Get Adobe Flash player

โรคเส้นเลือดหัวใจตีบตัน โดย หมอยศ

Font Size:

คุณสมิธโทร.เข้ามาที่คลีนิคผมตั้งแต่ไก่โห่ พยาบาลคริสรับสาย สมิธพูดเสียงสั่นเครือ ไม่รู้เป็นอะไรตอนเช้าตื่นมาปวดคอ ปวดไหล่ 2 ข้าง ยกแทบไม่ขึ้น เหนื่อยหอบผิดปกติ เดินไปห้องน้ำก็แทบแย่ สมิธอายุ 60 ปี แข็งแรง ไม่เคยเข้าโรงพยาบาลเลย แต่ไขมันในเลือดสูงกับน้ำตาลในเลือดตอนเช้าสูงกว่าปกติเล็กน้อย (ประมาณ 102 มล./ดล.) ความดันสูงนิดหน่อย 140/90 ความดันปรอท เขาไม่ยอมกินยา และน้ำหนักตัว 206 ปอนด์ !!! มีค่า BMI ถึง 32 (ถ้าค่ามากกว่า 30 แปลว่าอ้วน)

เขาพยายามลดน้ำหนักหลายครั้งแต่ไม่เคยสำเร็จ ด้วยความที่ไม่เคยเป็นอะไร เขาจึงไม่ค่อยใส่ใจกับโรคร้ายภัยเงียบทั้งหลายข้างต้น เช้านี้เขามีอาการแปลก ๆ พยาบาลคริสก็ไม่ค่อยได้ยินมาก่อนว่า คนไข้เส้นเลือดหัวใจตีบจะปวดคอ  ปวดไหล่ แต่เธอก็ยังเอะใจว่า ทำไมสมิธจึงเหนื่อยหอบกระทันหัน เธอโทร.หาผมทันทีที่ได้ยิน ผมก็เลยโทร.เรียก 911 ให้ไปรับเขาไปยังห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลศูนย์ทันที

ตกลงสมิธเป็นอะไร???? คำตอบก็คือ....เส้นเลือดตีบตันและหัวใจวาย......

จากการตรวจในห้องฉุกเฉินทั้ง EKG, เอกซเรย์ทรวงอก และตรวจเลือดดู Troponin, CPK, และ BNP ทุกอย่างผิดปกติหมด สมิธโชคดีที่ได้รับการสวนหัวใจ ซึ่งก็พบว่าหัวใจวายจากเส้นเลือดทั้ง 3 เส้นตีบหมด โชคดีที่หมอหัวใจใส่ stents ได้ทันท่วงที เขารอดตายได้อย่างหวุดหวิด

เราได้เรียนรู้จากเคสนี้ว่า

1. บางครั้งเส้นเลือดหัวใจตีบ อาจทำให้ปวดคอ ปวดหไหล่หรือบางทีปวดกราม โดยไม่ต้องปวดหน้าอกได้ แต่ถ้าปวดหน้าอกก็จะเป็นแบบปวดอกแบบบีบรัด เหมือนคนมานั่งทับหน้าอก

2.เส้นเลือดหัวใจตีบ อาจมีอาการเหนื่อยง่าย หัวใจวายเฉียบพลันได้ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคเบาหวาน

3. โรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ป้องกันได้โดย

  • ลดน้ำหนัก ค่า BMI ควรอยู่ที่ 25-27
  • รักษาโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง ด้วยยาและการออกกำลังกาย ร่วมกับการจำกัดอาหาร
  • รักษาโรคความดันโลหิตสูง
  • ถ้ากรนและง่วงเหงาหาวนอนง่าย ควรไปตรวจว่าเป็นโรคหยุดหายใจขณะนอนหลับหรือ Sleep Apnea หรือไม่ ถ้าเป็นก็จะได้รักษาซะ
  • งดบุหรี่โดยเด็ดขาด
  • อย่ากลัวหมอ หมอดี ๆ ยังมีอยู่มาก เหมือนกับทุกอาชีพล้วนแล้วแต่มีคนดี คนเลวปนกัน หาหมอดี ๆ แล้วกรุณาร่วมมือกับหมอของคุณเหมือนญาติ อย่าอวดรู้ ศึกษาหาความรู้ร่วมกัน ไม่มีใครเป็นเทวดารู้ทุกอย่างหรอก การรักษาโรคก็เหมือนกับทุกอาชีพที่ต้องประสานทำงานร่วมกันระหว่างหมอและคนไข้ ดูอย่างประเทศในเอเชียที่ยังล้าหลัง เปรียบเทียบกับการทำงานแบบญี่ปุ่น ก็ถ้าคนในประเทศเก่งกันหมดไม่มีใครยอมใคร ประเทศนั้นล้วนย่ำเท้าอยู่กับที่ทั้งนั้น เปิดใจรับฟังความคิดเห็น แล้วรู้จักซักถาม ทำการบ้านสุขภาพของตนอยู่เสมอ
  • ถ้าทำทุกอย่างแล้ว ความซวยยังย่ำอยู่กับตัว ก็ขอให้โทษบุญโทษกรรม ไปตามล้างซวยด้วยการทำบุญ 7 วัด ก็อาจจะช่วยให้มีกำลังใจบ้างแบบไทย ๆ ก็อาจจะได้ตายอย่างสบายใจ แต่ถ้าเป็นพุทธที่ตื่นรู้เข้าใจหลักคำสอนของศาสนาด้วย ก็หมั่นนั่งสมาธิ ปลงสังขารและมีสติ ค่อยคิดแก้ไขปัญหาทีละนิด ขณะเดียวกันก็ไม่ยึดติดกับสังขารชั่วคราว กว้างคืบ ยาวศอก อย่าลืมโรคหัวใจมันมากับความเครียดนะครับ