประสบความสำเร็จไม่ได้ถ้าไม่มีจิตอาสา และผู้รับใช้ ที่แข็งขันในอเมริกา ที่พากเพียร จริงใจ จริงจัง อย่างน่าชื่นชม เป็นกำลังช่วยขับเคลื่อนทำงานฟรี และร่วมบุญในทุกทาง ซึ่งที่แอลเอ ค่ายสุขภาพได้จัดขึ้นเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ที่วัดพระธาตุบัวหลวง เมืองเตฮาชาปี Tehachapi เป็นเวลา 6 วัน เป็นค่ายสุขภาพ 3 วัน และค่ายพระไตรปิฎก 3 วัน มีคนมาราว 250 คน รวมจิตอาสา

ผู้เขียนก็เป็นคนหนึ่งที่ได้ไปเข้าค่ายที่นั่นเป็นครั้งแรก โดย อ.หมอเขียว มาบรรยายเองเกือบทั้งวันทุกวัน พร้อมทีมงานจากประเทศไทยและต่างรัฐ ได้เรียนรู้มากมาย และชอบเทคนิคการพึ่งตนเองในการดูแลสุขภาพ ซึ่งผู้เขียนชอบศึกษาหาความรู้ด้านสุขภาพอยู่แล้ว ก็ได้รับประโยชน์มหาศาล ได้เรียนรู้ลำดับขั้นตอนกินอาหารที่ถูกต้อง ได้เรียนรู้เรื่องการดื่มน้ำปัสสาวะรักษาโรค หรือแม้แต่การใช้หยอดหู หยอดตา รักษาอาการต่างๆ ซึ่งในตำราฝรั่งก็มี เรียกว่า Urine Therapy และที่สำคัญ คือเรียนรู้การทำดีท็อกซ์สวนล้างลำไส้ กำจัดตะกรันและสิ่งหมักหมมตามผนังลำไส้ ด้วยน้ำสมุนไพร และกาแฟ

ซึ่งผู้เขียนมีโอกาสทำเมื่อเดือนที่แล้วเองตอนอยู่เมืองไทย และมีเวลาว่าง จึงไปเดินหาร้านลุงจำลองที่หมอชิต ซื้ออุปกรณ์ดีท็อกซ์ ขวดน้ำ น้ำสกัดสมุนไพรฤทธิ์เย็นย่านาง และรางจืด กาแฟ และสวนล้างลำไส้ 7 วัน แล้วพัก… อีก 3 อาทิตย์ต่อมา ก็ทำดีท็อกซ์อีก 5 วัน พอวัดความดันโลหิตที่ปกติ 140/85 ก็เหลือเพียง ตัวบน 120-130 และตัวล่าง 80-85 พอกลับมาอเมริกา ก็ชั่งน้ำหนักหลังจากไม่เคยชั่งมาตั้งแต่ต้นปี เพราะยุ่งกับการเดินทางไปธุระที่ไทยมา 3 รอบแล้วในปีนี้ ซึ่งก็เหนื่อยกับการเดิน การเดินทางปีนขึ้นลงบันไดรถไฟฟ้าบนดิน ใต้ดิน เป็นว่าเล่น ก็งงที่น้ำหนักลดลงไป 12 ปอนด์ และไม่เคยน้ำหนักเท่านี้มา 10 ปีแล้ว

มาสังเกตอีกที พวกอาการปวดเมื่อยที่มีอยู่ประจำทำให้ต้องไปนวดอยู่เรื่อยๆ นั้น ก็หายไป รู้สึกได้ถึงความเบา โปร่ง โล่ง สบาย เนื่องจากการทำดีท็อกซ์เป็นการล้างพิษออกจากลำไส้ใหญ่ ที่มีพิษของเนื้ออุจจาระหมักหมม และพิษของพลังงานความร้อนที่เป็นของเสียจากอวัยวะต่างๆ ที่ส่งมาระบายที่ลำไส้ใหญ่นี้ และการได้สวนด้วยกาแฟ คาเฟอีนก็จะถูกดูดซึมเข้าไปในตับ กระตุ้นให้ทำงานได้ดีขึ้น และขจัดสารพิษได้มากขื้น ช่วยล้างพิษตับ (แต่หากท่านไม่มีความรู้ อย่าทำเองโดยไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ก่อน เพราะบางคนก็ไม่ควรใช้กาแฟ อาจให้โทษได้) .หมอเขียว จะแนะนำให้ใช้น้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นย่านาง หรือน้ำอุ่น หรือน้ำปัสสาวะ

นอกจากนั้น ยังได้ฟังประสบการณ์จากผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่างๆ โรคต่างๆ ที่อาการทุเลาจนถึงหาย โดยไม่พึ่งยาฝรั่งแผนปัจจุบัน หรือไม่ก็ลดการทานยาไปได้มาก จากการใช้ยา 9 เม็ด ร่วมกับการดื่มน้ำปัสสาวะตัวเอง แต่อย่าลืมว่าอาหารที่ค่ายจัดให้นั้น เป็นอาหารสุขภาพ ไม่มีเนื้อสัตว์ รสชาติไม่จัด ปรุงรสด้วยเกลือเล็กน้อยเท่านั้น และดื่มน้ำสมุนไพรย่านางใบเตยทุกวัน จึงไม่แปลกเลยที่คนทดลองดื่มปัสสาวะครั้งแรกนี้ จะเห็นฉี่ที่ใส รสชาติเหมือนชา จึงกล้าลอง

แต่ข่าวดีสำหรับท่านที่สนใจจะเป็นหมอรักษาตัวเอง โดยไม่ต้องบินไปเข้าค่ายถึงเมืองไทย เพราะที่แอลเอมี คุณวารุณี (แดง) และ คุณบุญเรือง เกตุพงศ์สุดา ผู้รับใช้ใจบุญ จิตอาสาแพทย์วิถีธรรม ศูนย์บาทรักษาทุกโรค จัดอบรมค่ายย่อย 1 วันเพื่อเรียนรู้ยา 9 เม็ด ค่ายเริ่ม 8.00 น.ถึง 17.00 น. วันอาทิตย์ ณ บ้านผู้จัดค่าย อยู่แถววัดไทย ซึ่งเป็นสถานที่เล็ก แต่มีสวนสมุนไพรให้ศึกษาด้วย จึงรับได้ครั้งละไม่เกิน 20 ท่าน มีอาหารกลางวันสุขภาพบริการฟรี พร้อมน้ำดื่มสมุนไพรฟรี ต้นสมุนไพรแจกฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในการอบรม เพื่อแบ่งปันความรู้ การดูแลสุขภาพ เพื่อที่ท่านจะได้เป็นหมอรักษาตัวเองได้ดีที่สุด หากท่านสนใจจะเข้าค่าย 1 วัน ติดต่อผู้เขียนได้ที่ 714-803-3333 ค่ายย่อยครั้งต่อไปจะเป็นเดือนสิงหาคม และไม่รับผู้ป่วยหนัก

บทสัมภาษณ์ คุณวารุณี (พี่แดง)

ผู้เขียน: รู้จัก อ.หมอเขียว เมื่อไหร่คะ

พี่แดง:   ปี 2012 ไปเข้าค่ายที่แอลเอ, ปี 2013 ไปเข้าค่ายที่สวนป่านาบุญ 1, ปี 2014        ไปเข้าค่ายอีกที่สวนป่านาบุญ 1, ปี 2015 ไปเข้าค่ายที่ฮิวสตั้น และหลังจากนั้น จึงสมัครเป็นนักศึกษาวิชาราม

ผู้เขียน: มีจิตอาสาที่รัฐไหนบ้างคะ

พี่แดง:   ทั้งหมด 18 รัฐ และอังกฤษ เยอรมัน ฝรั่งเศส และจะขยายเครือข่ายไปเรื่อยๆ

ผู้เขียน: ได้เป็นผู้รับใช้เริ่มจัดค่ายย่อยนานหรือยัง และทำอะไรบ้างคะ

พี่แดง:   ตั้งแต่ปี 2015 ถึงปี 2017 นี้ จัดกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งหมด 26 ครั้ง ศูนย์บาท รักษาทุกโรค เรียนฟรี อาหารฟรี แจกสมุนไพรฟรี โดยออกค่ายย่อยและงานเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมที่วัดไทยแอลเอ ออกโรงทานวัดพระธาตุบัวหลวง ออกค่ายย่อยและโรงทานวัดป่าธรรมชาติ ออกค่ายย่อยและโรงทานวัดสุทธาวาส รวมจัดค่ายสุขภาพ 1 วัน ที่จัดปีนี้อีก 6 ครั้ง ที่บ้านนอร์ธฮอลลีวูด

ผู้เขียน: ทำไมเป็นจิตอาสาผู้รับใช้ ต้องทุ่มเททำงานหนักด้วยความศรัทธาอย่างนี้คะ

พี่แดง:   จิตอาสาแพทย์วิถีธรรมมีจิตเป็นกุศลเพราะจิตอาสาส่วนใหญ่ผ่านการเจ็บป่วยมาทั้งหนักและเบา เมื่อเราจะต้องทานยาตลอดชีวิตกับการมาลองเลิกยาโดยใช้สมุนไพร กับยา 9 เม็ด แล้วเราปฏิบัติจริง พวกเราจืงลดโรคและหายจากโรคที่รักษามาเป็นเวลานานที่ไม่หาย แล้วมาหาย เราจึงอยากให้คนที่ทุกข์จากโรค และต้องกินยามาตลอดชีวิตแบบเรา ได้มีทางเลือกใหม่

ผู้เขียนมุมมองชีวิตกับการเจ็บไข้ได้ป่วยและแรงบันดาลใจช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์คะ    

พี่แดง:    ชีวิตคนเราเกิดมาต้องตายกันทุกคน แต่ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเลือกทางเดินของตนเอง ทางเลือกนี้จึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความสุข การกินยาอย่างหนึ่ง แล้วไปมีผลเพิ่มโรคอีกโรคหนึ่ง เราเอาไหม นี่คือสิ่งที่เราคาใจ ทำไมเราต้องกินยาตลอดชีวิต คีโมกับผู้ป่วยหนักหายไหม เมื่อคีโมไม่ได้แล้ว ก็ส่งกลับบ้านไปรอวันสุดท้ายของชีวิตอย่างเจ็บปวดทรมาน เราจึงเห็นว่า มีคนที่เป็นอย่างเราและไม่อยากเป็นอย่างที่เราเคยเป็น น่าที่จะได้รับความรู้ทางแพทย์ทางเลือก และผู้ป่วยที่ไม่มีเงินรักษาในราคารักษาที่สูง ซึ่งไม่มีความสามารถที่จะจ่ายมากๆ ได้ จึงคิดว่า อยากที่จะช่วยเหลือเขาเหล่านั้นให้มีความผาสุกอีกครั้ง เมื่อเราช่วยให้เขาหาย เขาก็มีจิตศรัทธามาช่วยด้วยใจของเขา บางคนมาช่วยไม่ได้ ก็เอาของมาช่วย ช่วยปัจจัยเพื่อให้งานดำเนินต่อไปได้ ไม่ติดขัด เราก็ทำไปจนกว่าคนจะไม่ให้ความสนใจ ไม่มีใครที่ไหนที่เขาให้ใครฟรีๆ โดยเฉพาะประเทศนี้ แต่เราทำได้ และทำจริง

ผู้เขียน:  เหนื่อยบ้างไหมคะได้ช่วยเหลือคนมากมาย

พี่แดง:    เหนื่อยค่ะ แต่อยู่บนความสุขที่เขาได้พ้นทุกข์ โรคเบาบาง และหายในที่สุด

ผู้เขียน.หมอเขียวศึกษาอบรมมามากมาย เห็นว่าเป็นข้าราชการกระทรวงมา 24 ปี ทางภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างไรคะ

พี่แดง:    อ.หมอเขียวทำวิทยานิพนธ์ งานวิจัยมากมาย และปัจจุบันรัฐให้การยอมรับ       และมีแพทย์แบบผสมผสานในหลายโรงพยาบาลแล้ว และมีสถาบันวิชารามเปิดการเรียนการสอนมาแล้วหลายรุ่น

ผู้เขียนมีอะไรจะทิ้งท้ายไหมคะ

พี่แดง:    อ.หมอเขียวจะต้องมาจัดค่ายใหญ่ทุกปี ยกเว้นปีนี้ เพราะมีงานพ่อหลวง แต่ปีหน้าเราคงจะมีค่ายใหญ่ในแคลิฟอร์เนียเนื่องจากความเพียรที่เราได้ทำมา

เจริญธรรม สำนึกดี

 

เป้าหมายการศึกษา “แพทย์วิถีธรรม”

…ประโยชน์ตน และประโยชน์ท่าน

(พึ่งตน และช่วยคนให้พ้นทุกข์)

เทคนิคทำใจ ให้หายโรคโดยเร็ว!!!

…อย่ากลัวตาย

…อย่ากลัวโรค

…อย่าเร่งผล

…อย่ากังวล

และอย่าลืมว่า หมอที่ดีที่สุดในโลก คือ ตัวคุณเอง!