Get Adobe Flash player

ไอเรื้อรัง (ต่อ) โดย หมอยศ

Font Size:

ฉบับที่แล้วหมอได้พูดถึงป้าจอยกับอาการไอเรื้อรังไปบ้างแล้ว ฉบับนี้เราจะมาคุยกันต่อว่าสาเหตุของอาการดังกล่าวเกิดจากอะไร และถ้าป้าไปหาหมอ หมอจะทำอะไรกับป้าจอย

สาเหตุของการไอเรื้อรังนั้น 85 เปอร์เซนต์เกิดจาก 3 สาเหตุคือ

1. Rhinosinusitis โพรงจมูกอักเสบเรื้อรัง แพ้อากาศ

2. Asthma โรคหอบหืด

3. GERD โรคกรดไหลย้อน

ส่วนอีก 15 เปอร์เซนต์นั้นเกิดจากโรคอื่น ๆ เช่น

1. มะเร็งหลอดลม มะเร็งปอด มะเร็งกล่องเสียง ใครเสียงแหบ ไอเป็นเลือด น้ำหนักลด โดยเฉพาะพวกสิงห์อมควัน ระวังไว้เถิด

2. โรคติดเชื้อ เช่น วัณโรค เชื้อรา

3. โรคหลอดลมอักเสบเรื้องรัง

4. โรคประสาท ก่อนจะถึงโรคนี้ ต้องสืบดูให้แน่ชัดก่อน

เมื่อป้าจอยไปหาหมอ หมอก็จะทำตามขั้นตอนดังนี้คือ

1. วินิจฉัยก่อนว่าเป็น 1 ใน 3 โรคยอดฮิตที่คนส่วนใหญ่เป็นไหม

ก. โพรงจมูกอักเสบ อาการไอมักเกิดจากขี้มูกลงคอ คันคอไอเป็นระยะ แห้ง ๆ เสียงขึ้นจมูก ปวดหน้าผากและตา

ข. หอบหืด ตื่นตอนกลางคืนไอแห้ง ๆ และมีเสียงหวีด ๆ ( Wheezing) พวกนี้จะเป็นมากเวลาออกกำลังกาย

ค. กรดไหลย้อน มีกรดขึ้นมาที่คอทำให้ไอ รู้สึกร้อนผ่าวในอก (Heartburn) เป็นมากเวลานอน

ถ้าสงสัยว่าเป็น 1 ใน 3 โรคนี้หมอก็จะรักษาเลย

2. ถ้าให้ยารักษาไปแล้วไม่ดีขึ้นก็จะต้องตรวจเพิ่ม เช่น เอกซเรย์ปอด ทำ PFT หรือ Pulmonary Function Test เพื่อดูสมรรถภาพของปอด ใส่สายลงกระเพาะเพื่อดูภาวะกรดไหลย้อน ให้หมอเฉพาะทางด้านหูคอจมูกส่องกล้องดูไซนัส หลอดลม และกล่องเสียง

และถ้าอาการยังคงดำเนินต่อไปไม่ดีขึ้น ก็ต้องทำ CT scan ที่ปอดและส่องกล้องที่ปอด ซึ่งถ้าหาอะไรไม่เจอก็คงจะลำบากแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นโรคประสาทที่เรียกว่า Vocal Cord Dysfunction พวกนี้จะมีอาการคล้ายหอบหืด ก็จะให้ไปวัดนั่งสมาธิ ทำใจให้สงบ กรณีนี้ยาแก้ไอพอช่วยได้บ้างถ้าไม่มีอะไรจะช่วยไปได้มากกว่านี้