Get Adobe Flash player

Fever ( ไข้ ) ตอนที่ 2 โดย น.พ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

1. Drugs ยาหลายอย่าง เช่นพวก ยาปฏิชีวนะหลายตัวที่ทำให้เกิดไข้ได้ ตั้งแต่เพนนิซิลลิน ยาพวก ซัลฟา ยาพวกรักษาสิว เช่น Doxycycline(ตัวนี้อาจทำให้ท้องเดินอีกด้วย) ยาพวกรักษาโรคแพ้ Antihistamine ยานอนหลับพวก Barbiturates (เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยนิยมใช้กันแล้ว ) ยาลดความดันหลายตัว เช่นยาขับปัสสาวะ
2. โรคติดเชื้อ จากแบคทีเรีย ไวรัส เชื้อรา พยาธิ์ โรคติดเชื้อนี้ ถ้ามันไม่แสดงออกมาให้เราเห็น ก็ต้องสืบหาเหมือนนักสืบ ตั้งแต่โรคลิ้นหัวใจที่ติดเชื้อจากแบคทีเรีย โรคลำไส้ โรคเอ็ดส์ โรคตับจากเชื้อไวรัส พวกอาชีพทำฟาร์ม เลี้ยงหมู จากติดเชื้อเช่น พยาธิ์หมูที่เข้าสมอง กล้ามเนื้อ(พวกชอบกินแหนมดิบ) เชื้อโรคจากวัวBrucellosis โรคเชื้อราจากฟาง พวกชอบเข้าป่าแล้วโดนตัวหมัดกวางกัดเอา พวกชอบไปดูนกในป่าแล้วไปสูดเอาขี้นกแห้งที่มันกระจาย ซึ่งมีเชื้อ Psittacosis (เชื้อโรคที่ตัวใหญ่กว่าไวรัสหน่อย)
3. มะเร็ง หลายชนิดที่ทำให้ไข้ขึ้นได้ เพราะร่างกายต้องต่อสู้ และต้องทำงานหนักในการเผาผลาญ ที่เจอมากคือ โรคมะเร็งของเม็ดเลือดขาว Leukemia ,มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง Lymphoma มะเร็งของสมอง, มะเร็งทั้งหลายในระยะท้าย ๆ ก็มีไข้ได้
4. โรคของฮอร์โมน ที่สำคัญคือต่อมไทรอยด์ ถ้ามีฮอร์โมนสูงที่เรียกว่า Hyperthyroid disease ผู้หญิงที่ประจำเดือนหมด มักจะมีอาการหนาวๆ ร้อน ไข้ต่ำๆ เพราะฮอร์โมน อิสโตรเจ้นมันขาด
5. โรคของความต้านทาน Auto-immune diseases หลายอย่าง เช่น โรครูมาตอยด์ โรคลูปัส โรคเส้นเลือดอักเสบ Polyarteritis, โรคกล้ามเนื้อเจ็บปวดเรื้อรัง Poly-myositis, Fibro-myositis โรคต่อมไทรอยด์ที่เกิดจากความต้านทานผิดปรกติ
6. โรคของสมอง ตั้งแต่ เลือดออกในสมอง พยาธิ์ในสมอง เนื้องอกและมะเร็ง สมองช้ำ ความดันในสมองสูงมาก
โอ ! ลืมเล่าให้ฟังว่าอวัยวะที่ควบคุมความร้อนหรือไข้นั้น มันอยู่ในสมองนั่นเอง เรียกว่า Hypothalamus ตัวนี้แหละเป็นตัวควบคุมความร้อนในร่างกาย เปรียบเหมือน Thermostat ในบ้าน ถ้าหนาว มันก็จะทำให้กล้ามเนื้อสั่นสยิว Shivering สร้างความร้อนขึ้นในร่างกาย และทำให้เราต้องหาเสื้อผ้าห่ม หรือที่ซ่อนอบอุ่น นั่นคือธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
แต่ถ้าร่างกายเกิดสร้างความร้อนขึ้นมากมาย เพราะพิษในร่างกายหรือนอกกาย ซึ่งเรียกว่า Pyrogens ซึ่งอาจมาจากนอกหรือในร่างกาย ร่างกายจะสร้างความร้อนขึ้นมามากมาย ถ้าความร้อนสูงมาก เช่น 103 องศา ขึ้นไป Hypothalamus ก็จะปรับตัวผิดไปจากเดิม (คือตั้งเครื่องปรับให้สูงขึ้นเรื่อย) อุณหภูมิที่ต่ำกว่านั้นสมองส่วนนี้จะบอกเราว่ายังหนาวอยู่ ดังนั้นแม้คนไข้จะตัวร้อนมาก อยู่แล้ว แต่คนไข้กลับรู้สึกว่าหนาวมาก กล้ามเนื้อก็ยิ่งหนาวสั่นมาก ตัวก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ไข้ก็ยิ่งสูงมาก จนถึงขั้นชักได้
อีกตัวที่ลืมวิเคราะห์ให้ฟังก็คือ อะไรที่ไปรบกวนสมองก็เท่ากับไปรบกวน เครื่องปรับความร้อนในสมองเหมือนกัน ดังนั้นอะไรที่ทำให้ร่างกายมี Pyrogens เราต้องกำจัดมัน และต้องพยายามลดความร้อนของตัวลงด้วย เครื่องปรับความร้อนก็จะปรับให้ลดลง ถ้าเรื่องของสมองก็ต้องหาหมออย่างแน่นอน ก่อนจะซี้แหงแก๋ อ่านแล้วก็งง ไม่เป็นไร จำไว้อย่างเดียวว่า ต้องลดความร้อนลงให้ได้
ส่วนเรื่องไปเสียเหงื่อมากและตากแดดร้อน เช่นไปเที่ยวทะเลทราย หรือเล่นกีฬา ทำงานหนักกลางแดด จนเป็น Heat Cramp, Heat Exhaustion และ Heat Stroke นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผมเคยเล่ามาแล้ว ถ้ามีเวลาผมอาจเล่าให้ฟังทีหลังตอนหน้าร้อน