Get Adobe Flash player

Marathon ตอนที่ 2 โดย น.พ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

เล่าไปเล่ามาก็ไม่พ้นเรื่องของกรีก แต่ทว่าคราวนี้ไม่เกี่ยวกับเทพยาดาทั้งหลาย แต่เป็นเรื่องประวัติศาสตร์จริงๆ มันเกี่ยวกับสงครามแหละครับ เรื่องเพราะว่าพระเจ้าแผ่นดินเปอร์เซียต้องการขยายอำนาจออกมาทางด้านยุโรป และแค้นใจที่ชาวกรีกด้านตะวันตกของทะเลอีเจี้ยน ไปช่วยชาวกรีกที่ตั้งบ้านเมืองอยู่ตามเมืองชายฝั่งรอบๆ ทะเลอีเจี้ยน ให้ขึ้นมาต่อต้านชาวเปอร์เชีย บ้านเมืองที่ติดชายฝั่งด้านเอเชียไม่เนอร์พวกนี้เคยถูกชาวเปอร์เชียรุกรานเอา จนตกเป็นเมืองขึ้นสเกือบทั้งหมด กษัตริย์เปอร์เชียองค์นี้คือพระเจ้าDarius ผู้ยิ่งใหญ่ มีอาณาจักรกว้างใหญ่ไพศาล ตั้งแต่อีจิปต์จนถึงอินเดีย เลยต้องส่งกองทัพมาสั่งสอนกันเสียหน่อย แล้วจะได้รุกรานยึดเป็นเมืองขึ้น เพื่อเอามาส่งส่วย เรียกว่าส่ง Earth and Water ทุกปีไป เมื่อส่งนักการทูตไปเรียกร้องก็ถูกทำร้ายกลับมา จำจะต้องลงโทษด้วยรุกรานทางทหารอย่างรุนแรง ให้เข็ดหลาบ
ครั้งแรกในปี 492 BC (ก่อนคศ).ก็ยึดได้รัฐทางเหนือคือ Thrace (จำหนังเรื่องSpartacus พระเอกนายคางบุ๋ม เคิร์ก ดักกลาส ก็แสดงเป็นทาษที่มาจากเมืองนี้แหละ) และ Macedonia (รัฐของพระเจ้าอเลกซานเดอร์มหาราชในกาลต่อมา) แต่ว่ากองทัพเรือไปล่มเสียก่อนที่จะเดินทางต่อไปที่รัฐทางใต้ เพราะไปเจอพายุรุนแรงที่รอบแหลมAthos จนกองทัพเรือแตกล่มสลายหมด เขาว่าด้วยอำนาจของเทพพระเจ้าซุส Zeus ส่งพายุลมร้ายมาช่วย เหมือนลมพายุคามิกาเช่ที่ช่วยประเทศญี่ปุ่นรอดพ้นจากกองทัพเรือของเจองกีสข่านที่เกรียงไกร
ต่อมาปี 460 BC พระเจ้า ดาเรียสส่งกองทัพเรือและทหารบกมาพร้อมกัน มีเรือรบ หกร้อยลำ และกองทัพบก เก้าหมื่นคน คราวนี้ให้เจาะคลองผ่านทางเหนือของแหลม Athos เพื่อไม่ให้เกิดไปเจอลมพายุที่ปลายแหลมนี้ แล้วกองทัพเรือก็วิ่งลงมาทางใต้ ไปตั้งค่ายบนบก และอีกส่วนหนึ่งให้อยู่บนเรือ ที่ตั้งค่ายนั้นคือ ทุ่งโล่งมาราทอนMarathon เพราะวางแผนจะใช้ทหารม้าได้สะดวกในทุ่งโล่งอย่างมาราทอน ทุ่งนี้ห่างจากเมืองหลวงเอเธนแค่ 40 กิโลเมตร หรือ 26 ไมล์เท่านั้น ถ้าบุกตลอดเพียงระยะแค่นี้ วันหนึ่งก็ถึงได้ แล้วก็จะทำลายกรุงเอเธนได้สะบาย นอกนี้ยังใช้กองทัพเรือที่มาด้วย แล่นอ้อมแหลมทางใต้ที่ Sunium ซูเนียม ก็ถึงกรุงเอเธนพอดี เรียกว่าตีขนาบทั้งสองหน้าเลย
ตั้งค่ายยังไม่ทันเสร็จก็เห็นทหารกรีกกรีฑามาตั้งค่ายอยู่ไม่ห่างนัก ทางตะวันตก กองทัพกรีกกะว่าจะรอให้กองทัพของพันธมิตรอีกหลายรัฐมาเจอกัน เมื่อมาถึงก็จะบุกทันที แต่สุดท้ายก็เข้าโจมตีภายในสองวัน เพราะถ้ารอนาน เดี๋ยวพรรคพวกที่รวมกันอยู่ตอนนี้จะพลอยเปลี่ยนใจ และเพราะแม่ทัพรู้ถึงการรวมตัวของกองทัพเปอร์เชียดีว่า เป็นกองทัพผสมของหลายชาติ ไม่ค่อยมีกำลังใจสู้เท่าไหร่ ต้องรีบบุกอย่าได้ให้ตั้งตัวติดด้วยกำลังกองทัพเมืองเอเธนและรัฐที่อยู่ใกล้ๆ รวมกันแค่ หมื่นคน ก็เข้าบุกแต่เช้า ด้วยคำสั่งของแม่ทัพคนเดียว ไม่เหมือนของเปอร์เชียมีแม่ทัพหลายคน ต่างก็คุมกองทัพของชาติ หรือรัฐของตัวเอง ด้วยทหารของกรีกเข้าใจกันว่า ถ้าศึกครั้งนี้ถ้าไม่ชนะก็ต้องตายหมดทุกคน ก็ต้องสู้กันแบบถวายชีวิตกันทุกคน สุดท้ายกองทัพเปอร์เชียเกือบเก้าหมื่นคนก็แตกกระจาย หนีลงน้ำ หรือลงเรือ ตายไปก็มากมาย กะคำนวณว่าถึงหกพันกว่าคน ส่วนของกองทัพกรีกตายแค่ 192 คนเท่านั้น เมื่อได้ชัยชนะแล้วก็ส่งทหารคนหนึ่ง ให้วิ่งไปบอกข่าวชัยชนะครั้งนี้ให้ชาวเมืองเอเธนรู้ ตอนนั้นก็ราว ๆ เดือนพฤษภาคม เกิดอากาศมันร้อนด้วย ทหารส่งข่าวนักวิ่งคนนั้นก็วิ่งไม่หยุดตลอดระยะทาง 40 กิโลเมตร ใส่เครื่องรบเต็มยศ พอเข้าเมืองตะโกนบอกว่า “We have been victorious” เราชนะแล้ว ตะโกนได้แค่นี้ก็ขาดใจตายทันที ในชุดนักรบเต็มยศ โดยก่อนตายไม่ได้บอกชื่อเสียงเรียงนามเสียก่อน จะได้เลื่อนยศ แล้วลูกเมียจะได้รับเบี้ยบำนาญไปทั้งชาติ นี่แหละคือที่มาของระยะทาง 40 กิโลเมตร ในการวิ่งมาราทอน ส่วนการรบในช่วงต่อไปมันก็สนุกอยู่ แต่ผมขออุบเอาไว้ เผื่อเอาไว้เล่าตอนหลัง เมื่อหมดภูมิ (อ่านต่ออาทิตย์หน้า)