Get Adobe Flash player

โรคปอดอุดตันเรื้อรัง (ต่อ) (ชื่อทางการแพทย์ Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) โดย หมอยศ

Font Size:

จากฉบับที่แล้วทุกคนคงพอจะทราบว่ากลุ่มอาการของโรค COPD เป็นกลุ่มอาการไม่ใช่ชื่อโรคจำเพาะ 80% ของ COPD เกิดจากโรค 3 โรคนี้คือ ถุงลมโป่งพอง (Emphysema) หลอดลมอักเสบเรื้องรัง (Chronic Bronchitis) และหอบหืด (Asthma) โดยฉบับที่แล้วได้พูดถึงการรักษา 2 แบบแรกคือโดยการเปลี่ยนพฤติกรรมและการใช้ยารักษา วันนี้ผมจะขอพูดถึงการรักษาอีก 2 แบบคือการรักษาด้วยการผ่าตัด การบรรเทาอาการด้วยการออกกำลังกาย แบบอื่นและข้อควรรู้อื่น ๆ ของโรคนี้กันต่อครับ

สำหรับการรักษาด้วยการผ่าตัด ในคนไข้ที่มีโรคถุงลมโป่งพองที่เป็นตรงปอดด้านบน คุณมีโอกาสที่จะหายใจได้ดีขึ้นถ้าได้รับการผ่าตัดเอาถุงลมของปอดส่วนบนทิ้งไป แต่มันก็ได้ทำให้คุณอายุยืนขึ้นหรอกครับ เพียงแต่จะทรมานน้อยลงเท่านั้น มีการรักษาแบบใหม่เกิดขึ้นมาตลอด เช่น การใส่วาวล์ไปที่ท่อลมแล้วทำให้ปอดที่เสียหายไปแล้วยุบลงไป แต่ไม่มีวิธีใดที่จะยืดอายุผู้ป่วยโรคถุงลมโป่งพองได้

การออกกำลังกายก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยบรรเทาโรค การออกกลังกายช่วงบนของร่างกายจะช่วยให้กล้ามเนื้อหายใจแข็งแรงขึ้น การเดินออกกำลังกายแบบแอโรบิคก็ช่วยได้เช่นกัน ในการออกกำลังกายนั้นอาจจะทำเองที่บ้านก็ได้ หรืออาจเข้าร่วมโปรแกรมการฟื้นฟูผู้ป่วยโรคปอดที่เรียกว่า Pulmonary Rehabilitation ก็ได้ ในอเมริกาผู้ที่มีประกันสำหรับผู้สูงอายุก็จะครอบคลุมการรักษาส่วนนี้อีกด้วย

เมื่อคุณเป็นโรคปอดเรื้อรัง ความซวยกำลังสองก็อาจจะเกิดขึ้นได้ ความซวยที่ว่านี้ก็คือ (ไม่นับมะเร็งหลากหลายชนิดที่มาจากการสูบบุหรี่)

  1. โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดอุดตัน หรือ Coronary Artery Disease มีอาการคือ เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่ายและอ่อนเพลีย
  2. โรคเส้นเลือดที่ขาอุดตัน หรือ Peripheral Arterial Disease มีอาการคือ เจ็บน่องเวลาเดินนาน ๆ ขาชาไม่มีสาเหตุ จับชีพจรเท้าไม่ได้
  3. โรคเจ็บตามมือและเท้าหรือ Berger’s Disease มีอาการคือ ชาและเจ็บมือหรือ/และเท้า มือและเท้าเย็นและแดงกว่าปกติ
  4. โรคอุดตันของทางเดินหายใจหรือ Obstructive Sleep Apnea มีอาการคือ กรน เพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา
  5. โรคประสาท โรคนี้คนไข้ไม่ค่อยรู้ตัวหรอกครับ มีอาการคือ คนใกล้ ๆ คุณจะรำคาญ ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ โกรธง่าย ไร้สติ กลัวสติแตก

 ในคนสูบบุหรี่ คุณมีโอกาส 10% ที่จะเป็นโรคนี้ และเมื่อคุณเป็นแล้วไม่ว่าคุณจะเข้าวัด รดน้ำมนต์ นั่งสมาธิ ทำบุญ 7 วัด 7 เมืองหรือบนบานศาลกล่าวให้หายจากโรคนี้ คุณพระคุณเจ้าก็มิอาจช่วยคุณได้ เพราะที่ผ่านมาท่านส่งคนมาเตือนคุณตั้งหลายทีแล้วคุณก็ไม่ฟัง คุณก็ต้องรับกรรมไปตลอดชีวิต

โรค COPD ส่วนมากเป็นโรคกูทำมากกว่าโรคกูซวย ดังนั้นการป้องกันจะเป็นประโยชน์มากกว่าการรักษา เมื่อคุณไอหรือเหนื่อยหอบแบบไม่มีเหตุผลก็ควรจะไปพบแพทย์เพื่อตรวจดูการทำงานของปอด เรียกว่า Pulmonary Function Test หรือ PFT และดูเอกซ์เรย์ปอด ในผู้ชายที่สูบบุหรี่หนัก ๆ ควรจะรับการตรวจ CT scan ปอดด้วยเพื่อดูว่ามีก้อนเนื้อในปอดหรือไม่ทุกปี

ถ้าอยากรู้ว่าต้องใช้ออกซิเจนหรือไม่ ก็ซื้อเครื่องตรวจออกซิเจนเรียกว่าเครื่อง Pulse Oximetry จาก Walmart หรือ Amazon.com มาลองใช้ดู (อันนี้ผมไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ) ถ้าหากออกซิเจนหรือค่า O2 Saturation น้อยกว่า 88% ก็เตรียมใจใส่สายออกซิเจนได้ตลอดชีวิต หรือถ้าไอเป็นเลือดก็ให้ไปพบแพทย์ทันทีเพราะอาจจะเป็นอาการของโรคมะเร็งปอดได้

ชีวิตนี้สั้นนัก ขอให้ท่านทั้งหลายจงเอาใจใส่กับร่างกายของตัวเอง ขอให้ตาสว่างสามารถแยกแยะความผิดชอบชั่วดี สิ่งใดที่ควรทำซึ่งทำแล้วดีแก่ตัวเองไม่เบียดเบียนผู้อื่นก็ทำไป ไม่มีใครหลุดพ้นกฏแห่งกรรมได้ ถ้าเพี่ยงพล้ำทำไปแล้วก็ขอให้มีสติ คิดทบทวนและแก้ไขเสีย เหล้า ยา บุหรี่ เลิกได้ก็ควรเลิกซะ ถ้ามีอะไรผิดปกติกับตัวเองก็ไปพบแพทย์ซะ อย่าเสียดายเงิน แก้ไขตั้งแต่ตอนยังไม่เจ็บมากจะง่ายกว่าปล่อยไปให้ร่างกายรักษาตัวเอง บางครั้งโรคบางโรคก็หายเองได้ แต่หลาย ๆ ครั้งมันไม่ใช่ รักษาเราเองเหมือนรักษารถยนต์ของเรา ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ทุกท่าน