Get Adobe Flash player

คลองปานามา ตอนที่ 3 โดย น.พ.สุวัฒน์ สุวรรณวานิช

Font Size:

สมัยก่อนหน้าเชื่อว่าโรคมาลาเรียนี้เกิดจากอากาศเสีย และตัวสำคัญที่สุดคือ ยุง ตัวสำคัญของยุงนี้ต้องเป็นครอบครัวของ Anopheles  และมีพันธุ์ต่าง ๆ ออกเป็นเกือบ 2500 Species (พันธุ์) ซึ่งแล้วแต่ละท้องถิ่น

ยุงที่กัดคน คือ ยุง ตัวเมีย แล้วมันรู้ได้ไงว่ามีอ้ายสัตว์ที่จะเป็นเหยี่อมันอยู่ไหน มันรู้โดย COคาร์บอนมออ๊อกไซด์จากลมหายใจ และกลิ่น ของ กรด Lactic Acid จาก จากต่อมเหงื่อของผิวหนัง

อีกโรคหนึ่งที่เรียกว่า โรคเหลือง Yellow Fever โดยการค้นพบของ Dr. Walter Reed ตอนนั้นเชื่อว่าเกิดจากเชื้อโรคไวรัสและแพร่เชื้อโดยยุงเช่นกัน แต่เป็นยุงคนละพันธุ์กัน เป็นยุงชนิด Aedes Aegypti. นั่นก็คือยุงเป็นตัวก่อการนั่นเอง

การจะป้องกันโรคได้ก็ต้องกำจัดยุง และระวังไม่ให้ยุงกัด พูดแล้วการแพร่กระจายโรคก็ต้องมีบุคคลอยู่สองชนิด คือคนเป็นโรคมาเลเรียอยู่แล้วกับคนไม่เป็น คือยุงจะกัดคนที่เป็นโรค แล้วตัวเชื้อโรคมาเลเรีย ก็เข้าทางปากแล้ว ลงกระเพาะของยุงแล้วไปพักกินอาหารที่กระเพาะ แล้วตัวเชื้อนี้ที่มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย ซึ่งจะผสมพันธุ์  แล้วก็ขยายพันธุ์

พอเชื้อมันโตเต็มที่แล้ว มันก็ไปอยู่ที่ต่อมน้ำลายของยุง ซึ่งเชื้อพวกที่ผสมกันแล้วจะกระตุ้นให้ยุงไปกัดคนเร็ว ๆ เมื่อยุงมันเจาะผิวหนังเข้าไปนั้นมันก็บ้วนน้ำลายเข้าเส้นเลือด แล้วจากเลือดก็เข้าร่างกายเรา  แล้วมันก็ดูดเลือดเรากลับเข้าปากมัน การที่ยุงต้องบ้วนน้ำลายของมัน เพราะน้ำลายนั้นมันมีตัวทำให้เลือดไม่เกาะกรัง มันจะได้นั่งดูดยืนดูดไปเรื่อย   เมื่อรู้ถึงกรรมวิธีการแพร่เชื้อ เขาก็ต้องกำจัดยุงและกำจัดเอาคนที่เป็นมาเลเรียไปพักรักษาทางข้างนอกจะได้ไม่มาแพร่เชื้อให้ยุงมันอีก ยุงทุกตัวไม่ใช่จะกัดคนหรอกหนา ตัวที่กัดคนจะเป็นแต่ผู้หญิง เอ้ย! ตัวเมียเท่านั้น  แล้วมันก็เอาเลือดเราไปหล่อเลี้ยงตัวมันเอง มันเอาโปรตีนอยู่ในเลือดแดงไปเลี้ยงไข่ของมัน  ถ้าได้เลือดมามากก็จะได้ไข่ดกขึ้น

ส่วนยุงตัวผู้ทั้งหลายหากินโดยดูดน้ำตาลในเกศรดอกไม้ Nectar เหมือนผึ้งนั่นแหละ ยามว่างตัวเมียก็ดูดน้ำตาลเหมือนกัน เว้นแต่ตอนท้องเท่านั้นถึงดุ เหมือนยุง ตามธรรมชาติของยุง ยุงตัวเมียจะใหญ่กว่ายุงตัวผู้ นี่คือหลักของธรรมชาติ แต่มนุษย์นี่เกิดกลับกัน ตัวผัวเกิดใหญ่กว่าเมีย แต่อยู่ไปนาน ๆ เข้าเมียก็จะใหญ่กว่าผัว เพราะสมบูรณ์ขึ้นและตัวหนักขึ้น ผัวก็กิ่วลง แต่หาเมียน้อยเก่ง เป็นการทดแทน

นายพันเอก Dr.Gorgas พอไปถึงปานามาก็สั่งให้ถางหญ้าป่าบริเวณรอบ ๆ ภายในรัศมี 3-4 ไมล์ที่จะขุดคลองให้หมด ฆ่าหนู แมลงสาป สัตว์เลื้อยคลานในบริเวณใกล้ที่ก่อสร้าง หนองน้ำก็ระบายน้ำออก หรือถมเสีย ไม่ให้มีน้ำขัง ถ้าแหล่งน้ำใหญ่ก็เอาน้ำมันก๊าด Kerosin ไปลาดเพื่อปิดผิวน้ำไม่ให้ยุงอยู่อาศัยและออกไข่ และไม่ให้ ตัวลูกน้ำหายใจได้   ภาขนะเก็บน้ำต้องมีฝาปิดหมด เรือนพักก็ก่อให้สูงพ้นน้ำตอนฝนตกหนัก ทุกครัวเรือนมีมุ้งลวดปิดกันยุงเข้า อาหารหรือน้ำดื่มก็ให้สุกหรือฆ่าเชื้อโรคโดยสารเคมี คนงานที่ทำงานก็ให้ใส่เสื้อแขนยาว กันยุงกัด

มีการกักเรือทุกชนิดที่มาจากแหล่งแพร่เชื้อ Quarantine ถ้าลูกเรือเกิดเป็นโรคที่จะแพร่เชื้อได้ก็ให้ไปพักรักษาที่อื่นที่ี่ไกลออกไป เสียเวลาสร้างคลองอยู่ 10 ปี ตลอดเวลาสิบปีนี้มีคนตายแค่ 663 คนเท่านั้น ซึ่งเป็นตัวเลขที่รวมทั้งหมดจากการตายด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆทั้งหมด

ตอนเปิดประตูน้ำครั้งแรก โดยประธานาธิบดี วิลสัน โดยการกดปุ่มมาจาก กรุงวอชิงตั้นดี.ซี. ในปี 1914 ซึ่งเป็นปีที่เกิดสงครามโลกครั้งที่หนึ่งพอดี เหตุเริ่มโดยการปลงพระชนม์ของราชทายาทออสเตรียชื่อ Archduke Franz Ferdinand ที่ซาราเฮโว Sarajevo ในประเทศ Yugoslavia                                                   

ถ้าขืน เล่าต่อไปเรื่อยคงต้องเข้าไปร่วมทำสงครามโลกกับเขาด้วยมั่ง กลับมาโลกของมาเลเรียเราดีกว่า โรคมาลาเรียนี่มันมีมาแต่เก่าแก่เหลือเกิน แม้แต่หมอกรีกฮิปโปเครตีสยังเคยเอ่ยและบรรยายถึง แต่ไม่รู้ว่าเกิดจากอะไรเท่านั้น หมอคนนี้ไม่ได้อยู่แผ่นดินใหญ่แต่อยู่บนเกาะเล็ก ๆ ชื่อ Kos คงมีน้ำขังและเป็นที่เพาะยุงได้ด้วย เลยมีโรคนี้ แม้แต่มหาราชอาเล็กซานเดอร์ก็สงสัยว่าสาเหตุเสียพระชนมชีพก็จากโรคนี้ตอนผ่านอินเดียหรือปากีสถาน ด้วยพระองค์โดนบาดเจ็บจากบาดแผล แม้แผลหายแล้วก็มีไข้ขึ้น ๆ ลง ๆ ป่วยมาตลอด หมอดูทายว่าอาจจะต้องตายถ้าเข้าไปในเมืองบาบีโลน แล้วก่อนตายยังอุตริไปแต่งงานกับจ้าวหญิงชาวเปอร์เซีย แล้วก็จริงอย่างหมอดูทักทายไว้ ไปเสียพระชนม์ชีพในเมืองบาบีโลนที่ประเทศอีรัค ตอนอายุแค่ 32 เท่านั้นตามที่หมอดูทายเอาไว้ สมัยก่อน พอตายก็ต้องเผากัน เลยไม่มีอนุสาวรีย์ให้ไว้อาลัย น่าสนใจมากว่าโรคมาลาเรียนี่แหละทำให้กรุงโรมต้องเสื่อมสลายไปด้วย ในศตวรรษที่ สาม และ สี่เขาเรียกว่า Roman Fever

นอกจากโรคที่คร่าคนตายจากมาลาเรียแล้ว ก็มี Yellow Fever, Rift Valley fever, Dengue hemorrhagic fever ซึ่งมีมากในเมืองไทย เพื่อนผมซึ่งเป็นหมอแก่คนหนึ่งยังโดนโรคนี้เข้า ไม่ได้เป็นในเด็กเท่านั้น ที่อเมริกายังมีโรค West Nile virus และโรคติดเชื้อของสมองโดยไวรัสอีกห้าหกอย่าง.

โรคนี้มันมีชุมมากทางด้านอาฟริกา ยุโรปตอนใต้ แถบ ทะเล Mediterranean รอบๆ เอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ก็คือเมืองไทยและประเทศรอบๆ ข้าง จีนตอนใต้ อเมริกาใต้และกลาง เขาประมาณว่าปีหนึ่งๆ มีคนป่วยด้วยโรคนี้ถึง 500 ล้านคนและตายถึงหนึ่งล้านคนและอัตราตายก็พอๆกับคนตายจากสงครามทีเดียว โรคนี้มันเกิดจากเชื้อโรคตัวใหญ่กว่าแบคทีเรียเป็นร้อย ๆ เท่า แต่เริ่มจะหัดสืบพันธุ์แบบตัวผู้ตัวเมียผสมพันธุ์กัน เขาเลยจัดให้มันมาอยู่ในกลุ่มที่มีอารยะธรรมสูงขึ้น คืออยู่ในขั้นProtozoa เลยละ. มันมีอยู่หลายตัวในครอบครัวเดียวกัน เรียกว่ากลุ่ม Plasmodia ขนาดมันเล็กว่าเม็ดเลือดแดงสักสองสามเท่า เราอาจจะเรียกมันว่าสัตว์ก็ได้ ไอ้สัตว์ตัวนี้มันชอบเลือด ไม่ว่าเลือดคนเลือดสัตว์อะไรมันก็เอาด้วย แต่ที่ชอบที่สุดคือเลือดคน แบบประชาชนคนไทยนั่นแหละหวานที่สุด นักการเมืองไทยมันถึงชอบเลือดคนไทยนัก ถูกดูดได้ง่าย ไม่บ่น  รูปร่างของตัวพยาธิ มีหลายอย่างแต่ที่รู้จักกันก็มักจะเป็นรูปวงแหวนในเม็ดเลือดแดงที่เราสามารถส่องกล้องขยายเห็นได้ มันมีชีวิตสองระยะ คือในระยะอยู่ในตัวมนุษย์ และในตัวยุง

ตอนมันอยู่ในเลือดของ มนุษย์ มันจะมีรูปร่างสองอย่าง เมื่อมันแรกเข้าไปในตัวเรามันจะมุดเข้าระบบเลือด แล้วรีบเข้าไปในตับมนุษย์ จากนั้นจะแยกตัวออกมากมาย คือใช้ตับเป็นแหล่งอาหารสร้างกองทัพลูกหลานมาลาเรีย เมื่อมากพอ พวกมันจะออกจากตับ จากนั้นพวกมันก็รีบเจาะเข้าไปในเม็ดเลือดแดง กินเม็ดเลือดแดงเป็นอาหารแทนแล้วก็แบ่งตัวออกสัก สิบกว่าตัว แล้วเม็ดเลือดก็แตก ตัวเล็กตัวน้อยก็มุดเข้าหา เม็ดเลือดตัวอื่นต่อไป ทำอย่างงี้ไปหลาย ๆ สิบรอบ จนตัวเราซีดไปหมด เพราะเม็ดเลือดจาง.(Anemia) หรือแห้งตายเพราะขาดเลือดแดง การเปลี่ยนรูปและแพร่เชื้อมันยาวและยุ่ง ๆ อยู่ ผมจะเล่าตอนที่เชื้อโรคเข้าสู่ตัวยุงก่อน

การแพร่เชื้อมาลาเรีย มันเริ่มต้นเมื่อยุงตัวใหม่เอื่ยมเริ่มกัดเอาเลือดของบุคคลที่มีเชื้อมาลาเรีย ก็ดูดเอาเลือดของคนที่มีเชื้อมาลาเรียเข้าไป ซึ่งมีตัว Gametocytes ของมาลาเรียทั้งตัวเมียและตัวผู้เข้าไปในลำไส้ ทั้งตัวผู้และตัวเมียก็ผสมกัน แล้วเจาะเข้าในผนังของลำไส้ เรียกว่า Ookineteแล้วGametocytes ที่ผสมแล้วก็ออกลูกออกหลานมากมายจนเป็นก้อน เรียกว่า Oocyst จนโตมากแล้วก็แตก ลูกหลานที่หลุดออกมานี่เรียกว่า sporozoite แล้วตัวร้ายเล็ก ๆ มากมายเหล่านี้ก็เคลื่อนไปที่ต่อมน้ำลายของมัน คอยเวลาจะไปกัดคนหรือสัตว์ แล้วแพร่เชื้อไป จะเห็นว่าในตัวยุงมันจะอาศัยเป็นแหล่งผสมพันธู์แบบผัวและเมีย แล้วสร้างลูกสร้างหลานกันมากมาย

ส่วนมนุษย์และสัตว์นั้น เวลาถูกยุงที่มีเชื้ออยู่กัด มันจะแพร่เชื้อของมันที่ที่เรียกว่า Merozoiteแล้วจะเข้าสู่ตับของเหยื่อ ฟักตัวอยู่สัก อาทิตย์ แล้วก็แยกลูกมากมาย แล้วก็แตกออกจากตับ เจาะเข้าเม็ดเลือดแดง Merozoite หมุนเวียนหลาย ๆ ครั้ง Merozoite บางตัวจะเป็นเพศชายและหญิงเรียกว่าGametocyte (แต่เราก็ยังเรียกว่า Sporozoite) จนคืนหนึ่งยุงมาดูดเอาเลือดไป แถมได้ Sporozoite ที่เป็นเพศชายและหญิงไปด้วย ที่ว่าคืนหนึ่งเพราะยุงตัวเมียมันหากินตอนกลางคืนครับ ไม่ค่อยหากินตอนกลางวัน