Get Adobe Flash player

ความเครียด โดย หมอยศ

Font Size:

มีคนหลายคนถามมาว่า ทำอย่างไรไม่ให้เครียด ทุกวันนี้ทำงานหนักเหมือนรถบรรทุกหินไปถมสร้างถนน ตัวรถก็เก่าลงทุกวัน งานก็แสนหนัก ล้อต้องรับน้ำหนักของหินที่บรรทุกไปถมถนนไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ ร่างกายคนเราก็ไม่ต่างอะไรกันเลย ความเครียดเปรียบเสมือนรอบที่รถบรรทุกต้องวิ่ง ยิ่งวิ่งเร็วขึ้น รับของมากขึ้น รถก็ชำรุดเร็วขึ้น ก็เหมือนใจคนเรานี่แหละ

หลายคนบอว่า “การทำงานคือการปฏิบัติธรรม” ช่างเป็นคำพูดที่ง่ายยิ่งนักแต่ยากที่จะทำได้ และโอกาสที่จะทำได้ในเพศฆราวาสนั้นเป็นศูนย์ คนเราไม่มีใครเกิดมาเพื่อทำงานฟรีให้คนอื่นเพียงอย่างเดียวหรอก คนทุกคนทำงานก็เพราะมีเป้าหมาย เหมือนคนยิงธนู มีหรือจะเล็งเพื่อให้ออกนอกเป้า คนที่บอกว่าทำเพื่อคนอื่นก็คือคนที่ยืมเป้าคนอื่นมาให้อยู่ใกล้กับจุดยิงมากขึ้นนั่นแหละ เพราะว่าเราทำงานทุกอย่างก็เพื่อเราเองในที่สุด ยิ่งเรามุ่งทำเพื่อตัวเองมากเข้า ความเป็นเรามันก็บีบคั้นเรามากขึ้น ถ้าทำได้สำเร็จมันก็จะสนองความต้องการของตัวเรา ความสุขก็เกิด ถ้าไม่สำเร็จก็เหนื่อยฟรี เจ็บฟรี ความเศร้าก็เกิด ทุกอย่างมันจึงต้องอยู่ที่มุมมองของความเป็นเรา รู้จักใช้จิตวิทยามารักษาในของเราเอง

เวลามีบาดแผล มีดบาด เลือดไหลโจ๊ก ๆ แต่หลังจากการห้ามเลือด เลือดก็หยุด แผลก็จะสมานเอง ไม่นานหลังจากนั้นเราก็ลืม แต่ถ้ามีใครมาด่ามาว่าเรา ยิ่งด่าแรง กระทบตัวเราแรง แผลในใจก็จะเกิด แต่แผลนี้มันแปลก มันสมานเองได้ แต่เราไม่เคยลืม เมื่อมีเราเกิดขึ้น กระบวนการปกป้องเราก็เกิดขึ้นมาพร้อมกัน กระบวนการนี้แหละที่ทำให้เกิดความเครียด จากความกลัวที่จะต้องมีแผลในใจ เพราะมันเจ็บลึก เจ็บนาน และเจ็บไม่ลืม นอกจากจะเกิดความกลัวแล้ว เมื่อความคิดในการป้องกันตัวเกิด ก็จะเกิดเป็นความแค้นฝังหุ่นกันต่อไป เกิดเป็นวงเวียนกรรมไม่สิ้นสุด ความเครียดทางการแพทย์ก็เกิดจากการที่สาร Adrenaline ซึ่งเป็นสารในสมองที่ถูกกระตุ้นจากปฏิกริยาที่ร่างกายต้องตอบโต้กับสิ่งกระตุ้นจากภายนอก สารนี้จะไปกระตุ้นให้ร่างกายมีพลังในการต่อสู้กับสิ่งร้ายต่อร่างกายเรา ทำให้หัวใจเต้นระรัว เหงื่อแตก ม่านตาขยาย มือไม้สั่น

ทุกครั้งที Adrenalin หลั่ง ร่างกายเราต้องทำงานหนักขึ้น สารพิษในร่างกายก็จะสะสมมากขึ้น คนที่เครียดตลอดเวลาจึงมีโอกาสเป็นโรคความดันสูง โรคเบาหวาน นอนไม่หลับ ใจสั่น หัวใจโต เส้นเลือดในสมองและหัวใจตีบ โรคไขมันในเลือดสูง ภาวะเครียดไม่น่ารักเลย บางครั้งความเครียดก็จะมีผลต่อสมองทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า “สู้หรือหนี” ถ้าเราตัดสินใจที่จะ “สู้” ก็จะเกิดอาการ 30 วินาทีเป็นตายอย่างที่เราเห็นบ่อย ๆ เช่น ขับรถแซงกัน ปาดหน้ากัน ลงมาชักปืนยิงกันแบบหนังคาวบอย ภายใน 30 วินาทีก็อาจทำให้คุณตายได้ แต่ถ้าคิดว่าจะ “หนี” โดยมากก็จะเสมอตัว อาจคิดเสียใจในภายหลังว่าเสียท่า ไม่มีโอกาสที่จะสู้ เกิดเป็นความเครียดต่อเนื่องได้อีก แล้วเราจะทำอย่างไรกับชีวิตถึงจะไม่ให้เครียด จะใช้ชีวิตอย่างไรดี???

กลับมาที่เรื่องรอยแผลกันอีกที แผลทางกายลืมได้ แต่แผลทางใจลืมไม่ลง ถ้าเราทำให้แผลทางใจเป็นเหมือนแผลทางกาย เมื่อไหร่ที่มีแผลใหม่ เราก็ไม่ต้องเจ็บต่อเนื่องอีก มีหลายวิธีที่เราทำกันอยู่แล้วในปัจจุบัน ฉบับหน้าเรามาพูดถึงเรื่องนี้กันต่อครับ