Get Adobe Flash player

fever (ไข้) ตอนที่ 1 โดย น.พ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

ผมเขียนถึงเรื่อง ยา Antibiotics เลยชวนให้คิดถึงโรคไข้ คนจีนเวลาพูดถึงโรคอะไรก็ตามที่ทำให้ร่างกายมีไข้ เขาเรียกโรคไข้ร้อน พ่อแม่หรือหมอจีนจะต้องให้กินยาที่เราเรียกว่า เจียะเลี้ยง หรือยาเย็นนั่นเอง

ตอนผมเด็ก ๆ เวลามีไข้เขาจะต้องไปซื้อยาห่อสมุนไพรของจีน เรียกว่า ลิ่มเกียกเซี้ยง  ต้มกับขิงแก่ ๆ เป็นกำมือในหม้อดิน แล้วก็ให้ดื่มกินตอนยังร้อน ๆ อยู่ (ก็ค่อย ๆ ซดซี่ครับ ปากคอจะได้ไม่พอง) คนจีนที่อายุมากเขาสามารถซดอย่างร้อน ๆ ทั้งชามภายในหนึ่งนาที

 แน่นอน ในประเทศที่อากาศร้อนอย่างเมืองไทย เหงื่อก็ออกท่วมตัวแม้จะไม่มีไข้ แค่นี้ยังไม่พอ ดื่มยาหม้อร้อน ๆ ที่มีขิงแก่อยู่ด้วย แล้วแถมต้องเอาผ้าห่มหนา ๆ คลุมอีก  แน่นอนก็เพราะไม่สบาย ร่างกายก็เพลียอยู่แล้ว เจอวิธีรักษาแบบนี้ เหงื่อยิ่งออกใหญ่ นำพาเอาความร้อนออกทางเหงื่อด้วย เลยเพลียหลับไป พอตื่นนอน ขยับตัวได้ หายเจ็บปวดตัว ก็ออกไปวิ่งเล่นได้เลย ด้วยตอนเด็ก ๆ ผมมีสุขภาพที่อ่อนแอ เพราะเป็นโรคหลายอย่าง เจออะไรเข้าก็เป็นไข้ เรื่องดื่มยาเจียะเลี้ยง ผมเลยเคยชิน ดื่มก็ดื่ม จะเป็นอะไรไป ดีกว่าโดนแม่ดุเอา

ในโลกสมัยใหม่ เราวัดไข้ด้วยเครื่องมือที่เรียกว่า ปรอท ในคนธรรมดา อุณหภูมิในตัวจะอยู่ราว ๆ 97.5 -99องศา ฟาเรนไฮท์ หรือ 37-38 องศา เซลเซียส ตัวเลขนี้คือวัดจากปาก แต่ถ้าวัดจากรูก้น ก็ต้องบวกอีกหนึ่งดีกรี ทั้งนี้ก่อนจะวัด ต้องไม่ดื่มน้ำร้อนก่อนหน้า ไม่ไปออกกำลังกาย ทำงานจนเหงื่อแตก เพิ่งตากแดดร้อน ๆ มา ความร้อนที่วัดได้ก็สูงขึ้นแน่นอน

ในเด็ก ๆ ถ้าความร้อนสูงถึง 103 ดีกรีขึ้นไปต้องรีบเช็ดตัวด้วยน้ำเย็น และเปิดพัดลมเป่า ถ้าใจกล้าจะใส่แอลกอฮอล์ด้วยก็ยิ่งดี จะให้ยาแก้ร้อนเช่น พวก Tylenol ก็ได้ แต่ห้ามให้ แอสไพรินเด็ดขาด เพราะถ้าไข้ยังสูงมากอยู่เด็กอาจจะชักได้ ตัวแอสไพรินจะทำให้สมองบวม เรียกว่า Reye’s syndrome อาจทำให้เกิดอาการชักถึงตายได้ ในผู้ใหญ่ อาจให้ พวก Advil, or Motrin ซึ่งหาซื้อตามร้านยา ไม่ต้องมีใบหมอ ตัวนี้นอกจากแก้ไข้แล้วยังแก้ปวดเมื่อยตัวด้วย ถ้าหมอพบว่าเกิดจากเชื้อโรค การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะก็เป็นสิ่งที่จะช่วยกำจัดไข้และโรคได้

ความร้อนในร่างกายที่สูงนี้ มันเป็นขบวนการที่ร่างกายทำการต่อสู้ กับเชื้อโรค ไม่ให้มันขยายตัวเพิ่มขึ้น การให้ร่างกายมีไข้นี้ เขายังใช้ในการรักษาโรคมะเร็งได้ด้วย

ถ้าคนมีไข้สูงกว่า 100 ดีกรีเป็นอย่างน้อย 3 อาทิตย์หรือเดือน โดยหาสาเหตุไม่ได้ เขาจะเรียกว่า FUO Fever Unknown Origin (ไม่ใช่ UFO นั่นมันจานบินจากนอกโลก) แพทย์จะต้องตรวจหาให้วุ่นไปเลย กระเป๋าเราก็พลอยยุบไปด้วยอาการแบบนี้ มักจะเกิดจากเชื้อโรคหรือมะเร็งและอีกหลายโรคที่เราค้นหาไม่เจอ

จะแยกแยะโรคที่ทำให้เกิดไข้ได้

          1.  Drugs ยาหลายอย่าง เช่นพวก ยาปฏิชีวนะหลายตัวที่ทำให้เกิดไข้ได้ ตั้งแต่เพนนิซิลลิน ยาพวก ซัลฟา ยาพวกรักษาสิว เช่น Doxycycline(ตัวนี้อาจทำให้ท้องเดินอีกด้วย) ยาพวกรักษาโรคแพ้ Antihistamine ยานอนหลับพวก Barbiturates (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้ว ) ยาลดความดันหลายตัว เช่นยาขับปัสสาวะ

          2.  โรคติดเชื้อ จากแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา พยาธิ์  โรคติดเชื้อนี้ ถ้ามันไม่แสดงออกมาให้เราเห็น ก็ต้องสืบหาเหมือนนักสืบ ตั้งแต่โรคลิ้นหัวใจที่ติดเชื้อจากแบคทีเรีย โรคลำไส้ โรคเอ็ดส์ โรคตับจากเชื้อไวรัส  พวกอาชีพทำฟาร์ม เลี้ยงหมู จากติดเชื้อเช่น พยาธิ์หมูที่เข้าสมอง กล้ามเนื้อ(พวกชอบกินแหนมดิบ)  เชื้อโรคจากวัวBrucellosis โรคเชื้อราจากฟาง พวกชอบเข้าป่าแล้วโดนตัวหมัดกวางกัดเอา พวกชอบไปดูนกในป่าแล้วไปสูดเอาขี้นกแห้งที่มันกระจาย ซึ่งมีเชื้อ Psittacosis (เชื้อโรคที่ตัวใหญ่กว่าไวรัสหน่อย)

          3.  มะเร็ง หลายชนิดที่ทำให้ไข้ขึ้นได้ เพราะร่างกายต้องต่อสู้ และต้องทำงานหนักในการเผาผลาญ ที่เจอมากคือ โรคมะเร็งของเม็ดเลือดขาว Leukemia ,มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง Lymphoma มะเร็งของสมอง, มะเร็งทั้งหลายในระยะท้าย ๆ ก็มีไข้ได้

          4.  โรคของฮอร์โมน ที่สำคัญคือต่อมไทรอยด์ ถ้ามีฮอร์โมนสูงที่เรียกว่า Hyperthyroid disease ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมด มักจะมีอาการหนาว ๆ ร้อน ไข้ต่ำ ๆ เพราะฮอร์โมน อิสโตรเจ้นมันขาด

          5.  โรคของความต้านทาน Auto-immune diseases หลายอย่าง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคลูปัส โรคเส้นเลือดอักเสบ Polyarteritis, โรคกล้ามเนื้อเจ็บปวดเรื้อรัง Poly-myositis, Fibro-myositis โรคต่อมไทรอยด์ที่เกิดจากความต้านทานผิดปรกติ

          6.  โรคของสมอง ตั้งแต่ เลือดออกในสมอง พยาธิ์ในสมอง เนื้องอกและมะเร็ง สมองช้ำ ความดันในสมองสูงมาก

โอ ! ลืมเล่าให้ฟังว่าอวัยวะที่ควบคุมความร้อนหรือไข้นั้น มันอยู่ในสมองนั่นเอง เรียกว่า Hypothalamus ตัวนี้แหละเป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย เปรียบเหมือน Thermostat ในบ้าน  ถ้าหนาว มันก็จะทำให้กล้ามเนื้อสั่นสยิว Shivering สร้างความร้อนขึ้นในร่างกาย และทำให้เราต้องหาเสื้อผ้าห่ม หรือที่ซ่อนอบอุ่น นั่นคือธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

แต่ถ้าร่างกายเกิดสร้างความร้อนขึ้นมากมาย เพราะพิษในร่างกายหรือนอกกาย ซึ่งเรียกว่า Pyrogens ซึ่งอาจมาจากนอกหรือในร่างกาย ร่างกายจะสร้างความร้อนขึ้นมามากมาย ถ้าความร้อนสูงมาก เช่น 103 องศา ขึ้นไป Hypothalamus ก็จะปรับตัวผิดไปจากเดิม (คือตั้งเครื่องปรับให้สูงขึ้นเรื่อย) อุณหภูมิที่ต่ำกว่านั้นสมองส่วนนี้จะบอกเราว่ายังหนาวอยู่  ดังนั้นแม้คนไข้จะตัวร้อนมาก อยู่แล้ว แต่คนไข้กลับรู้สึกว่าหนาวมาก กล้ามเนื้อก็ยิ่งหนาวสั่นมาก ตัวก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ไข้ก็ยิ่งสูงมาก จนถึงขั้นชักได้

อีกตัวที่ลืมวิเคราะห์ให้ฟังก็คือ อะไรที่ไปรบกวนสมองก็เท่ากับไปรบกวน เครื่องปรับความร้อนในสมองเหมือนกัน ดังนั้นอะไรที่ทำให้ร่างกายมี Pyrogens เราต้องกำจัดมัน และต้องพยายามลดความร้อนของตัวลงด้วย เครื่องปรับความร้อนก็จะปรับให้ลดลง ถ้าเรื่องของสมองก็ต้องหาหมออย่างแน่นอน ก่อนจะซี้แหงแก๋  อ่านแล้วก็งง ไม่เป็นไร จำไว้อย่างเดียวว่า ต้องลดความร้อนลงให้ได้

ส่วนเรื่องไปเสียเหงื่อมากและตากแดดร้อน เช่นไปเที่ยวทะเลทราย หรือเล่นกีฬา ทำงานหนักกลางแดด จนเป็น Heat Cramp, Heat Exhaustion และ Heat Stroke นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเคยเล่ามาแล้ว ถ้ามีเวลาผมอาจเล่าให้ฟังทีหลังตอนหน้าร้อน